นึกถึงคำทักหนุ่มรุ่นหลานในงานวันนักเขียน ความรู้เรื่องพระกริ่งเป็นเรื่องเร้นลับ หากเขาอ่านเรื่อง พระกริ่งธรรมโกษารุ่น 1 วันนี้ เขาคงหมั่นไส้ ทึกทักเอาได้ไง...พระกริ่งธรรมโกษา ของสมเด็จสังฆราช (แพ) วัดสุทัศน์ ท่านสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2443 ถึง พ.ศ.2455 ช่วงเวลายาวตั้ง 11 ปี ปัญหาเก๊แท้ ยังถูกกันจบไม่ลงอยู่เลยขึ้นต้นเรื่องได้อย่างนี้แล้วก็ถือเป็นโอกาส บรรยาย เรื่องที่รู้ๆมาจนอัดอั้น ให้สะใจ...เสียทีรวบรัดตัดตอน สมเด็จสังฆราชแพท่าน เริ่มสร้างพระกริ่งรุ่นเทพโมลี รุ่นแรก พ.ศ. 2441-2 มีเก้าองค์หรือไม่? มีจารก้นเลข 1 ถึง 9 หรือไม่...ออก มาคุยกันถึงรุ่นธรรมโกษา...รุ่นเดียวเดิมทีเดียวนั้น ความรู้เรื่องพระกริ่งสายวัดสุทัศน์ มืดสลัวมัวมนเหมือนอยู่ในแดนสนธยา จนเมื่อวัดสุทัศน์ ออกหนังสือเรื่องพระกริ่ง เมื่อปี 2517 แล้วพี่ปรีชา เอี่ยมธรรม ใช้นามปากกา “จ่าเปี๊ยก” ใช้ความรู้จากหนังสือเขียนในนิตยสารจักรวาลพระเครื่อง...รุ่นนั้นรุ่นโน้น เป็นไง! คนรักพระกริ่งมีความรู้ขึ้นมาบ้าง ก็กล้าเล่นหากันแต่ภาพพระกริ่ง จากหนังสือเล่มวัดสุทัศน์ และภาพประกอบหนังสือจ่าเปี๊ยก ยังเป็นขาวดำ คนอ่านก็ต้อง “มโน” ผสมความรู้กันไป ตาเริ่มสว่างขึ้น เมื่อพี่มอนต์ จันทนากร ออกหนังสือภาพสีพระกริ่งรูปหล่อครูอาจารย์รุ่นพี่มอนต์ นำเสนอพระกริ่งเทพโมลีแขนตัน เนื้อหากระแสกลับดำ เค้าองค์พระได้มาจาก พระกริ่งปวเรศฯ วัดบวรฯรุ่นน้องๆ อ่านแล้วก็จดจำแต่เมื่อมาถึงยุคราชาพระกริ่ง คุณบุญเหลือ ออประเสริฐ นำเสนอในหนังสือพระกริ่ง...พระกริ่งรุ่นเทพโมลี...ก็ไม่ได้พูดถึงรุ่นเทพโมลีแขนตัน... รุ่นน้องอ่านแล้วก็เข้าใจ รุ่นพี่พระกริ่งเขาเล่นแบบทางใครทางมันต่อมามีหนังสือพระกริ่งบางเล่ม ก็ลงรุ่นเทพโมลีแขนตัน แต่ลดลำดับรุ่น เป็นรุ่นธรรม โกษา พอให้รู้ว่า มีบางเซียนเล่นอยู่...เอาเป็นว่า ก็ว่ากันไปเกริ่นความสับสน เรื่องรุ่นธรรมโกษานำร่องมาแค่นี้ ก็ขอเข้าสู่วิชาพระกริ่งของราชาพระกริ่ง คุณบุญเหลือกันเสียที คุณบุญเหลือแยกรุ่นธรรมโกษา ที่เห็นเค้าหน้าชัดเจนว่า มาจากกริ่งปวเรศ เป็นสามรุ่นธรรมโกษารุ่น 1 พ.ศ.2443 ถึง พ.ศ.2447 เนื้อกลับดำสนิท อุดเม็ดกริ่งรูเดียว ฝีมือแต่งคุณบุญเหลือ ระบุว่า “ช่างเชย” ผมเดาเอาว่าช่างเชยคนนี้ คือช่างคนหนึ่งที่แต่งกริ่งปวเรศ แล้วสมเด็จสังฆราชแพ ท่านขอให้มาแต่งพระกริ่งเทพโมลีรุ่นแรก แล้วก็ติดพันมาแต่งธรรมโกษารุ่นแรกองค์แรกในหนังสือ คุณบุญเหลือ แต่งพิเศษเพิ่มบัวหลัง (น่าจะเป็นต้นแบบพระกริ่งบัวรอบรุ่นต่อๆมา) ฝีมือแต่งเรียบร้อยทุกเส้นสาย ได้อิทธิพลจากการแต่งพระกริ่งรุ่นเทพโมลีมา ส่วนองค์ต่อๆมาหลังเรียบทุกองค์พระกริ่งองค์ในคอลัมน์วันนี้ เทียบเคียงทุกเส้นสายรายละเอียด มั่นใจเข้าทางเป็นธรรมโกษารุ่น 1ธรรมโกษารุ่น 2 พ.ศ.2448-1450 รุ่นนี้คุณบุญเหลือ บอกว่าฝีมือแต่งปลัดจิ๋ว เค้าหน้าองค์พระยังอยู่ในเค้าปวเรศ ผิวและกระแสกลับดำ รุ่นนี้หล่อแบบกริ่งใน แต่หลายองค์หล่อเสีย ต้องซ่อมด้วยใช้แผ่นทองแดงปะที่ก้นธรรมโกษารุ่น 3 พ.ศ.2441-2444 รุ่นนี้ เค้าแม่พิมพ์ก็ยังคล้ายปวเรศอยู่่ เพียงแต่บางองค์ส่วนผสมของเนื้อออกไปเหลืองอมขาว คล้ายเนื้อเมฆสิทธิ์ รอยอุดพระกริ่งมักไม่เรียบร้อย หลายองค์ต้องปะก้นด้วยแผ่นทองแดงองค์สุดท้ายในหนังสือคุณบุญเหลือ หล่อท่อนล่างไม่ดี รูอุดกริ่งตัน มีรอยซ่อมด้านก้นชัดเจน ผมเป็นหนึ่งในคนรักพระกริ่ง จำได้ อาจารย์นิพัทธ์ จิตรประสงค์ เล่าให้ฟังเอง ปี พ.ศ.นั้นท่านเช่ามาห้าหมื่น แล้วไปขอให้พระอาจารย์หนู แต่งเติมหน้าให้ใหม่พระกริ่งธรรมโกษาทั้งสามรุ่นที่ว่า...ดู ผิวเผินแล้วคล้ายกันแทบแยกรุ่นไม่ได้ แต่บทสรุปบวกความนับถือรุ่นครู ดูเนื้อหาความเก่า กระแสผิวกลับดำ เป็นพระกริ่งสังฆราชแพแท้แน่นอน นิมนต์ขึ้นคอได้ทุกองค์พรรณนามายืดยาว เพื่อยืนยันว่า วิชาพระกริ่งเป็นวิชาเร้นลับ หาคนรู้จริงยากด้วยประการฉะนี้แล.พลายชุมพลคลิกอ่านคอลัมน์ “ปาฏิหาริย์จากหิ้งพระ” เพิ่มเติม