กองปราบฯ เร่งรวบรวมพยานหลักฐานคดีออร์กาไนเซอร์หนุ่มถูกจอมไสยเวท “อมนกเขาแก้กรรม” ผกก.4 บก.ป.เผยจ่อเรียกบรรดาลูกศิษย์สอบ รวมทั้งทราบว่าจะมีเหยื่อเข้าแจ้งความเพิ่มขณะเดียวกันผู้เสียหายบุกกระทรวงยุติธรรมขอคุ้มครองพยานหลังแฉพฤติกรรมบัดสีหวั่นผลกระทบครอบครัวโดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย ด้าน “เอกสายไหม” เผยพบเหยื่อลักษณะเดียวกันเพิ่มอีกรายเป็น นศ.อยู่เชียงใหม่เตรียมนัดคุยรายละเอียด ขณะที่บ้านอาจารย์คนดังเงียบเหงาเอาป้ายติดหน้าสำนักงดรับแขกไม่มีกำหนดเหยื่อ อ.ขมังเวท “อมนกเขาแก้กรรม” ร้อง ยธ.ขอคุ้มครองพยาน เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8พ.ค. นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พานายเอ (นามสมมติ) หนุ่มออร์กาไนเซอร์ วัย 30 ปี ผู้เสียหายจากกรณีถูกอาจารย์ไสยเวทชื่อดังในภาคเหนือตอนบน “อมมังกรแก้กรรม” หลังแม่พาไปหาเพื่อรักษาโรคปวดหัวคลัสเตอร์ที่ไปหาแพทย์แผนปัจจุบันแล้วไม่หาย เข้ายื่นหนังสือต่อกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอรับการคุ้มครองพยานและการเยียวยาตามกฎหมายนายเอเผยถึงวัตถุประสงค์ที่มายื่นเรื่องขอรับการคุ้มครองพยานครั้งนี้ว่า กังวลความปลอดภัย เนื่องจากอาจารย์มีลูกศิษย์จำนวนมากเกือบ 1 แสนคน รวมถึงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และดารา กลัวถูกคุกคามเพราะผู้ก่อเหตุมีข้อมูลที่อยู่ของตนจริง และเป็นห่วงพ่อแม่ที่อายุมาก ขณะเดียวกันยอมรับว่าบอบช้ำหนักจนเคยคิดฆ่าตัวตาย แต่ที่ต้องออกมาเปิดโปงเพราะไม่อยากให้ใครตกเป็นเหยื่ออีก ยืนยันไม่ได้ดิสเครดิต แต่ถูกกระทำจริงด้านนายธีรยุทธ แก้วสิงห์ โฆษกกรมคุ้มครองสิทธิฯ กล่าวว่า เคสนี้จะดูแลให้ผู้เสียหายใน 2 เรื่องหลัก คือ การเยียวยา ซึ่งจะได้มีการรับเรื่องและคณะอนุกรรมการฯจะได้พิจารณาโดยด่วนตามวาระ อีกประการคือเรื่องการคุ้มครองพยานในคดี เพราะถ้าหากประเมินแล้วพบว่าผู้เสียหายไม่ได้รับความปลอดภัย หรือสุ่มเสี่ยงจะเกิดเหตุการณ์ต่างๆที่เป็นการข่มขู่คุกคามพยาน เจ้าหน้าที่จะรีบให้การคุ้มครองทันที ขอให้ผู้เสียหายมั่นใจไม่ต้องกังวล ทั้งนี้ อยากให้ทุกท่านที่กำลังทุกข์ทางใจ และเข้าหาผู้วิเศษเหล่านี้ต้องตั้งสติทุกครั้ง เพราะบางทีอาจสุ่มเสี่ยงถูกล่วงละเมิดได้ ขอให้พึงระลึก และตระหนักว่าสถานการณ์ที่อยู่ในตอนนั้นมันเข้าข่ายจะเกิดเหตุการณ์ไม่ดีหรือไม่ขณะที่นายชนะชัย วรรณษา ผอ.สำนักงานคุ้มครองพยาน กล่าวว่า จากนี้จะประสานตำรวจท้องที่ที่พักอาศัยของผู้เสียหาย จัดเตรียมกำลังช่วยดูแลความปลอดภัย ส่วนเรื่องของการดำเนินคดีจะประสานกับพนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนพิจารณาเรื่องการไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องหาหากมีการจับกุม นอกจากนี้จะได้ดูแลเรื่อง พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย ค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 ให้ด้วยส่วนนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กล่าวว่า สถานะทางคดีล่าสุดทราบว่าทางพนักงานสอบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เอาผู้กระทำความผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่ร้องทุกข์มายังตนให้รับทราบ มีทั้งหลักฐานที่เป็นคลิปเสียง พยานหลักฐานที่ผู้เสียหายถูกกระทำทางเพศนอกตัวอาคารอีก ขอให้ผู้เสียหายรีบเข้าแจ้งความ จะได้ประสานให้มาแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม ทราบว่ามีผู้เสียหายบางรายที่ประสงค์มาเป็นพยานให้กับผู้เสียหายคือนายเอด้วย ส่วนกรณีที่อ้างว่าการออกมาเปิดโปงเป็นการทำลายชื่อเสียงนั้น ยืนยันผู้เสียหายมีพยานหลักฐาน ลูกศิษย์คนไหนไม่เชื่อมาดูคลิปวิดีโอได้ เพราะบันทึกเหตุการณ์ไว้จริง มีการกระทำละเมิดทางเพศจริง นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียหายรายอื่น เป็นนักศึกษาชายที่เชียงใหม่ติดต่อเข้ามาเพิ่ม ระบุพฤติการณ์ถูกกระทำส่อไปในทางเดียวกันคือใช้ข้อมูลส่วนตัวจากหนังสือรุ่นมาสร้างเรื่อง “นิมิต” เพื่อล่อลวง จากนี้จะได้นัดผู้เสียหายนักศึกษารายนี้มาพูดคุยเรื่องรายละเอียดต่อไปด้าน พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป.เปิดเผยความคืบหน้าคดีนี้ว่า ได้สอบปากคำผู้เสียหาย พร้อมพยานไปแล้ว 3 ปาก รวมกับพยานหลักฐานที่นำมาให้ รวมทั้งส่งผู้เสียหายตรวจร่างกาย จากหลักฐานและสอบพยานดูแล้วพบว่าเป็นไปตามที่เป็นข่าว หลังจากนี้จะเรียกบรรดาลูกศิษย์ที่อยู่ในสำนักมาสอบปากคำถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ทราบว่ายังมีผู้เสียหายที่ถูกกระทำลักษณะนี้จะเข้ามาแจ้งความเพิ่มอีก จะทำให้สำนวนคดีมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น เรื่องนี้ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรอสั่งการต่อไปวันเดียวกัน ที่บ้านอาจารย์จอมขมังเวทที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาใน จ.ลำพูน พบว่ายังคงปิดบ้านเงียบ มีการขึ้นป้ายที่เขียนด้วยลายมือติดอยู่ที่ประตูบ้าน ของดรับแขกทุกคณะทุกหมู่คนโดยไม่มีกำหนดเพราะมีบางคนมาทำลายความน่าเชื่อถือและชื่อเสียงและมีการใส่ชื่อเจ้าสำนักดังกล่าว ลงวันที่ 8 พ.ค.69 ส่วนอีกฝั่งถนนซึ่งปกติใช้เป็นที่จอดรถคนที่มาหาอาจารย์ วันนี้ลูกศิษย์ได้ปิดประตูและเขียนป้ายงดรับแขกทุกหมู่ทุกคณะเช่นกันอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่