จบห้วงพักเบรกสงกรานต์ สิ้นสุดห้วงเทศกาลแห่งความสุข กระแสข่าวสารการเมืองที่ซาลงไปในห้วงบรรยากาศเฉลิมฉลองกลับคืนสู่ภาวะปกติ ประเด็นร้อนการเมืองมั่วน้ำมันยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง ตามเงื่อนไขสถานการณ์วิกฤติสงครามอ่าวเปอร์เซียที่ไม่มีสัญญาณจะลดระดับความขัดแย้ง ช่องแคบฮอร์มุซตึงเครียดหนักขึ้นแต่ปมที่คนไทยซีเรียสหนักกว่านานาชาติ คือขบวนการกักตุนน้ำมันที่ถือโอกาสหากินซ้ำเติมประชาชน จากการไล่ตรวจพิสูจน์โดยกระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ประสานตำรวจตรวจพบหลักฐานแก๊งลักลอบกักตุนน้ำมันเก็งกำไร ทั้งการขนออกไปขายกัมพูชา มาเลเซีย และโก่งราคาลอยตัวในปั๊มต่างจังหวัดตามปฏิบัติการแฉกลางสภา ตอกย้ำกันชัดๆ โดยนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดชื่อตัวละครสำคัญอย่าง “เสี่ยตือ” ที่ตามฐานข้อมูลในบัญชีทรัพย์สินที่แจ้งต่อ ป.ป.ช. คือลูกหนี้เงินกู้ของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม อดีต ผอ.ศบก.ต่อจิ๊กซอว์ภาพใหญ่ให้เห็นความเชื่อมโยงมาถึงตรงนี้ยังไม่มีการชี้แจงใดๆ จากนายพิพัฒน์ ไม่ว่าจะเป็นการลุกขึ้นตอบโต้ในสภาหรือแถลงไขนอกสภา ทำให้นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อค่ายส้ม เรียกร้องให้รัฐบาล โดยเฉพาะนายพิพัฒน์ ออกมาชี้แจงกับประชาชนในประเด็นไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมันจนเกิดภาวะขาดแคลน อย่าฉวยจังหวะสงกรานต์กลบข่าวน้ำมันสัญญาณชัดว่าหลังโหมดหยุดยาว พรรคประชาชนต้องเดินหน้าขยายประเด็นร้อนเรื่อง “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน ที่โยงกับตัวละครสำคัญ “เสี่ยตือ” ไล่ต้อนนายพิพัฒน์และรัฐบาลหนักหน่วงแน่ ล้อไปกับกระแสร้อนสถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นสูงเป็นประวัติศาสตร์ กระตุ้นอารมณ์เดือดชาวบ้านที่ตกเป็นเหยื่อถูกไอ้โม่งปล้นน้ำมันกระแสร้อนไม่มีวันดับได้ง่ายๆ ภายใต้หลักคิดเชิงยุทธศาสตร์การเมืองแบบที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ เลือกใช้วิธีปิดวาจา หลีกเลี่ยงการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน และนั่นก็น่าจะรวมถึงอาการซุ่มโป่งของนายพิพัฒน์ที่หลุดปากขอร้องนักข่าวหยุดซักไซ้ปมร้อนน้ำมัน เพราะกระทบธุรกิจครอบครัว เน้นนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหวเรื่องของเรื่องสไตล์เตมีย์ใบ้ แบบ “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกฯ ที่เคยได้ผลชะงัด เพราะตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสุจริตเป็นที่ตั้ง สังคมไว้วางใจผู้นำรัฐบาล ต่างจากมุก “ปิดวาจา” ในเหลี่ยมการเมือง หวังกลบเรื่องไอ้โม่งโกงน้ำมัน ที่สังคมปักใจโดนซ้ำเติมความเดือดร้อน เหมือนกลบเชื้อชนวนที่รอจุดระเบิดตูมใหญ่.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม