ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้เริ่มต้นปีใหม่ไทยกับการเข้าทำหน้าที่ของรัฐบาลชุดใหม่ก็เป็นมิติที่น่าสนใจไม่น้อยถ้าไม่มีสงครามตะวัน ออกกลางสอดแทนเข้าไปก็คงแฮปปี้กันทุกฝ่ายแต่เมื่อมันต้องเป็นอย่างนี้ก็ต้องว่ากันไปตามสถานการณ์ “สงกรานต์” ก็คงคึกคักน้อยลงหน่อย แต่คนไทยนั้นชอบสนุกอยู่แล้วคงไม่มีผลกระทบเท่าใดเพราะมีการจองตั๋วเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อพบครอบครัวตามประเพณีอันดีงามก็ว่ากันไปแต่ขอให้พองามเกินงามไม่ดีแน่...วันนี้ทุกสายตาคงพุ่งเป้าไปที่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านเพื่อจะได้รู้ว่าหยุดยิงถาวรหรือเปล่าหลังจากสงบศึกชั่วคราวมา 2 สัปดาห์ชะตาโลกก็อยู่ตรงนี้แหละหากตกลงกันได้โลกก็จะสดใสแวววาวแต่ถ้าไม่ได้ก็คงวุ่นวายไปอีกนานนี่คือสิ่งที่ทุกคนจะต้องเตรียมพร้อมเพื่อรับกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นเสร็จสิ้นการแถลงนโยบายของรัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” ถือว่าได้เข้าทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์จากนี้ไปก็เป็นของจริงแล้วจะอ้างอะไรไม่ได้อีกแล้วรัฐบาลก็คงไม่ต่างไปจากคนทั่วๆไปที่ต้องลุ้นการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ– อิหร่านไม่ต่างกันเพราะหากการสู้รบยังมีต่อไปรัฐบาลก็ต้องวางแผนและคิดเพิ่มไปอีกหลายเท่าตัวเนื่องจากผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาทั้งระบบแน่นอน “น้ำมัน” คือปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดความเป็นไปพูดง่ายๆว่ารู้หมู่รู้จ่ากันแหละงานนี้แต่ถ้าจบก็ลอยตัวไปอีกแยะ!ไม่ต้องฟังเสียงด่าเสียงโจมตีอย่างการแถลงนโยบายวันนี้รัฐบาลมีความพร้อมมากกว่ารัฐบาลชุดที่ผ่านมาคือเสถียรภาพที่มั่นคง การจัด ครม.ก็ไร้ปัญหาทุกคนได้หมดคือเริ่มต้นดีแต่ปลายจะเป็นอย่างไรก็ต้องพิสูจน์ที่สำคัญคือตัวขับเคลื่อนที่เป็นกลไกหลักของรัฐบาล 2 คน คือ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ”–“ศุภจี สุธรรมพันธุ์”จะต้องแสดงศักยภาพให้ปรากฏทำอย่างไรให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้อย่างดีประชาชนมีความสุขไม่เดือดร้อนนายกรัฐมนตรีก็ต้องทำหน้าที่ประสานทุกหน่วยงาน ทุกรัฐมนตรีเพื่อผลักดันนโยบายให้ไปในทิศทางเดียวกันอย่างสามัคคีและมีเป้าตรงกันในขณะที่ฝ่ายค้านก็ต่างคนต่างเดินพรรคหนึ่งก็มีปัญหาภายในพรรคหนึ่งก็ตัวเป็นฝ่ายค้านแต่ใจอยู่ฝ่ายรัฐบาลอีกพรรคหนึ่งก็แสดงตนเป็นเจ้าหลักการไม่มีอะไรใหม่ถ้ารัฐบาลไม่ทำร้ายตัวเอง...ก็น่าจะผ่านไปได้ไม่ยากรอดู 3–4 เดือนแรกก็พอจะเห็นแล้วว่าจะไปได้แค่ไหน?นี่คือหมุดหมายการเมืองไทย!ลิขิต จงสกุลคลิกอ่านคอลัมน์ “สับรางวันอาทิตย์” เพิ่มเติม