“บังซัน” หนุ่มคลั่งปลิดชีวิตตัวเองในห้องพักแฟลตย่านท่าแร้ง หลังก่อเหตุระทึกยิงเพื่อนที่ทำธุรกิจ พอดด้วยกันดับคาวัดบึงทองหลาง บาดเจ็บอีก 2 คน เผยเหยื่อโหดเพิ่งประกันตัวมาขอขมาศพแฟนสาวจากคดีทำปืนลั่น ส่วน “บังซัน” ตำรวจตามไปพบหมกตัวในห้องพักย่านคู้บอน พร้อมแฟนสาววัย 17 เหิมไลฟ์สดโชว์ปืน โชว์ผลัดกันสูบพอด ด่าทอคนตายยับ กล่าวหาตั้งใจยิงแฟนสาวที่เป็นเพื่อนของทั้งคู่ อีกทั้ง มีปัญหาเรื่องธุรกิจยาเสพติด พร้อมยิงปืนออกมาเป็น ระยะ รถราชาวบ้านพรุน ตำรวจส่งอรินทราช 26- หนุมานกองปราบ ปิดล้อม จัดชุดเกลี้ยกล่อมจนตี 2 หนุ่มคลั่งยิงตัวตายหนีความผิด ส่วนแฟนสาววัย 17 ให้การบอก “บังซัน” ไปยิงสางแค้นเพราะทั้งคู่ไม่เชื่อปืนลั่นหนุ่มคลั่งยิงดับอริกลางงานศพก่อนหลบหนี ตำรวจปิดล้อมระทึกสุดท้ายยิงตัวตาย เมื่อเวลา 00.15 น. วันที่ 2 ส.ค. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ. นำชุดปฏิบัติการพิเศษ RTF191 หน่วยอรินทราช 26 ชุดหนุมาน บก.ป.ชุดสืบสวน บก.น.4 บก.น.2 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมปิดล้อมแฟลตเอื้ออาทรคู้บอนสยามธรณี ตึก 23 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ เพื่อจับกุมนายนพรัตน์ หรือบังซัน มูฮำหมัดอารี อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 1 ส.ค.69 ข้อหาฆ่าผู้อื่นฯ และ พ.ร.บ.อาวุธปืนก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 ส.ค. นายนพรัตน์ ได้ขี่รถ จยย.ฮอนด้า ฟอร์ซ่า สีน้ำเงิน ทะเบียน 2 ขณ 3908 กรุงเทพมหานคร เข้าไปยิงนายโภไคย หรือ เกียร์ ขวดใส อายุ 27 ปี อาชีพเปิดอู่ซ่อม จยย. เสียชีวิตภายในวัดบึงทองหลาง แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ หลังได้ประกันตัวในคดีทำปืนลั่นใส่ น.ส.ณัฐวิภา พิมพ์จำปา อายุ 22 ปี แฟนสาวนายโภไคย จนเสียชีวิตเมื่อเช้ามืดวันที่ 29 ก.ค. ที่บ้านเลขที่ 338/142 หมู่บ้านอยู่สบายวิลล่า ซอย 3 ลาดพร้าว 87 แยก 10 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ ญาติเพิ่งนำศพ น.ส.ณัฐวิภา มาไว้ที่ศาลา 6 เป็นวันแรก โดยนายโภไคยมาขอขมาศพแฟนสาวก่อนถูกยิงตายตามนอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บ 2 รายเป็นเพื่อนคนตายและผู้ก่อเหตุ คือนายโยธิน เสร็จธุระ อายุ 26 ปี ถูกยิงที่ขาทั้ง 2 ข้าง และนายอุสมะ โซะพิทัต อายุ 26 ปี ถูกยิงที่แขนขวาและขาทั้ง 2 ข้าง ที่พยายามเข้ามาห้ามปรามแต่ไม่สำเร็จ พลเมืองดีนำส่ง รพ.ใกล้เคียง ส่วนนายนพรัตน์หลบหนีมี น.ส.จัน (นามสมมติ) อายุ 17 ปี แฟนสาวซ้อนท้ายหลังเกิดเหตุฝ่ายสืบสวนติดตามตัวนายนพรัตน์อย่างกระชั้นชิด กระทั่งพบ จยย.นายนพรัตน์จอดอยู่หน้าแฟลตเอื้ออาทรคู้บอนสยามธรณี ตึก 23 จากนั้นรายงานให้ผู้บังคับบัญชาเดินทางมาที่เกิดเหตุ มี พล.ต.ท.สยาม เป็น ผบ.เหตุการณ์มีรายงานว่า อาคารที่ตำรวจปิดล้อม สูง 5 ชั้น ห้องนายนพรัตน์อยู่ชั้น 2 ด้านในสุดติดหน้าต่างด้านข้างของตัวอาคาร เข้าออกได้ด้านเดียว ขณะนั้นนายนพรัตน์มีอาการคลุ้มคลั่งขังตัวอยู่กับ น.ส.จัน และยิงปืนออกมาทางหน้าต่างเป็นระยะ บางครั้งก็ยิงใส่ผนังห้องตัวเอง เจ้าหน้าที่ต้องอพยพชาวบ้านบนชั้น 2 ออกจากพื้นที่และห้ามคนเข้าออก ขณะเดียวกัน นายนพรัตน์เข้าใจว่ารถตู้สีขาวที่จอดอยู่หน้าอาคารเป็นรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้กระหน่ำยิงมาหลายนัดจนเสียหาย เจ้าหน้าที่พยายามเกลี้ยกล่อมนานกว่า 4 ชั่วโมงระหว่างที่อยู่ในห้องนายนพรัตน์ได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก เห็นนายนพรัตน์ใช้ปืน 9 มม.ใส่แมกกาซีนแบบยาวใส่กระสุนได้ถึง 33 นัด และยังผลัดกันสูบพอดเคกับ น.ส.จัน พร้อมด่าทอนายโภไคยตลอดเวลาว่าเป็นคนที่ทำให้ น.ส.ณัฐวิภาตาย ไม่ใช่ทำปืนลั่น และหักหลังกันเรื่องพอดเค พร้อมประกาศจะยิงตัวตายทั้งคู่ ไม่ยอมมอบตัวเด็ดขาด ขณะที่ น.ส.จันได้ถามนายนพรัตน์อยู่ตลอด จะยิงเลยไหม พร้อมไปด้วยกันทั้งคู่ เจ้าหน้าที่ต้องรอให้ทั้งคู่จิตใจเย็นลง แต่นายนพรัตน์ยังยิงปืนออกมาเป็นระยะรวมกว่า 20 นัด ภายหลังนายนพรัตน์ได้ออกจากไลฟ์เก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังพยายามเกลี้ยกล่อมกระทั่งเวลา 02.15 น. มีเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด พร้อมๆกับ น.ส.จันวิ่งร้องไห้โฮออกมาแจ้งให้ตำรวจเข้าไปในห้อง พบร่างนายนพรัตน์นอนหงายอยู่กลางห้อง มีบาดแผลที่ขมับขวา พร้อมปืน 9 มม. มีกระสุนในแมกกาซีนเหลือ 13 นัด เจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่ง รพ.สินแพทย์ และเสียชีวิตในเวลาต่อมาจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัว น.ส.จันไปสงบสติอารมณ์ที่ สน.ลาดพร้าว ก่อนสอบสวนเบื้องต้นได้ความว่า น.ส.จันเป็นคนบอกให้นายนพรัตน์ไปยิงนายโภไคย เพราะไม่เชื่อว่า น.ส.ณัฐวิภา เพื่อนรักเสียชีวิตมาจากความประมาท แต่เกิดจากความตั้งใจยิง ตรงกับ ที่นายนพรัตน์ก็คิดเหมือนกัน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่รอให้ น.ส.จันสร่างจากการเมาสารเสพติดที่เกิดจากการสูบพอดเค แล้วจะสอบสวนอย่างละเอียดต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่