ตั้งเป้า 4 ปี ครบเทอม “อนุทิน ชาญวีรกูล” วางแผนอยู่ในตำแหน่งจนครบเทอม 4 ปี ก็ด้วยเงื่อนไขและความพร้อมทุกอย่าง ภายใต้ระบอบสีน้ำเงินไม่ใช่เรื่องยาก เพราะคุมอำนาจแทบทุกมิติการร่วมรัฐบาลกับ “เพื่อไทย” แม้จะมีพรรคเล็กๆ แต่ทางการเมืองแล้วก็ไม่ต่างไปจาก 2 พรรคเท่านั้นที่เป็นรัฐบาลเต็มตัว“ภูมิใจไทย” กับ “เพื่อไทย” ก็เหมือนกับม้าเคยขี่ นอกจากเคยร่วมรัฐบาลกันมาแล้ว หลายคนจากพรรคสีน้ำเงินต่างเป็นศิษย์เก่าสำนัก “ทักษิณ” ทั้งนั้น!จะพูดจาอะไรก็ง่ายๆต่างกับ “ประชาชน” และ “ประชาธิปัตย์” ที่เป็นเลือดต่างสี แนวคิดทางการเมืองก็ต่างกันลิบลับพูดง่ายๆว่าสบายใจทั้ง 2 พรรคนี้จึงแยกกันไม่ออกสามารถตั้งรัฐบาลร่วมกันได้อย่างสบายๆ แนวคิดทางการเมืองก็แทบจะไม่ต่างกันแนวทางเศรษฐกิจก็ไปด้วยกันได้พรรคไหนที่จะมาพรากให้แตกกันคงเป็นเรื่องยากเพียงแต่ว่าในสถานการณ์หนึ่งพรรคหนึ่งอาจจะได้เสียงข้างมาก ก็เอาตำแหน่งสำคัญไป บางสถานการณ์อีกพรรคอาจจะได้เสียงข้างมาก ก็เอาตำแหน่งสำคัญไปดูแล้ว “ทักษิณ ชินวัตร” คงสบายใจหายห่วงไม่ต้องออกโรงเองที่สำคัญก็คือ “อนุทิน” กับสถาบันนั้นแนบแน่นกว่าทุกพรรค “เพื่อไทย” ก็พลอยได้อานิสงส์ไปด้วย เพราะ “ทักษิณ” มีปัญหาอยู่ก็ต้องอาศัยพรรค “เส้นใหญ่” ประคับประคองไปวันนี้ “ทักษิณ” คงรู้ตัวเองดีว่าควรจะวางตัวอย่างไร?การที่พรรคประชาชนพยายามที่จะโจมตีเรื่องต่างๆ หรือแม้กระทั่งการแซะให้ “อนุทิน” ตกเก้าอี้จึงเป็นเรื่องยากเพราะ “อนุทิน” และพลพรรคของเขามีหน้าที่ปราบพวกที่อยู่ตรงข้ามสถาบัน จึงเป็นเรื่องยากที่จะไปทางเดียวกันได้หรือแม้แต่ “กล้าธรรม” ก็ไม่น่าไว้วางใจเนื่องจากจะกลายเป็นพรรคตำบลกระสุนตกได้แม้แต่เรื่องฮั้ว สว.ที่หนักหนาแค่ไหนก็ดูไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อยเพราะต้องการสร้างความแข็งแกร่งให้ระบอบสีน้ำเงินเพื่อคุ้มครองไม่ให้พรรคฝ่ายตรงข้ามมอบอำนาจได้นี่กระมังที่ทำให้ “เสี่ยหนู” ดูไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใดประกาศใน ครม.อย่าหวั่นไหวปมยุยงให้เกิดความแตกแยกกัน แถมยังกอดหัวหน้าพรรค “เพื่อไทย” โชว์อีกต่างหากวันนี้สูตรสำเร็จทางการเมืองมันอยู่ในรูปนี้การเปลี่ยนแปลงจึงมีความเป็นไปได้น้อยมากเรื่องโกงสอบข้าราชการท้องถิ่นก็จบอีกไม่นานฮั้ว สว.ก็จบเหลือก็แต่ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นเท่านั้น!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม