พายุฝนฟ้ากระหน่ำเป็นสัญญาณเปลี่ยนผ่านฤดูกาล ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เตือนอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 7—10 พฤษภาคม 2569 ให้เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ บางพื้นที่เสี่ยงกับน้ำป่าไหลหลาก บางจุดน้ำรอระบายท่วมเมือง หลังจากนั้นอากาศจะคลายความร้อนลง เนื่องจากความกดอากาศสูง มวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือ ภาคอีสาน และทะเลจีนใต้ข่าวร้ายเบียดตีคู่มากับข่าวดี พายุฝนซัดอากาศคลายร้อนระอุเดือดแต่ก็ยังไม่มีอะไรแน่นอนเสมอไป ภายใต้เงื่อนไขปรากฏการณ์ “ซุปเปอร์เอลนีโญ” กำลังทรงอิทธิพลต่อภูมิอากาศเมืองไทยร้อนแล้งสุดขั้วยังอยู่ในห้วงที่เหนือการคาดการณ์สภาพอากาศแปรปรวน เช่นเดียวกับวิกฤติสงครามตะวันออกกลางที่เขย่าพลังงานโลก ผูกวิบากกรรมไว้กับสหรัฐอเมริกากับอิหร่านยึดช่องแคบฮอร์มุซ จับเอาความเดือดร้อนนานาชาติเป็นตัวประกันเอาล่อเอาเถิดกันระหว่าง “คาวบอยบ้าดีเดือด” กับ “แขกเปอร์เซียบ้าเลือด” ที่สถานการณ์เพี้ยนไป เพี้ยนมาไม่ใช่แค่รายวันแต่พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังเท้าได้ทุก ชั่วโมงโยงกับสถานการณ์พลังงานโลก โดยเฉพาะน้ำมันยังไร้ความแน่นอน วิกฤติเริ่มสะท้อนไปถึงสายการบินต้องลดเที่ยวบินหรือถึงขั้นล้มละลายคลื่นสึนามิจากช่องแคบฮอร์มุซเริ่มกระแทกหนักเป็นวงกว้างทั้งวิกฤติสงคราม ทั้งสภาพอากาศแปรปรวน สัญญาณลบทางด้านเศรษฐกิจตีคู่กันมาขย่มภาวะปากท้องประชาชนคนไทย“นักกู้ลุ่มเจ้าพระยา” จึงต้องมาไวเคลมไวไม่เหนือความคาดหมาย รัฐบาลภายใต้การนำของ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล มอบธงให้ “เดอะแบก” อย่าง “ดร.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง คุมคิวเดินหน้าออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทได้โอกาสเติมกระสุนรับมือวิกฤติพลังงานและก็ตามฟอร์มการบริหารภายใต้เกมอำนาจการเมืองแบบไทยๆหนีไม่พ้นพ่วงวาระแฝง เรื่อง เงินๆทองๆเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ หัวคิว เงินทอนเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ติดด่านสแกนโปร่งใสฝ่ายค้านพรรคประชาชนกับพรรคประชาธิปัตย์แท็กทีมล่าชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ ในปม “ความเร่งด่วน” ที่พ่วงมากับการ “ตีเช็คเปล่า” และ “แจกแลกแต้ม” โครงการคนละครึ่งที่เปลี่ยนโปรฯเป็นไทยช่วยไทยพลัสจังหวะสกัดไม่ให้รัฐบาล แห่ พ.ร.ก.กู้เงินไหลตามวิกฤติ น้ำมันเนียนๆแต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตัดมุมการเมืองรัฐบาลกับฝ่ายค้าน น้ำหนักจึงอยู่ที่เซียนเศรษฐกิจคนกลาง ผู้ไม่มีส่วนได้ ส่วนเสียอย่าง “ดร. กอบ” กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ในฐานะประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุน ที่แสดงความเห็นด้วยกับรัฐบาลที่ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจไทยในขณะนี้มีความจำเป็นต้องเร่งเยียวยาแต่หลักสำคัญของ พ.ร.ก.กู้เงิน คือ ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อให้เกิดประโยชน์มากสุด ซึ่งมองว่ามี 2 ทางเลือก คือ ใช้เพื่อตรึงราคาน้ำมันไว้ในอัตราต่ำเพื่อช่วยเหลือประชาชนและใช้เพื่อการปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศ ในระยะยาวไปสู่พลังงานทางเลือก มากกว่าจะช่วยเหลือประชาชนเพียงอย่างเดียวโดยหลักบริหารเศรษฐกิจ เงินกู้ 4 แสนล้าน มีความจำเป็นแต่ลำพังเครดิตทางการเมืองก๊วนเกรียนเขากระโดง ติด “ด่านระแวง” ต้องโยนให้ “เดอะแบก” อย่าง “ดร.เอกนิติ” สวมบท “นักกู้ลุ่มเจ้าพระยา” ฝ่าแรงต้านจนเข้ากลุ่มเสี่ยงโรคกระดูกคอเคลื่อน ข้อเสื่อม สันหลังอักเสบงานเข้าแบบไม่พักสดๆร้อนๆ คือภารกิจหนัก หนาสาหัสในการชักลากเมกะโปรเจกต์แลนด์บริดจ์มูลค่านับล้านล้านบาทสลับฉากมาเป็น “หนังหน้าไฟ” คุมเขียงเหนือจากเสือหิว เสือโหยตามคำสั่งของ “นายกฯอนุทิน” มอบหมายให้ “ขุนคลังยาสามัญประจำบ้าน” นั่งแท่นประธานคณะกรรมการศึกษาโครงการเดิมพันมหาศาลฝ่าอาถรรพณ์ 300 ปี พื้นที่ด้ามขวานไทย อ่อนไหวเปราะบางสภาพอย่างที่ “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม โผล่ออกจากมุมซุ่มโป่งหลบ “ไอ้โม่งปล้นน้ำมัน” มาคุมคิวขบวนแห่เรียกแขกกระตุกกระแสต้าน ติดด่านระแวงแบบจังๆกลิ่นน้ำมันยังคลุ้งไม่หาย ไม่ทันไรก็มีกลิ่นโชยแลนด์บริดจ์ฉุนซ้ำ แบบที่ “ลิซ่า” ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ แม่ทัพปักษ์ใต้พรรคประชาชน แฉประจาน 2—3 เดือนที่ผ่านมา มีการกว้านซื้อที่ดินกว่า 500 ไร่จากบริษัทที่คนในพื้นที่รู้จักดีในนาม “อาม่า”กระเซ้าแกมเบิ้ลชี้เป้าไปที่นายพิพัฒน์ในฐานะขาใหญ่ในภาคใต้น่าจะรู้ข้อมูลดีกว่าใคร ตอนลงพื้นที่สามารถไปสอบถามชาวบ้านได้แต่น่าเสียดายที่ “โกเกี๊ยะ” ต้องยกเลิกคิวควง “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯลงพื้นที่ไปจัดอีเวนต์โชว์คิวแห่แลนด์บริดจ์ เพราะ “นายกฯอนุทิน” ต้องรีบสลับฉากให้ “ดร.เอกนิติ” มาคุมคิวแทนจังหวะ “ผิดแผน” จากโอกาสใกล้สานฝันเป็นจริง ส่อฝันเปียกตามเคยสภาพ “ต้นทุนต่ำ” หวังลุ้น “เดิมพันสูง”ที่แน่ๆเมื่อ “ความแตก” ซะแล้ว โดยแนวโน้มสถาน การณ์ก็ไม่แน่ว่าเครดิตหน้าตัก โปร่งใสระดับ “เอกนิติ” จะลากแลนด์บริดจ์ต่อไปได้แค่ไหนจะกล้าขัดขวางเสือหิว เสือโหย ไม่ให้ยุ่มย่ามกับเขียงเนื้อได้จริง หรือเปล่า“เจ้าพ่อเขากระโดง” อิทธิฤทธิ์แรงกล้า รู้กันทั้งปฐพีอารมณ์บุกตะลุยทะลุทะลวงแบบที่ “โกเกี๊ยะ” เก็บทรงไม่อยู่ ออกอาการหมั่นไส้ไม่เว้นคนฝั่งเดียวกันอย่าง “เดอะท็อป” วราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ที่แค่พูดตามหลักการของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมลองชั่งน้ำหนักให้ดีกับสิ่งที่เราจะสูญเสีย มันคุ้มค่าจริงหรือไม่จังหวะดับไฟหน้า กระทืบคันเร่ง ใคร “ขวางคอ” ไม่ได้เรื่องของเรื่อง ก็อย่างที่ “ลิซ่า” สะท้อนมุมแทนคนใต้ส่วนใหญ่ไม่ได้ขัดขวางการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ แต่ต้องรู้ทันรัฐบาลอย่าเอาทรัพยากรของประเทศมาเอื้อทุนการเมืองและทุนต่างชาติเพราะขืนเดินหมากพลาดตาเดียว ประเทศไทยเสี่ยงเจ๊งทั้งกระดาน ไม่ว่าจะเป็นมุมของความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ความเสียหายสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงมิติความมั่นคง การประคองดุลอำนาจในดงภูมิรัฐศาสตร์โลกอย่าว่าแต่ “โกเกี๊ยะ” แม้แต่ “เดอะแบก” อย่าง “ดร.เอกนิติ” ก็เอาไม่อยู่ดูตามทรงก็ชอบแล้วที่ “นายกฯอนุทิน” ออกลูกเด้งเชือก ดึงเช็งโครงการยังไม่เริ่ม อยู่ระหว่างการศึกษา รอคณะกรรมการชุดของ “ดร.เอกนิติ” สรุปมาภายใน 90 วัน แล้วค่อยตัดสินใจไม่เสี่ยงกับอาถรรพณ์ 300 ปี ผีบรรพบุรุษปู่ย่าตายายยังไม่เลิกเฮี้ยนรัฐบาลแตะขุมทรัพย์ด้ามขวาน ต้องมีอันเป็นไป เจ๊งก่อนทุกที.“ทีมการเมือง”คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม