จากการที่ “คณะทำงาน Zero corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน” เข้าพบหารือ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขทุจริตคอร์รัปชันต่อรัฐบาล และแจ้งผลสำรวจความเห็นภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติการของภาครัฐ พบว่า 89% ของกลุ่มตัวอย่าง มองว่าคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการทำธุรกิจและได้จัดอันดับหน่วยงานภาครัฐ ที่มีปัญหาเรียกรับสินบน 10 อันดับ ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นหน่วยงานระดับกรม ที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตประกอบการ และหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายตรวจสอบ สถานประกอบการ และควบคุมเรื่องการทำธุรกิจให้รัฐบาลได้รับทราบ เพื่อหาแนวทางในการดำเนินการแก้ไขต่อไปทั้งนี้ นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ชี้ว่าคอร์รัปชันเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องเอาจริง เอาจัง เพราะการเจรจาต่างๆทั่วโลก ให้ความสำคัญกับคอร์รัปชันมาก การที่เราจะเข้าองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญคือ คอร์รัปชันที่ต้องทำทุกทางเพื่อดึงเรตติ้งขึ้นมาให้ได้นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ สำทับว่าคอร์รัปชันเป็นวิกฤติระดับชาติที่ต้องเร่งแก้ไข เราได้ให้ข้อมูล 10 หน่วยงาน ที่เรียกรับสินบนสูง หวังว่าทุกหน่วยงานจะยอมรับความจริงแล้วนำไปแก้ไข เพราะสินบนเป็นต้นทุนทำให้เสียศักยภาพการแข่งขัน เสียชื่อเสียง และเป็นสาเหตุทำให้คะแนนของไทยตกต่ำขณะที่ รองนายกฯปกรณ์กล่าวถึงการหารือครั้งนี้ว่า แนวทางการต่อต้านทุจริตของ กกร.ตรงกับรัฐบาล เพราะเราต้องการปราบปรามการทุจริตอยู่แล้ว ส่วน รายงานการทุจริตในหลายหน่วยงานนั้น เป็นผลการวิจัยว่ามีหน่วยงานไหนบ้างก็ต้องไปไล่ดูว่าจริงหรือไม่ ถ้าจริงก็ปรับปรุง จัดการกับคนไม่ดี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้าไปดูแลด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระบุถึงการที่ กกร.เปิดเผยข้อมูล 10 หน่วยงานภาครัฐ มีปัญหาสินบน แบบแบ่งรับแบ่งสู้ ว่าจะต้องไม่มีหน่วยงานที่ทำเช่นนั้น จะแจ้งในที่ประชุม ครม.ให้แต่ละกระทรวงไปติดตามว่าเป็นอย่างไร หลายปีที่ผ่านมาเราใช้หลักธรรมาภิบาล มีองค์กรอิสระตรวจสอบคอร์รัปชัน โดยรัฐบาลเข้าไปก้าวก่ายไม่ได้ทั้งนี้ นายกฯเพิ่งเชิญผู้บริหารภาคเอกชนมาเสนอแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไปหมาดๆ และยืนยันจะนำข้อเสนอแนะมากำหนดเป็นแนวทางตามที่ภาคเอกชนคาดหวัง เพื่อทำให้เศรษฐกิจ ประเทศเข้มแข็ง ฉะนั้นจึงควรต้องแสดงความจริงใจในการปราบปรามคอร์รัปชัน ที่เป็นตัวถ่วงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม