เบื้องหลัง “Tomorrowland” เบลเยียม เมื่อมหกรรมดนตรีกลายเป็น “ตลาดนัดยาพิษ” สู่โจทย์ใหญ่ปมร้อน “ทัวร์ไทย 2026” บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ประจำกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม รายงาน...ท่ามกลางเสียงเพลงอิเล็กทรอนิกส์กระหึ่ม แสงสีเสียงตระการตาขณะที่ผู้คนนับแสนที่โยกย้ายไปตามจังหวะดนตรี คือภาพฝันของ “Tomorrowland” เทศกาลดนตรีระดับโลกที่ใครๆ ก็ใฝ่ฝันจะไปเยือนสักครั้งในชีวิตแต่...เบื้องหลังรอยยิ้มและเสียงเพลงอันเร้าใจในดินแดนเบลเยียม กลับมี “มุมมืด” ที่ซ่อนเร้นและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า เมื่อเทศกาลดนตรีระดับโลกแห่งนี้ กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของ “ตลาดค้ายาเสพติดข้ามชาติ” ที่เจ้าหน้าที่ต้องทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ!จอย เอเลียตส์ หัวหน้าห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ยาเสพติดผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และอาชญาวิทยาแห่งชาติเบลเยียม (l’Institut national de criminalistique et de criminologie - INCC) แถลงข่าวพร้อมภาพประกอบว่า สองสุดสัปดาห์วันที่ 17-19 กรกฎาคม และวันที่ 24-26 กรกฎาคมของเทศกาลดนตรี Tomorrowland 2026 มีผู้เข้าร่วมเทศกาลดนตรีจากทุกมุมโลกถูกจับกุมจากการครอบครองยาเสพติด 382 คนและถูกจับในข้อหาค้ายาเสพติด 23 คน“ยาเสพติด” ทั้งหมดที่ยึดได้ในงานเทศกาลดนตรี Tomorrowland ถูกส่งไปยังห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และอาชญาวิทยาแห่งชาติ (INCC) ตั้งอยู่ใกล้สถานที่จัดงานเทศกาลดนตรี “ยาเสพติด” ที่ตรวจพบมากที่สุดมี 3 ชนิด ได้แก่ MDMA โคเคน และ คีตามีนความน่ากลัวอยู่ที่การทำงานของ “ห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่” ของ INCC ที่ยกพลมาตั้งประชิดติดพื้นที่จัดงาน เพื่อตรวจพิสูจน์สารเสพติดด้วยเครื่องมือล้ำสมัย ทั้งอินฟราเรด สเปกโทรแกรมรามัน และอินฟราเรดช่วงกลาง ที่สามารถทะลุทะลวงตรวจสารผ่านถุงพลาสติกได้ทันทีผลการตรวจพบความจริงที่ทำให้ทีมแพทย์ถึงกับผวา...“คนซื้อคิดว่าตัวเองกำลังเสพโคเคน แต่ผลวิเคราะห์ในแล็บฟ้องว่ามันคือคีตามีน หรือสารชนิดอื่น คนเสพไม่รู้เลยว่ากำลังซื้อยาอะไร และผู้ค้ากำลังขายอะไรให้พวกเขา” นั่นหมายความว่า ภาพจำเดิมๆของผงสีขาวที่เชื่อว่าเป็น “โคเคน” ใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เพราะตลาดมืดยุคนี้พลิกแพลงไปไกล มีทั้งยาเม็ดเข้มข้นสูง ผง แคปซูล และของเหลวหลากสีสันยิ่งไปกว่านั้น นักท่องเที่ยวยังมีความคิดสร้างสรรค์ระดับพระกาฬในการซุกซ่อนยาเสพติด ทั้ง ซ่อนในขวดแชมพู, ยางรัดผม, ลูกโป่งบรรจุของเหลว, ไปจนถึงสเปรย์พ่นจมูกที่อัดแน่นด้วยคีตามีนแถมยังมี “ผงสีชมพู” หรือที่วงการเรียกขานว่าโคเคนสีชมพู ซึ่งแต่เดิมในเบลเยียมไม่มีโคเคนผสมอยู่เลย เป็นเพียงส่วนผสมของ MDMA และคีตามีน...แต่ปัจจุบันเริ่มตรวจพบโคเคนผสมจริงๆจังๆเป็นครั้งแรกแล้วด้วย ขณะที่ความหลากหลายของผู้คนในงาน ทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจพบ “เมทแอมเฟตามีน” (ยาบ้า/ยาไอซ์) ที่หาได้ยากในยุโรปโผล่เข้ามาด้วยเช่นกันมาตรการเด็ดขาดของเบลเยียมคือ ใครก็ตามที่ถูกจับว่ามี “ยาเสพติด” ในครอบครอง จะถูกเชิญออกจากงานทันทีแบบมิตรภาพ สายรัดข้อมือถูกตัดทิ้ง และถูกแบนห้ามเข้างานตลอดชีวิต ...เน้นย้ำนโยบายที่ไม่อ่อนข้อต่อยาเสพติดโดยเด็ดขาด ภายในงานห้ามพก ใช้ ค้า และ/หรือมียาเสพติดไว้ในครอบครองในสถานที่จัดงาน หากถูกตรวจพบว่ากระทำเช่นนั้นจะถูกนำตัวออกจากสถานที่จัดงานและจะไม่อนุญาตให้ท่านกลับมาอีกหากผู้เข้าชมรายใดมีใบสั่งแพทย์ให้ใช้ยาบางชนิดด้วยเหตุผลทางด้านสุขภาพ ผู้เข้าชมรายนั้นต้องแสดงใบรับรองแพทย์อย่างถูกต้องก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้พกยาดังกล่าวเข้าไปยังสถานที่จัดงานเทศกาลบทเรียนราคาแพงจากอดีต สลดชายไทยดับคา “Tomorrow land 2023” บุญธง รายงานว่า ปัญหาเรื่องยาเสพติดในเทศกาลนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวคนไทยเลยแม้แต่น้อยย้อนกลับไปเมื่อปี 2023 เคยเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจ เมื่อพบชายไทยอายุราว 30-35 ปี นอนหมดสติอยู่ในงาน Tomorrow land 2023...ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งสร้างความโศกเศร้าและเป็นบทเรียนราคาแพงถึงพิษภัยของการใช้สารเสพติดเกินขนาดในงานรื่นรมย์เหตุผลที่งานเทศกาลดนตรี “Tomorrowland” น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับนักวิจัยด้านยาเสพติด เนื่องจากผู้ที่เดินทางมาร่วมงานเทศกาลดนตรีนี้มีความหลากหลายทางเชื้อชาติมาจากทุกมุมโลก จึงมักพบยาเสพติดที่พบได้น้อยในเบลเยียม “ตัวอย่างเช่น เราพบยาเมทแอมเฟตามีน”ประเด็นสำคัญมีว่า...เมื่อข่าวคราวความเข้มข้นของปัญหายาเสพติดในเบลเยียมถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้คนไทยในเบลเยียมและผู้ติดตามข่าวสารเริ่มแสดงความวิตกกังวลอย่างยิ่ง เนื่องจากประเทศไทยกำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน “Tomorrowland Thailand 2026” ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ช่วงปลายปีที่จะถึงนี้ท่ามกลางสถานการณ์ที่ “ยาเสพติด” หลากหลายชนิดแพร่ระบาดใน “ประเทศไทย” อย่างกว้างขวาง หลายฝ่ายจึงหวั่นเกรงว่า...มหกรรมดนตรีระดับโลกที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวนับแสนจากทั่วทุกมุมโลก อาจกลายเป็นช่องทางให้ยาเสพติดทะลักเข้างานได้อย่างง่ายดาย...สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทำลายภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยซ้ำซ้อนถึงเวลาแล้วหรือยังที่หน่วยงานความมั่นคง ตำรวจ และผู้จัดงานในประเทศไทย จะต้องลุกขึ้นมาเตรียมแผนรับมืออย่างรัดกุม ถอดบทเรียนและนำ “ต้นแบบห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ตรวจพิสูจน์ยาเสพติดแบบเรียลไทม์” ของประเทศเบลเยียมมาประยุกต์ใช้เพื่อปกป้องชีวิตของเยาวชนและกู้ภาพลักษณ์ประเทศไทยให้ปลอดจากเงาอโศกของยาพิษในเทศกาลดนตรีระดับโลกครั้งนี้.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม