ผู้การนิติเวชยืนยันพิสูจน์อัตลักษณ์ศพสุดท้ายคือหนุ่มพนักงานบริษัท วัย 44 ผู้โดยสาร ปอ.206 เหยื่อม้าเหล็กขนสินค้าพุ่งขยี้ หลังใช้ DNA ญาติฝั่งพ่อพิสูจน์ สายเลือดตรงกันทุกจุด ประกอบกับหลักฐานภาพวงจรปิดและ สตอรีของเพื่อนก่อนเกิดเหตุที่ใส่ชุดเดียวกัน ญาติเตรียมติดต่อรับศพที่ รพ.ตำรวจ ในวันที่ 26 พ.ค. เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดเดียวกับที่เคยฌาปนกิจ พ่อ แม่ และน้องชายไปก่อนหน้า ส่วนค่าชดเชยต้องหารือกันอีกครั้งใครจะเป็นคนรับจากโศกนาฏกรรมรถไฟขนสินค้าขบวน 2126 แหลมฉบัง-ชุมทางบางซื่อ พุ่งชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ (ปอ.206) สีส้ม เลขข้างรถ 3-44197 วิ่งระหว่างเมกาบางนา-มก. (ม.เกษตร) ทะเบียน 12-5641 กรุงเทพมหานคร ไฟไหม้ มีผู้โดยสารเสียชีวิต 8 ราย บาดเจ็บ 32 คน รถยนต์ไฟไหม้เสียหายหลายคัน เหตุเกิดใกล้สถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดง แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม. เมื่อเวลา 15.42 น. วันที่ 16 พ.ค. ขณะที่ญาติผู้สูญหายตรวจดีเอ็นเอยืนยันอัตลักษณ์ศพแล้ว 7 ราย ญาติรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาเหลือพิสูจน์อัตลักษณ์อีก 1 ราย คาดเป็นหนุ่มวัย 44 ปี พนักงานบริษัทย่านสุขุมวิท หลังเพื่อนที่ทำงานโทร.แจ้งเบาะแสตำรวจล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 พ.ค. ที่ สน.มักกะสัน มีรายงานว่า สถาบันนิติเวชวิทยา ได้ทำหนังสือยืนยันอัตลักษณ์ของศพที่ 8 (ศพสุดท้าย) ถูกเพลิงไหม้ในรถประจำทางให้กับชุดพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน เมื่อเทียบกับนายไพรัตน์ ปิ่นทอง อายุ 33 ปี ที่พักอยู่ จ.ชลบุรี เป็นลูกของน้องชายบิดานายเสริมลาภ ปิ่นทอง ดีเอ็นเอตรงกันทุกจุด แสดงว่าเป็นญาติในสายเดียวกันอย่างแท้จริง รวมทั้งมีภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าบ้านนายเสริมลาภ แสดง ถึงการแต่งตัวและภาพจากสตอรีที่เพื่อนของผู้เสียชีวิตถ่ายไว้ในรถเมล์ก่อนเกิดเหตุ เป็นชุดเดียวกันเอามาให้พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบ จนนำไปสู่การตรวจสอบข้อมูลรอบด้าน กระทั่งหาดีเอ็นเอจากญาติผู้เสียชีวิตมาพิสูจน์จนทราบชื่อในที่สุด นายเสริมลาภพักอยู่ที่บ้านพักย่านติวานนท์ จ.นนทบุรี เพียงลำพัง วันที่ 26 พ.ค. ญาติจะได้ไปติดต่อรับร่างที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นำไปบำเพ็ญ กุศลที่วัดเคยเผาร่างพ่อแม่และน้องชายที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้เพื่อให้ได้อยู่ที่เดียวกันต่อไปขณะที่ พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผบก.นต. เปิดเผยความคืบหน้าการพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิต จากเหตุรถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทาง บริเวณทางตัดรถไฟถนนอโศก-ดินแดงรายสุดท้าย ว่า ผลการตรวจดีเอ็นเอของญาตินายเสริมลาภ ปิ่นทอง อายุ 44 ปี เป็นลูกพี่ลูกน้องเพศชาย มีความสอดคล้องกัน สามารถยืนยันได้ว่าอยู่ในครอบครัวเดียวกัน เบื้องต้น ญาติรายดังกล่าวได้เข้ามาตรวจดีเอ็นเอตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นิติเวชได้ตรวจและส่งผลให้พนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนสอบปากคำและยืนยันชื่ออย่างเป็นทางการ หากแล้วเสร็จจะถือว่าสามารถยืนยันตัวผู้เสียชีวิตครบทั้ง 8 รายผบก.นต.กล่าวต่อว่า ปกติการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ที่แม่นยำที่สุด คือการใช้พ่อ แม่ หรือบุตรของผู้เสียชีวิตมาตรวจเปรียบเทียบ แต่กรณีนี้พ่อแม่และน้องชายของศพปริศนาเสียชีวิตไปหมดแล้ว จำเป็นต้องใช้ญาติฝ่ายพ่อที่เป็นเพศชาย มีดีเอ็นเอที่ถ่ายทอดผ่านสายผู้ชายเหมือนกันมาตรวจแทน ผลตรวจพบว่ามีความสัมพันธ์ทางสายเลือดตรงกัน จากการสืบสวนของพนักงานสอบสวน พบข้อมูลว่าบุคคลดังกล่าวอาจอยู่บนรถโดยสารในช่วงเกิดเหตุ จึงประสานให้ญาติเข้ามาตรวจดีเอ็นเอ ก่อนที่ผลตรวจจะออกมาสอดคล้องกับข้อมูลผู้สูญหาย ทำให้สามารถอนุมานได้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหากมีญาติของผู้สูญหายรายอื่นสงสัยว่าญาติอาจอยู่ในเหตุการณ์ สามารถเข้ามาให้ข้อมูลได้ แต่จะต้องผ่านการสอบสวน ของ สน.มักกะสัน ก่อน เพื่อให้พนักงานสอบสวนพิจารณาความเชื่อมโยง และส่งเรื่องมายังนิติเวชเพื่อตรวจดีเอ็นเอต่อไปส่วนกรณีมีชาว จ.ชุมพร แจ้งว่าญาติหาย สถาบันนิติเวชฯได้ประสานให้ผู้เสียหายเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน หากพบว่ามีความเกี่ยวข้อง จะส่งญาติเข้ามาตรวจดีเอ็นเอเพิ่มเติม หลังจากนี้ พนักงานสอบสวนจะติดต่อญาติผู้เสียชีวิตเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย ส่วนการรับร่างผู้เสียชีวิต สถาบันนิติเวชพร้อมดำเนินการให้ญาติรับได้ทันที เมื่อมีเอกสารมรณบัตรครบถ้วน เช่นเดียวกับทั้ง 7 รายก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับค่าชดเชยที่หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องจะจ่ายให้กับญาติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุดังกล่าวนั้น กรณีของนายเสริมลาภ บิดา มารดา น้องชายเสียชีวิตไปกันหมดแล้ว ทางตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหารือกันอีกครั้งว่าผลประโยชน์ ส่วนนี้ใครจะเป็นคนรับต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่