ตั้งหลักให้ดี วนเวียนอยู่กับปัญหาภายในพรรคมาตลอด แม้กระทั่งหลังเลือกตั้งก็ยังมี “งูเห่า” โผล่ออกมาอีก 1 พรรคประชาชนที่พัฒนามาจาก “อนาคตใหม่” สู่ “ก้าวไกล” หัวหน้าพรรคก็เริ่มตั้งแต่ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ”-“พิธา ลิ้มเจริญรัตน์”-“ชัยธวัช ตุลาธน” จนมาถึงคนปัจจุบัน “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ”ว่าไปแล้วหัวหน้าพรรคแต่ละคนถือว่าไม่ธรรมดา มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ทางการเมืองพูดง่ายๆว่าขายในตลาดได้ไม่น้อยหน้าใครแต่ปัญหาของกลุ่มการเมืองคนรุ่นใหม่นี้คือเรื่องของตัวเองทั้งนั้นบุคคลที่เข้ามาเป็นสมาชิกพรรคและได้รับการเลือกตั้งมักจะมีปัญหาส่วนตัวอยู่หลายคน แม้กระทั่ง “งูเห่า” ก็ยังโผล่ให้เห็นอีกแสดงว่าระบบการคัดกรองยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอแม้เกิดปัญหาแล้วการแก้ไขจะค่อนข้างดีก็ตามแต่มันก็ทำให้พรรคเกิดความเสียหาย ความเชื่อมั่นถูกลดทอนความจริงแล้วการเป็นนักการเมืองสังกัดพรรคนี้ควรจะมีความพร้อมมากกว่านี้ คือ นอกจากมีอุดมการณ์แล้วยังต้องมีจริยธรรมประจำตัวด้วยแต่เมื่อเปลี่ยนผ่านไปแล้วก็ต้องหาทางแก้ไขมิให้เกิดขึ้นมาอีกการที่ทำให้พรรคต้องเปลี่ยนชื่อใหม่จากพรรคหนึ่งไปอีกพรรคหนึ่ง และผู้บริหารพรรคต้องถูกเว้นวรรคทางการเมืองทำให้ต้องเสียบุคลากรไปอย่างน่าเสียดายแต่พวกเขาบอกว่า “ตายสิบเกิดแสน”!พูดได้แต่ความจริงมันไม่ได้ประโยชน์เท่าใด และมีแต่ทำให้เกิดปัญหาล่าสุดก็คือ ม.112 ค้างเก่าแต่มีผลผูกพันถึง สส.ปัจจุบันคือความผิดที่เกี่ยวกับ ม.112 ที่เหลืออีก 44 คนปรากฏมี สส. 8 คนจากระบบปาร์ตี้ลิสต์ และ 2 คน จากระบบแบ่งเขตล่าสุด ป.ป.ช.จะยื่นคำร้องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง หากศาลรับคำร้องก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีสส. 10 คน มีชื่อดังต่อไปนี้1.ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 2.ศิริกัญญา ตันสกุล 3.รังสิมันต์ โรม 4.วาโย อัศวรุ่งเรือง 5.ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล 6.สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ 7.ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ 8.ณัฐวุฒิ บัวประทุม9.ธีรัจชัย พันธุมาศ 10.เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกรดูจากรายชื่อแล้วแต่ละคนล้วนไม่ธรรมดา มีความโดดเด่นสร้างความนิยมให้พรรคได้ หากต้องถูกตัดสิทธิทางการเมืองคงทำให้พรรคขาดบุคลากรระดับพรีเมียมไปอย่างน่าเสียดายยังไม่จบแค่นี้ จากการที่พรรคแพ้เลือกตั้งอย่างหมดราคา กรรมการบริหารก็ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกเพื่อให้มีการเลือกกรรมการชุดใหม่แม้จะยืนยันมีการเตรียมการรับมือไว้แล้ว ด้วยการหาคนมาทดแทนได้ก็ตามแต่สภาพที่เกิดขึ้นย่อมไม่เป็นผลดีต่อพรรคอย่างแน่นอนดังนั้น จึงต้องมีการประชุมวางแผนปรับแนวทางของพรรคต่อไปเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดอย่างที่ผ่านมาอีก!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม