“ทรัมป์” พลิกไปเรื่อย ล่าสุดประกาศไม่รีบร้อนทำข้อตกลงยุติศึกกับอิหร่านอ้างยังคุยบางเงื่อนไขไม่เสร็จ หลังต่อสายโทร.หากลุ่มผู้นำชาติตะวันออกกลาง ยื่นข้อเสนอที่ทำให้อึ้งถ้วนหน้า ด้านสื่อนอกประเมินอิหร่านยังติด 2 ประเด็น “ปลดอายัดทรัพย์ในต่างแดน-ยิวต้องยุติทุกแนวรบในเลบานอน” โดยโฆษก กต.อิหร่านย้ำแม้การหารือ ได้ข้อสรุปแล้วส่วนใหญ่ แต่อาจไม่ได้บรรลุข้อตกลงกัน ในเร็ววัน ลั่นพร้อมทำเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศสำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าบรรยากาศการเจรจาหาทางหย่าศึกในภูมิภาคตะวันออก กลางระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล-อิหร่าน ที่ยังเอาแน่ไม่ได้ หลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ป่าวประกาศว่าการเจรจากำลังดำเนินไปอย่าง ต่อเนื่อง และมีแนวโน้มที่อาจจะบรรลุข้อตกลงเบื้องต้น กันได้ในอีกไม่นาน โดยเมื่อวันที่ 25 พ.ค. ผู้นำสหรัฐฯ ได้โทรศัพท์ประสานงานเพิ่มเติมไปยังกลุ่มผู้นำชาติตะวันออกกลาง เรียกร้องว่าหากสหรัฐฯสามารถตกลงกับอิหร่านได้ในเรื่องการจบสงคราม ทางสหรัฐฯอยากให้ประเทศต่างๆทำข้อตกลงสันติภาพกับอิสราเอล ซึ่งตรงจุดนี้แหล่งข่าวใกล้ชิดผู้นำสหรัฐฯ เผยกับสำนักข่าวแอกซิออส ว่า ผู้นำปากีสถาน ซาอุดีอาระเบีย และกาตาร์ ถึงกับอึ้งไปเมื่อได้ยินคำร้องขอจากนายทรัมป์ จนผู้นำสหรัฐฯต้องพูดว่ายังอยู่ในสายไหม สายหลุดหรือเปล่านอกจากนี้ นายทรัมป์ยังกล่าวถึงการเจรจากับรัฐบาลอิหร่านอีกว่า ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนทำข้อตกลง สหรัฐฯมีความได้เปรียบเรื่องเวลา เงื่อนไขต่างๆ ยังคุยกันไม่เสร็จ ซึ่งสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การเจรจาในตอนนี้ติดอยู่สองประเด็นคือ 1.อิหร่านต้องการให้รัฐบาลสหรัฐฯปลดล็อกสินทรัพย์ในต่างแดนของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ในทันที สหรัฐฯ ต้องคืนสิ่งนี้มาก่อนถึงจะไปต่อได้ และ 2.กองทัพอิสราเอลยังคงปฏิบัติการอย่างอิสระในเลบานอน ซึ่งอิหร่านได้ย้ำไปแล้วหลายครั้งว่า สงครามจะต้องยุติทุกแนวรบโดยเฉพาะในเลบานอน ซึ่งต่อมานายมาร์โค รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯให้ความเห็นว่า สหรัฐฯได้ยื่นข้อเสนอที่ดีพอให้แก่อิหร่าน เป็นข้อเสนอที่ได้รับการสนับสนุนจากชาติต่างๆในตะวันออก กลาง ประธานาธิบดีทรัมป์จะไม่มีวันทำข้อตกลงที่เสียเปรียบ มาดูกันต่อว่าจะเป็นอย่างไร ให้โอกาสกระบวนการทางการทูตได้ทำงาน ก่อนที่จะไปมองทางเลือกอื่นๆด้านสถานีโทรทัศน์ช่องซีบีเอสรายงานอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐฯด้วยว่า สาเหตุที่การเจรจาเป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากอยาตอลเลาะห์ มุจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน หลบซ่อนตัวอยู่ในฐานลับ และติดต่อประสานงานกับโลกภายนอกผ่านคนส่งสารเพียงเท่านั้น จึงทำให้การตอบรับ หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงใดๆจำเป็นต้องใช้เวลา ไม่สามารถดำเนินการได้ทันที อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวต่างประเทศยังระบุด้วยว่า มีสัญญาณไม่สู้ดีจากทีมเจรจาของรัฐบาลสหรัฐฯ และประธานาธิบดี ทรัมป์ได้ถูกกดดันอย่างหนักจากกลุ่มล็อบบี้ยิสต์ในสหรัฐฯ รวมถึงรัฐบาลอิสราเอลให้ถอยห่างจากการทำข้อตกลงกับอิหร่าน และอย่าไปยอมรับเงื่อนไขหย่าศึกของรัฐบาลอิหร่าน ซึ่งต่อมาหลังจากรายงานข่าวดังกล่าว นายทรัมป์ได้โพสต์รูประเบิดติดเครื่องบินรบในโซเชียล มีเดียส่วนตัว โดยมีการเขียนข้อความบนลูกระเบิดด้วยว่า ขอบคุณที่ทุกคนให้ความสนใจในเรื่องนี้วันเดียวกัน นายอิสมาอิล บากอยี โฆษกกระทรวง ต่างประเทศอิหร่าน กล่าวถึงเรื่องการเจรจาเงื่อนไขเพื่อจัดทำบันทึกความเข้าใจกับรัฐบาลสหรัฐฯ ว่า ประเด็นที่หารือกันได้ข้อสรุปไปแล้ว ส่วนใหญ่ข้อมูลนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงกับรัฐบาลสหรัฐฯภายในเร็วๆนี้ ประเด็นหลักของการหารือคือเรื่องยุติสงคราม ยังไม่ได้มีการหารือลงรายละเอียดในเรื่องนิวเคลียร์แต่อย่างใด เข้าใจดีว่าโลกฝั่งนั้นชอบเล่นการเมืองแบบบีบบังคับ กดดัน ล้อเลียน พูดไปเรื่อย แต่สำหรับอิหร่านนั้นทำงานเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ปฏิบัติได้จริง ยึดข้อเท็จจริงเป็นหลักโดยไม่สนว่าจะถูกเอาไปพูดจาว่าอะไร อิหร่านกำลังดำเนินการเพื่อปกป้องผลประโยชน์ ของประเทศ อิหร่านคือประเทศที่มีอารยธรรม แข็งแกร่ง และมีสไตล์ของตัวเอง เราจะดำเนินการในจุดที่มองว่าจำเป็นเหมาะสม และอิหร่านพร้อมที่จะตอบสนองต่อศัตรู เหมือนอย่างที่เคยทำมาอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่