ช่องแคบ “ฮอร์มุซ” กลับมาเดือดอีกครั้ง อิหร่าน-สหรัฐฯผลัดกันยิงถล่มพอหอมปากหอมคอ ต่างฝ่ายต่างกล่าวหาถูกโจมตีก่อน กองทัพเรือสหรัฐฯอ้างถูกโจมตีเรือรบ 3 ลำ จำเป็นต้องยิงสกัดป้องกันตัว ไม่ได้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง “ทรัมป์”โว เรือพิฆาตปลอดภัยจึงยิงทักทายด้วยความรัก ทำลายเรือเร็ว โดรน และขีปนาวุธของอิหร่านที่พุ่งเป้ามาได้ทั้งหมด โต้กลับยิงถล่มฐานทัพเรือและคลังเก็บอาวุธบนเกาะเกชม์ของอิหร่านพังยับ ขู่ทิ้งท้ายหากไม่ยอมลงนามข้อตกลงโลกจะได้เห็นแสงระเบิดเจิดจ้าเหนือแผ่นดินอิหร่าน ด้านโฆษก ก.ต่างประเทศจีน แถลงยืนยันเรือบรรทุกน้ำมันจีนถูกยิงไฟไหม้ในช่องแคบฮอร์มุซสถานการณ์ในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ยังอยู่ในสภาวะ “ตบหัว-ลูบหลัง” รบไปเจรจาไปแม้สองฝ่ายมีความพยายามเจรจาหยุดยิงแต่ยังยิงถล่มโจมตีกันไปมา เมื่อวันที่ 8 พ.ค.กองทัพอิหร่านประกาศว่าได้ระดมโจมตีเรือพิฆาตของสหรัฐฯ 3 ลำ ประกอบด้วย เรือยูเอสเอส ทรักซ์ตัน เรือยูเอสเอส เมสัน และเรือยูเอสเอส ราฟาเอล เพราลตา ถูกถล่มอย่างหนักทั้งขีปนาวุธ โดรน และเรือเร็ว ขณะกำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จนได้รับความเสียหาย พร้อมเตือนว่าอิหร่านจะตอบโต้ทุกการรุกรานอย่างเด็ดขาดโดยไม่ลังเล ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการตอบโต้เหตุการณ์ที่กองทัพสหรัฐฯใช้เครื่องบินรบเอฟ-18 ยิงปืนกลถล่มใส่หางเสือเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านจนสูญเสียการควบคุมใกล้เมืองจาสก์ และเรืออีกลำหนึ่งนอกชายฝั่งเมืองฟูไจราห์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในน่านน้ำอาณาเขตของอิหร่านเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยอิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐฯละเมิดข้อตกลงหยุดยิงด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และกองบัญชาการ กลางกองทัพสหรัฐฯ ประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง (CENTCOM) ได้ยืนยันว่าเรือพิฆาตทั้ง 3 ลำของสหรัฐฯไม่ได้รับความเสียหายและสามารถทำลายเป้าหมายที่เข้ามาโจมตีได้ทั้งหมด พร้อมตอบโต้กลับด้วยการยิงถล่มฐานทัพเรือและคลังเก็บอาวุธบนเกาะเกชม์ ซึ่งเป็นเกาะใหญ่ที่สุดของอิหร่านในอ่าวเปอร์เซีย รวมทั้งโจมตีเมืองบันดาร์ อับบาส และเมืองมินาป ทางใต้ของอิหร่าน โดยระบุว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นการป้องกันตนเอง ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯเปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ช่องฟ็อกซ์นิวส์ว่า เป้าหมายที่ถูกทำลายในอิหร่าน ได้แก่ ท่าเรือเกาะเกชม์ ท่าเรือเมืองบันดาร์ อับบาส และ จุดตรวจการณ์ทางเรือบันดาร์คาร์กันในเมืองมินาปนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวถึงการปะทะว่า เรือพิฆาตของสหรัฐฯทั้ง 3 ลำ แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จแม้ถูกอิหร่านโจมตีอย่างหนัก กองทัพสหรัฐฯสามารถทำลายเรือเร็ว โดรน และขีปนาวุธของอิหร่านที่พุ่งเป้ามายังเรือสหรัฐฯได้ทั้งหมดโดยไม่มีความเสียหาย และเรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการทักทายด้วยความรัก หลังจากอิหร่านบังอาจล้อเล่นกับสหรัฐฯจึงต้องได้รับการสั่งสอน ยืนยันว่าการหยุดยิงยังคงมีผลอยู่ ทรัมป์ยังเรียกผู้นำอิหร่านว่าเป็นพวกคนบ้า พร้อมยื่นคำขาดให้อิหร่านลงนามในข้อตกลงใหม่โดยเร็ว ไม่เช่นนั้นจะโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรงและโหดเหี้ยมยิ่งกว่าเดิม และขู่ทิ้งท้ายด้วยว่าหากอิหร่านไม่ยอมลงนามในข้อตกลง โลกจะได้เห็นแสงระเบิดที่เจิดจ้าเหนือแผ่นดินอิหร่าน ซึ่งถูกตีความว่าอาจหมายถึงการใช้อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงหรืออาวุธนิวเคลียร์ผู้นำสหรัฐฯยังกล่าวถึงการตัดสินใจระงับปฏิบัติการ “Project Freedom” (แผนเสรีภาพ) เพื่อคุ้มครองเรือในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นผลมาจากการร้องขอโดยตรงจากผู้นำปากีสถาน ขอให้สหรัฐฯชะลอการใช้กำลังทางทหารในช่วงที่การเจรจากำลังดำเนินอยู่ เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการหาข้อยุติทางการทูตระหว่างทั้งสองฝ่าย ทรัมป์ยังกล่าวชมเชยทั้งนายเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน และจอมพลอาซิม มูเนียร์ ผู้บัญชาการทหารบกปากีสถานว่ายอดเยี่ยมมาก สะท้อนว่าสหรัฐฯให้ความสำคัญกับบทบาทการเป็นตัวกลางของปากีสถานครั้งนี้อย่างมากส่วนประเด็นหัวข้อการเจรจา ทรัมป์ระบุว่าข้อเสนอของสหรัฐฯครอบคลุมประเด็นความมั่นคงระดับสูงสุด มีรายละเอียดมากกว่าแค่กระดาษแผ่นเดียวตามที่มีรายงานข่าวออกมาก่อนหน้านี้ ระบุว่าอิหร่านจะต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ครอบครอง จะต้องส่งมอบสารกัมมันตรังสีและอะไรก็ตามที่สหรัฐฯต้องการให้ทั้งหมด ยืนยันว่าข้อเสนอนี้ครอบคลุมหลายมิติมากกว่าแค่การหยุดยิง แต่เป็นการจัดระเบียบความสัมพันธ์และข้อตกลงใหม่ทั้งหมด ทรัมป์ยังยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่าอิหร่านได้เห็นชอบในหลักการเบื้องต้นแล้ว อย่างไรก็ตามสื่อท้องถิ่นของอิหร่านกลับรายงานว่าอิหร่านยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบเนื้อหา ยังไม่ได้ส่งคำตอบสุดท้ายแก่ตัวกลางอย่างปากีสถานแต่อย่างใดวันเดียวกันนายหลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงยืนยันว่าเรือบรรทุกน้ำมันที่มีลูกเรือชาวจีนถูกโจมตีในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ใกล้ชายฝั่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันที่ 4พ.ค.ที่ผ่านมา มีชาวจีนอยู่บนเรือจริง แต่ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต สื่อจีนรายงานว่าเรือลำดังกล่าวมีการติดป้ายชัดเจนว่ามีเจ้าของและลูกเรือ เป็นชาวจีน (CHINA OWNER & CREW) ขณะที่แหล่งข่าวความมั่นคงทางทะเลเชื่อว่าเป็นเรือชื่อ เจวี อินโนเวชัน เรือบรรทุกน้ำมันและสารเคมี จดทะเบียนในหมู่เกาะมาร์แชลล์ รายงานระบุเกิดไฟไหม้บนดาดฟ้าเรือ ปัจจุบันมีเรือสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมันหลายร้อยลำและลูกเรือกว่า 20,000 คน ติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย เนื่องจากเส้นทางเดินเรือถูกตัดขาดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่