เริ่มนับหนึ่งบริหารราชการแผ่นดินอย่างเป็นทางการ รัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย มีอำนาจเต็มตัว สั่งการได้เต็มที่ หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนพิธีกรรมแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาให้คำมั่นใหม่ “พาคนไทยตั้งตัวได้” แต่ไม่รู้คำรับปากจะโดนด่าหูชาเหมือนวลี “รวยไม่ไหวแล้ว” หรือไม่ถึงเวลาเหยียบมิดคันเร่ง แก้วิกฤติพลังงานโลก ต้องเตรียมตัว เตรียมใจรับแรงกระแทก ล้างหูรับพายุอารมณ์ประชาชน ในภาวะที่สถานการณ์ไฟสงครามตะวันออกกลางยังยืดเยื้อข้ามเดือนราคาน้ำมันโลกแปรปรวนรายวัน ผันผวนขึ้นๆลงๆตามอารมณ์ผู้นำมหาอำนาจโลก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาโจทย์หินตระหง่านรอรัฐบาลใหม่ยาวเป็นหางว่าว ท้าทายฝีมือ “นายกฯหนู” ทีมเดอะแบกเศรษฐกิจ และ ครม.ลูกเทพคือของจริงหรือของเก๊ตกที่นั่งจังหวะซวย อย่างที่ สส.กล้าธรรม แสดงความเห็นใจ มารับตำแหน่งก็เจอวิกฤติโลกทันทีแต่ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะมาโอดครวญขอความเห็นใจถึงคราวเคราะห์ ตรงกันข้ามคือ บทพิสูจน์ศักยภาพการเป็นผู้นำในภาวะวิกฤติ ต้องเร่งหามาตรการบรรเทาผลกระทบความเดือดร้อนประชาชนเร็วที่สุดปัญหาปากท้องมาจ่อคอหอย ไม่ใช่แค่เฉพาะโจทย์ใหญ่น้ำมันแพง แต่บานปลายไปถึงปัญหาวิกฤติค่าครองชีพ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ค่าเดินทาง ต่างพาเหรดขึ้นตามราคาน้ำมันรายจ่ายเพิ่ม รายรับหด สะท้อนภาพความจริง กระอักเลือดทุกครอบครัวมรสุมพลังงานโลกซัดเศรษฐกิจไทยอับปาง เข้าโหมดข้าวยากหมากแพง จากน้ำมันแพงลามเป็นคนไม่เหลือตังค์ในกระเป๋า พัวพันอีนุงตุงนังไปหมดไม่ใช่แค่ชาวบ้านที่เงินขาดมือ แม้แต่รัฐบาลก็ตั้งท่าถังแตกตามไปด้วยสัญญาณการคลังประเทศตึงตัว อย่างที่ ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายระหว่างแถลงนโยบายรัฐบาล ระบุ 4 เดือนแรก ปี 2569 รัฐบาลถลุงงบกลางสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ร่อยหรอ เหลืออยู่แค่ 25,000 ล้านบาทส่อเค้าต้องออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายปี 2569 ไปล้วง ควักเงินในหน่วยงานต่างๆที่เหลือจ่าย 84,000 ล้านบาท มารวมเป็นก้อนใหม่ นำไปใช้ในโครงการจำเป็นเร่งด่วนเผลอๆอาจถึงขั้นลักไก่ออกเป็น พ.ร.ก.โอนงบประมาณรายจ่ายฯ เพื่อความรวดเร็วในการใช้เงินหนำซ้ำยังมีแนวโน้มถึงขั้นต้องขอกู้เงินอีก 5 แสนล้านบาท หากการโยกงบประมาณปี 2569 ยังไม่เพียงพอต่อการพยุงเศรษฐกิจทั้งเกลี่ย ทั้งกู้ หมุนเงินมือเป็นระวิง โปะแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ โครงการคนละครึ่ง พลัส ให้ทันในเดือน เม.ย.-พ.ค. สู้วิกฤติพลังงานที่ยังไม่คลี่คลายสงครามส่อลากยาวตามที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เอ่ยปากแสดงความเป็นห่วง วิกฤติพลังงานโลกรอบนี้รุนแรงและยืดเยื้อกว่าที่คิด หนักหน่วงถึงระดับทำลายโครงสร้างราคาพลังงานโลก จนอาจไม่มีน้ำมันราคาถูกใช้ในช่วง 1-2 ปี เพราะคลังน้ำมันโลกถูกถล่มเสียหายกองทุนน้ำมันติดลบเฉียด 60,000 ล้านบาท ในช่วง 1 เดือน ต้องเลิกอุ้มราคาน้ำมันแบบหว่านแห ช่วยทุกกลุ่ม หันมาใช้มุ่งเป้าช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มแทนทีมเดอะแบกหลังแอ่น แบกภาระใหญ่ ทั้งต้นทุนพลังงาน ปากท้องประชาชน หนี้สาธารณะ ที่สำคัญคือแบกความคาดหวังคนไทยทั้งประเทศกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ หัวหมุนรีบออกมาตรการปั๊มชีพจรเศรษฐกิจ อาทิ เติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่ม 100 บาท อัดงบช่วยภาคขนส่ง รถบรรทุก แท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ นำเข้า ครม.วันที่ 11 เม.ย. หากยังเอาไม่อยู่ อาจต้องเพิ่มยาแรง ปิดปั๊มน้ำมัน ห้างสรรพสินค้า ช่วง 22.00- 05.00 น. หลังสงกรานต์ จากมาตรการขอความร่วมมือใกล้ยกระดับเป็นภาคบังคับวิกฤติสถานการณ์โลก ลากรัฐบาลเข้าโหมดบริหารความเสี่ยงขั้นสูงสุด เผชิญปัญหาราคาน้ำมัน ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และค่าครองชีพอีกสารพัดมีเดิมพันคือ ความมั่นคงระบบเศรษฐกิจทั้งประเทศ ต้องรักษาสมดุล ทั้งการอุ้มประชาชน และรักษาเสถียรภาพการเงินการคลังประเทศไปพร้อมกันโจทย์สุดหินต้องบาลานซ์เสถียรภาพเศรษฐกิจกับปากท้องประชาชนให้ลงตัว ให้คนไทยตั้งตัวได้เบรกอารมณ์คนไม่อยู่ จากที่เพิ่งเริ่มต้นนับหนึ่งการทำงาน อาจกลายเป็นนับถอยหลังรัฐบาล!!!ทีมข่าวการเมือง รายงาน คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม