กำลังเป็นประเด็นสร้างแรงกระเพื่อม ในสังคม กรณีกระทรวงการคลังปรับเกณฑ์ คัดกรองคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการ แห่งรัฐตามเงื่อนไขที่ประกาศใช้รอบใหม่ โดยต่อไปพ่อแม่ที่ถูกลูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนการคำนวณภาษีประจำปี จะถูกตัดสิทธิการได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 จากเดิมที่ไม่เคยมีเกณฑ์ดังกล่าวนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้เหตุผลว่า เป็นการคัดกรองกลุ่มที่จนไม่จริงออกจากระบบ รัฐบาลจำเป็นต้องจำกัดวงเงินไว้ให้กลุ่มคนที่เดือดร้อนที่สุด และไม่มีที่พึ่งพาจริงๆ เพราะมีข้อเรียกร้องว่ากรณีที่ลูกใช้ชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนการคำนวณภาษี เงินได้ อาจจะไม่ใช่กลุ่มคนที่เดือดร้อนจริงขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ระบุว่า หลักเกณฑ์ใหม่ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีเสียงวิจารณ์ว่าเข้มงวดเกินไปนั้น ยืนยันว่าจะไม่ปรับปรุงหรือทบทวนหลักเกณฑ์ใดๆ เพราะดำเนินการไปแล้ว แต่รัฐบาลพร้อมรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชน นำไปแก้ไขในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคตรัฐบาลยืนกรานเดินหน้าตัดสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หากบุตรนำชื่อพ่อแม่ไปใช้ลดหย่อนภาษี ไม่มีการผ่อนปรน แม้ประชาชนจำนวนมากจะท้วงติงถึงความเป็นธรรม เพราะการที่บุตรใช้สิทธิยื่นลด หย่อนภาษีการเลี้ยงดูบิดามารดาตามกฎหมาย ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีว่า มีฐานะร่ำรวย จึงไม่สมเหตุผลจะถูกคัดกรองออกจากระบบการไปตีความว่าบุตรที่ยื่นลดหย่อน ภาษีเลี้ยงดูพ่อแม่ แสดงว่าพ่อแม่มีผู้อุปการะ ดูแล มีรายได้ จึงไม่ใช่กลุ่มเดือดร้อนที่สุดนั้น สร้างความรู้สึกไม่เป็นธรรม เพราะในความเป็นจริงปัจจุบัน การที่ลูกส่งเงินให้พ่อแม่ เดือนละไม่กี่พันบาท เป็นเพียงการประทังชีพ ไม่ได้หมายความว่าจะเลี้ยงดูจนสุขสบาย หมดสิ้นความเดือดร้อนการลดหย่อนภาษีพ่อแม่เป็นการแบ่งเบาภาระของลูกที่เลี้ยงดูพ่อแม่ แต่การไปตัดสิทธิสวัสดิการพ่อแม่ ทำให้ลูกต้องแบกภาระหนักขึ้น เพราะรัฐใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นข้ออ้างตัดสวัสดิการพื้นฐาน เหมือนถูกมัดมือชก เพราะหลายคนยื่นใช้สิทธิลดหย่อนภาษีพ่อแม่ในรอบปีภาษีที่ผ่านมาไปแล้ว โดยรัฐบาลไม่แจ้งเกณฑ์ข้อนี้ล่วงหน้าที่ผ่านมารัฐบาลมักเรียกร้องให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษีอย่างถูกต้อง สนับสนุนให้ลูกดูแลพ่อแม่ แต่หลักเกณฑ์ใหม่ดังกล่าวเป็นการลงโทษคนที่ทำถูกต้องตามกฎหมายและศีลธรรม รัฐบาลควรเงี่ยหูฟังเสียงสะท้อนที่เป็นข้อท้วงติง มากกว่าเสียงแข็งไม่ทบทวนหลักเกณฑ์ การออกมาตรการช่วยคนจนต้องรอบคอบ ไม่สร้างความทุกข์ซ้ำเติมประชาชน.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม