เลขาธิการ ป.ป.ช.เผยมีมติรับคดีทุจริตสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นเป็นคดีพิเศษแล้ว พบผู้เกี่ยวข้องมหาศาลกว่า 6 พันคน แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มผู้บริหารระดับสูง คนแก้กระดาษคำตอบ คนเรียกรับเงิน ผู้สมัครสอบที่จ่ายเงินซื้อตำแหน่ง ไปถึงลิ่วล้อที่ไม่ได้เป็นข้าราชการ ใหญ่สุดที่พบตอนนี้ระดับอธิบดี สถ. 2 คนล่าสุด เตะรวบคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) จากหลายหน่วยงาน ทั้งโดยตำแหน่งและแต่งตั้งรวม 18 คน รวมทั้งนางวรสุดา รัตนสุคนธ์ ผู้แทนปลัด มท.ฐานะกรรมการกลาง กสถ. ภรรยานายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ กรรมการ ป.ป.ช. ติดร่างแหทั้งหมด ด้านชุดสืบสวน ป.ป.ช.ประสานตำรวจกองปราบปรามบุกค้นห้อง “มนัส สุวรรณรินทร์” รองผู้ว่าฯโคราช อดีตผู้ตรวจราชการ สถ. เป็นผู้ร่างทีโออาร์การสอบครั้งนี้ แต่ไม่พบหลักฐานเจอเพียงเงิน 2 แสนบาทในตู้เซฟ “ปกรณ์ นิลประพันธ์” เรียกประชุมคณะทำงานเผยมีหน้าที่อุดช่องโหว่ทุจริตการสอบ ล้างบ้านให้ฝ่ายปกครอง หลังสรุปความคิดเห็นจะเสนอให้นายกฯสั่งการต่อไปกรณีการสืบสวนคลี่คลายคดีทุจริตสอบเข้ารับราชการสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) พบเป็นขบวนการใหญ่ กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบผลการสอบของผู้ที่สอบเข้าทำงานในตำแหน่งต่างๆได้ประมาณ 15,000 คน ปรากฏว่า คะแนนที่ระบุว่าสอบได้กับคะแนนในกระดาษคำตอบจริงไม่ตรงกันกว่า 5,000 ตำแหน่ง เร่งส่งข้อมูลรายชื่อให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการเอาผิดทางอาญาตามที่เสนอข่าวไปแล้วป.ป.ช.แถลงอธิบดี สถ.พันทุจริตที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 8 ก.ค. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ทุจริตจัดสอบแข่งขันบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 โดยแก้ไขคะแนนสอบ และเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบ เพื่อช่วยเหลือให้สอบผ่านว่า เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานเรื่องดังกล่าวแล้ว จากข้อเท็จจริงมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกับพวก จัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยแก้ไขคะแนนสอบและเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบเพื่อช่วยเหลือให้สอบผ่านรับเรื่องไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษ“มีพยานหลักฐานเพียงพอดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตต่อไปได้ อีกทั้งเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องกล่าวหาที่มีความสำคัญระดับประเทศ อยู่ในความสนใจของประชาชน เป็นเรื่องที่มีผลกระทบอย่างกว้างขวาง เข้าลักษณะเป็นคดีพิเศษตามแนวทางพิจารณาและการบริหารคดีพิเศษ จึงนำเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณารับเรื่องกล่าวหาดังกล่าวไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษ” โฆษกสำนักงาน ป.ป.ช.กล่าวฟันตั้งแต่ระดับบิ๊ก–ผู้เข้าสอบนายสุรพงษ์กล่าวต่อว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้ว มีมติให้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงคดีดังกล่าวไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษ ให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 51 เพื่อดำเนินการไต่สวนกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนี้ 1.ผู้บริหารระดับสูงของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 2.กลุ่มบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดสอบ และประกาศผลสอบ 3.กลุ่มบุคคลที่ไม่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้แก่ กลุ่มบุคคลที่แก้ไขคะแนนผู้เข้าสอบ กลุ่มนายหน้าเรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบ และกลุ่มบุคคลที่ได้รับการแก้ไขคะแนนในกระดาษคำตอบ 4.บุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ป.ป.ช.จะประสานความร่วมมือไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อขอพนักงานเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานดังกล่าวมาเป็นผู้ช่วยเหลือคณะกรรมการไต่สวนต่อไปแบ่งเป็น 4 กลุ่มรวม 6,014 คนผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มบุคคล 4 กลุ่มที่ถูก ป.ป.ช.ไต่สวน มีจำนวนมากถึง 6,014 คน ในกลุ่มผู้บริหารระดับสูงของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีชื่อของ 2 อดีตอธิบดีคือ 1.ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ที่ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นระหว่างวันที่ 29 ก.ค.ถึงวันที่ 11 พ.ย.68 2.นายธีรุตม์ ศุกวิบูลย์ผล เป็นอธิบดี สถ.ระหว่างวันที่ 12 พ.ย.68 ถึงวันที่ 24 มิ.ย.69 กลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐที่มีหน้าที่จัดสอบและประมวลผล มีผู้ถูก ป.ป.ช. ไต่สวน 22 คน ปรากฏชื่อนางวรสุดา รัตนสุคนธ์ ผู้แทนปลัดกระทรวงมหาดไทย ฐานะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เป็นภรรยาของนายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ กรรมการ ป.ป.ช.ร่วมอยู่ด้วย ทำให้นายแมนรัตน์ขอถอนตัวออกจากที่ประชุมคดีพิเศษ เนื่องจากมีส่วนได้เสีย ส่วนกลุ่มบุคคลที่แก้ไขคะแนนผู้เข้าสอบและกลุ่มนายหน้าเรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบถูกไต่สวน 33 คน ที่เหลือเป็นบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดแฉรายชื่อบิ๊กราชการกลุ่ม 1–2ผู้สื่อข่าวรายงานรายชื่อผู้ติดร่างแห กลุ่มแรกผู้บริหารระดับสูง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สถ. ประกอบด้วย ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ อดีตอธิบดีฯ และนายธีรุตม์ ศุกวิบูลย์ผล อธิบดีฯคนปัจจุบันที่เพิ่งถูกย้ายหลังมีเรื่อง กลุ่ม 2 เจ้าหน้าที่รัฐมีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดสอบและประกาศผล ประกอบด้วย นายวันชัย จันทร์พร (ผู้ทรงคุณวุฒิ ก.ท. ฐานะประธานกรรมการกลาง กสถ.) นางวรสุดา รัตนสุคนธ์ (ผู้แทนปลัด มท. ฐานะกรรมการกลาง กสถ.) น.ส.ปรารถนา ช้อนแก้ว (ผู้แทนปลัด ศธ.ฐานะกรรมการกลาง กสถ.) นางพุทธิมา ตระการวนิช (ผู้แทน ผอ.สำนักงบประมาณ ฐานะกรรมการกลาง กสถ.) น.ส.จารุมาศ สมบูรณ์ศิลป์ (ผู้แทนอธิบดีกรมบัญชีกลาง ฐานะกรรมการกลาง กสถ.) นายอัธยา นวลอุทัย (ผู้แทนปลัด มท.ฐานะกรรมการกลาง กสถ.) นายพนมเทียน เส้งวั่น (ผอ.กองบุคคลท้องถิ่น สถ.และผู้แทนอธิบดี สถ.ฐานะกรรมการกลาง กสถ.) นายศักดิ์ สมบุญโต (ผู้ทรงคุณวุฒิ ก.จ.) นายเวนิต วัฒนธำรง (ผู้ทรงคุณวุฒิ ก.จ.) พ.จ.อ.ชนินทร์ ราชมณี (ผู้ทรงคุณวุฒิ ก.ท.) นายศรีพงศ์ บุตรงามดี (ผู้ทรงคุณวุฒิ ก.อบต.) นายพิษณุ พรหมจารีย์ (ผู้ทรงคุณวุฒิ ก.อบต.) นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ (นายก อบจ.สตูล) นายวุฒิชัย วงศ์ปัญโญ (นายก อบจ.นครราชสีมา) นายอำพล ยุติโกมินทร์ (ปลัดเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี) นายเชื้อ ฮั่นจินดา (ปลัด อบต.หนองปลาหมอ) นายปิยะ คังกัน (ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านบริหารงานบุคคลท้องถิ่น สถ. ฐานะเลขานุการคณะกรรมการกลาง กสถ.) น.ส.บุรณี แพรโรจน์ (ผอ.กลุ่มงานสรรหาและเลือกสรรบุคคลส่วนท้องถิ่น สถ.) นายเรืองเดช ศิริกิจ (ผอ.สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ)กลุ่ม 3 พวกแก้คะแนนสอบ–เรียกเงินกลุ่ม 3 เป็นกลุ่มร่วมแก้ไขคะแนนและนายหน้า ที่มีส่วนเชื่อมโยงการแก้ไขคะแนนหรือเรียกรับเงิน ประกอบด้วย นายวิน ธนพชรโภคิน (นายอัศวิน โชติพนัง) ที่ปรึกษา ผอ.สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน นายพิชิต ทั้งพรม ผอ.กองยุทธศาสตร์และงบประมาณเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ นางสุภาวิณี ทั้งพรม กรรมการผู้จัดการบริษัท สามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด นายฉัตรพิศุทธิ์ ธรรมศิริ ลูกจ้างบริษัท สามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด พ.อ.อ.ณัฐพงษ์ ทั้งพรมพาณิชย์ นายกเทศมนตรีเมืองวิเชียรบุรี (นายกทรัพย์) น.ส.ดาราวรรณ อัจฉริยประสิทธิ์ วิศวกรโยธา เทศบาลเมืองปลายบาง (รายชื่อซ้ำกันลำดับที่ 5 และ 8) นางจันทร์จิรา ลักษณะกุลบุตร ผอ.สำนักการช่างเทศบาลนครนนทบุรี นายทักษิณ เชื้อวงศ์ วิศวกรโยธาชำนาญการ เทศบาลเมืองบางแม่นาง นายทินกร เชื้อวงศ์ วิศวกรโยธาชำนาญการ เทศบาลเมืองบางแม่นาง นายวิญญ วงทันใจ นายช่างโยธาอาวุโส เทศบาลเมืองบางแม่นาง นายทรงเดช นวลมะ ผอ.กองช่าง เทศบาลเมืองบางแม่นาง นายสายัน นพกิจ นายช่างโยธาชำนาญงาน เทศบาลเมืองบางแม่นางข้าราชการท้องถิ่นเอี่ยวเพียบน.ส.รชนีกร จันทรเสนา รองปลัดเทศบาลนครนนทบุรี นายนนท์ปวิธ นาคสุขปาน เทศบาลเมืองปลายบาง น.ส.นงลักษณ์ พรมมิน เจ้าพนักงานชุมชนปฏิบัติงาน เทศบาลเมืองบางแม่นาง น.ส.ปารณีย์ ศรีทอง นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ เทศบาลเมืองบางแม่นาง น.ส.วราพร นพกิจ เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติการ เทศบาลเมืองปลายบาง นายศุภณัฐกรณ์ สารพล นักพัฒนาชุมชนชำนาญการ เทศบาลเมืองบางแม่นาง น.ส.วราภรณ์ ลบล้ำเลิศ นักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ อบต.บางขุนกอง น.ส.สุภาวิตา ชมภูประทีป นักวิชาการจัดเก็บรายได้ปฏิบัติการ อบต.บางขุนกอง นายจตุรวัฒน์ โสภิณ เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติงาน เทศบาลตำบลบางใหญ่ จ.นนทบุรี นายธงชัย ใจสูงเนิน เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.ระแหง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี นายธนพล สุขอิ่ม นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ เทศบาลเมืองปลายบาง นายสุธิดา สุขคุ้ม นักพัฒนาชุมชนชำนาญการ เทศบาลเมืองเสาธงหิน น.ส.โชษิตา มุกดาสนิท นักประชาสัมพันธ์ เทศบาลเมืองปลายบาง นายกิตติ์พิพัฒน์ วัจนภรณ์ นายชาฎก ภักดีอักษร นายกรกฤช วงศ์ดี นายธีรวุฒิ พุทธวงศ์ และนายพิสิษฐ์ ศรีอินทสุทธิ์ นอกจากนี้เป็นผู้จ่ายเงินล็อกผลการสอบค้นห้องพักรองผู้ว่าฯโคราชผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ประสานตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ขอกำลังนำหมายค้นเข้าตรวจสอบห้องพักภายในคอนโดมิเนียมศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ต พระราม 8 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม. ห้องพักของนายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา อดีตผู้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และเป็นผู้ทำหน้าที่ร่างทีโออาร์ (TOR) สำหรับการสอบข้าราชการท้องถิ่น เพื่อค้นหาพยานหลักฐานเกี่ยวกับคดีทุจริตโกงสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นเพิ่มเติมไม่พบหลักฐานเกี่ยวกับคดีจากการเข้าตรวจค้นห้องดังกล่าว เบื้องต้นพบตู้เซฟภายในห้อง แต่ไม่พบพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวกับคดี เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.จึงโทรศัพท์ติดต่อนายมนัสทางโทรศัพท์ ให้เดินทางมาเปิดตู้เซฟ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ต่อมานายมนัสเดินทางมาเปิดตู้เซฟให้เจ้าหน้าที่ดู พบมีเงินสดอยู่ 2 แสนบาท พร้อมอธิบายที่มาของเงินจนเป็นที่เข้าใจ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ไม่ได้ยึดเงินดังกล่าวไว้ เนื่องจากนายมนัสยินยอมเปิดตู้เซฟให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.และตำรวจกองปราบปรามจึงถอนตัวกลับนายกฯรับรายงานค้นบ้านบิ๊กราชการที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) บุกค้นคอนโดมิเนียมย่านพระราม 8 ของอดีตรองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ที่มีส่วนร่างทีโออาร์ สอบเข้าราชการท้องถิ่นว่า เพิ่งทราบเรื่องดังกล่าว ตนเพิ่งประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ (กรอ.) ขอให้ถามเรื่องเศรษฐกิจ“ปกรณ์” ประชุมล้างบ้านฝ่ายปกครองที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เช้าวันเดียวกัน นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีการทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 ครั้งที่ 1 กรรมการเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง นายปกรณ์กล่าวก่อนประชุมว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งเพราะงานปกครอง โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหลักสำคัญหลักหนึ่งของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขในการกระจายอำนาจ สิ่งที่เกิดขึ้นทำลายความเชื่อมั่นของกระบวนการปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างรุนแรง เป็นสิ่งที่รับไม่ได้ นายกฯมอบหมายและสั่งการตนด้วยวาจาให้เคร่งครัดกับเรื่องนี้ ปิดช่องโหว่เหล่านี้ เพื่อไม่ให้เกิดพฤติกรรมชั่วร้ายและน่าละอายเช่นนี้ เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นโอกาสที่จะล้างบ้าน เรื่องนี้ต้องเทคแอ็กชันอย่างจริงจัง อยู่นิ่งไม่ได้ปิดช่องโหว่ส่งนายกฯสั่งการหลังประชุมนายปกรณ์แถลงว่า คณะกรรมการชุดนี้ มีเวลา 30 วัน รายงานชุดแรกจะนำเสนอนายกฯวันที่ 15 ก.ค. ชุดที่ 2 จะเสร็จสิ้นประมาณวันที่ 27 ก.ค. ที่ใช้เวลาประชุมน้อยเพราะเรารู้อยู่แล้วว่าต้องทำอะไร ไม่จำเป็นต้องคุยกันนาน ตอนนี้ทีมงานทำงานกันเลย เรื่องการกระจายอำนาจต้องโปร่งใส ชัดเจน ใครทำไม่ดีต้องพ้นจากระบบ ส่วนการดำเนินคดีอาญา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการอยู่ เรื่องวินัย กระทรวงมหาดไทยดำเนินการอยู่ สิ่งที่คณะกรรมการชุดนี้รับผิดชอบคือ จะดูกระบวนการว่ามีช่องโหว่ตรงไหน ต้องปิดตรงไหน เราต้องกำจัดคนที่ขาดจริยธรรมให้ออกจากระบบ ป้องกันไม่ให้เข้ามาสู่ระบบมากที่สุด เรามุ่งมั่นทำในเรื่องนี้ตั้งเป้ากำจัดคนไม่มีจริยธรรมผู้สื่อข่าวถามว่า คณะกรรมการฯชุดนี้จะเหมือน กับกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย คดีขับรถชนตำรวจเสียชีวิตที่มีนายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช.เป็นประธานหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า โดยสรุปจะเป็นทำนองนั้น เราจะปิดช่องโหว่ไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก รวมถึงการเสนอกฎหมายอะไรต่างๆว่าควรมีหรือไม่อย่างไร ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบจะไปดำเนินการต่อ ทั้งนี้ ข้อสรุปที่คณะกรรมการฯชุดนี้ได้ จะรายงานนายกฯเพื่อมีข้อสั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป สำหรับเรื่องจริยธรรม หลายคนอาจคิดเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ข้อเท็จจริงคือ เป็นรัฐมนตรีไม่ได้หากประพฤติผิดจริยธรรม เข้าสู่กระบวนการทางการเมืองไม่ได้ เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องหยิบมาดู เพื่อจัดการคนที่ไม่มีจริยธรรมพวกนี้ขอข้อมูลพวกโกงกว่า 5 พันคนถามอีกว่า กรณีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ตรวจสอบคะแนนกับกระดาษคำตอบ พบไม่ตรงกันกว่า 5 พันราย คนเหล่านี้ต้องออกจากราชการเลยหรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องรอข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้เลขาธิการ ก.พ.ทำหนังสือขอข้อมูลในนามของคณะกรรมการฯเข้ามา เพื่อประกอบการพิจารณา เพราะเราไม่มีอำนาจวินิจฉัย เนื่องจากเป็นอำนาจของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วน ท้องถิ่น (กสถ.) เพื่อดูว่าเมื่อเกิดเหตุเช่นนี้คุณควรต้องทำอย่างไรกมธ.ป.ป.ช.โวสอบโกง สถ.สุดซอยที่รัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร เผยว่า การประชุมคณะกรรมาธิการฯในวันที่ 9 ก.ค. จะมีการพิจารณาเรื่องการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน กมธ.ป.ป.ช.เชิญตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4 ฝ่ายเข้าให้ข้อมูลคือ 1.อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น 2.ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น 3.อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และ 4.ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) จุดยืนในเรื่องนี้ที่ประชุมพรรคภูมิใจไทยมีมติชัดเจนว่าต้องดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดให้ถึงที่สุด ผู้ที่ทุจริตต้องถูกดำเนินคดีทุกราย ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่มีตำแหน่งใหญ่โตเพียงใดก็ตาม เนื่องจากไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่