ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ คงต้องโฟกัสไปที่ “ทักษิณ ชินวัตร” เจ้าของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งของเมืองไทย11 พ.ค.2569ได้รับการพักโทษออกจากเรือนจำกลาง คลองเปรมเป็นอิสระสู่บ้านพักจันทร์ส่องหล้าแต่ต้องใส่กำไลอีเอ็มมีคำถามมากมายว่าเมื่อเขาออกจากคุกแล้วจะดำเนินชีวิตอย่างไร โดยเฉพาะเรื่อง “การเมือง” เพราะเรื่องทำมาหากินคงไม่ต้องพูดถึงเพราะร่ำรวยขั้นมหาเศรษฐีแล้วแต่เนื่องจากเคยเป็นนายกรัฐมนตรีมามีประสบการณ์ความรู้ความสามารถ ไม่ใช่ธรรมดาจะอยู่เฉยๆเลี้ยงหลานคงไม่ใช่วิสัยเพียงแต่จะโดดลงเต็มตัวหรือพอประมาณก็ต้องติดตามกันต่อไปวันพ้นอิสรภาพทางครอบครัว นำโดย “พจมาน ดามาพงศ์” ภรรยา จะนำทีมคนในครอบครัวลูกเล็กเด็กแดงไปรับหน้าเรือนจำเลยทีเดียวคงเอิกเกริกไม่เบานอกจากนั้น บรรดาแกนนำพรรคและบรรดาคนเสื้อแดงที่เตรียมการรอไว้แล้วคงจะร่วมสมทบสร้างความอบอุ่นไม่น้อยว่ากันว่าระยะแรกคงเก็บตัวเงียบสักพักจนกว่าจะพ้นวันพักโทษเพื่อให้ปลอดมลทินทุกอย่างจนสามารถเดินไปไหนมาไหนได้อย่างเสรีประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาย่อมให้บทเรียนแก่เขาไม่มากก็น้อย เคยเป็นสัมภเวสีอยู่ต่างประเทศถึง 17 ปี แล้วก็กลับเมืองไทยติดคุกอีก 1 ปีจากผู้นำประเทศที่เกรียงไกรสู่เรือนจำคงได้คิดอะไรมากมายจากชีวิตที่ผ่านมาดูจากท่วงทีแล้วเขาคงมิอาจหนีไปจากวงจรการเมืองได้ เพราะชีวิตเขายังต้องมีอำนาจการเมืองเพื่อคุ้มครองอยู่ดังนั้น ลูกพรรค “เพื่อไทย” คงไม่ต้องห่วงเพราะเขาคงไม่ทิ้งแน่เพียงแต่จะแสดงบทบาทแค่ไหนอย่างไรนั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่งแต่เชื่อว่าคงไม่ซู่ซ่าเหมือนที่ผ่านมาเพราะหากเกินพอดีก็จะต้องเจอดีอีก ที่สำคัญเขายังมีคดีติดตัวอยู่อีก 2 คดี1.ม.1122.ชั้น 14 รพ.ตำรวจคงไม่อยากติดคุกซํ้าอีกแน่คุก 1 ปีก็เจ็บปวดพอแล้วอีกทั้งการหนีออกประเทศในสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไปก็ยากแล้ว ถิ่นอาศัยอย่างดูไบก็ไม่ปลอดภัยแล้ว ณ เวลานี้ที่ปลอดภัยที่สุดคือกลับเนื้อกลับใจทำประโยชน์ให้แก่ประเทศอย่างมีขีดจำกัด ไม่เว่อร์จนคิดว่าตัวเองเก่งอยู่คนเดียววันนี้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาแทนที่ พร้อมความรู้ความสามารถจนพูดได้ว่าสามารถทดแทนคนรุ่นเก่าได้แล้วทางที่ดีก็คือใช้ประสบการณ์ไปในทางที่ส่งเสริมและถ่ายทอดไปสู่สังคมอย่างถ่อมเนื้อถ่อมตัวก็จะได้รับการชื่นชมมากกว่ายกตนข่มท่านคนเรานั้นผิดถูกเป็นเรื่องหนึ่งที่ผ่านมาแล้วแต่อย่าผิดซํ้าผิดซากมีแต่คนเขาประณามวันนี้มีลูกหลานเต็มบ้านหาความสุข จริงๆตรงนั้นได้ไม่ต้องไปแสวงหาที่ไหนอีกแล้ว!“ลิขิต จงสกุล”คลิกอ่านคอลัมน์ “สับรางวันอาทิตย์” เพิ่มเติม