ไชยชนกเรียกเฟซบุ๊กชี้แจงกรณีไลฟ์อนาจาร อึ้ง หลังตำรวจแจ้งให้ปิดไลฟ์ครั้งแรก ใช้เวลา 8-10 ชั่วโมงกว่าจะปิดได้ ด้านเฟซบุ๊กแจงมีการหลบไลฟ์ หลอกอัลกอริทึมทำให้ตรวจจับไม่ได้ ตำรวจอธิบายชมได้แต่ห้ามแชร์ พบคนแชร์ หลักหมื่น ทั้งหมดผิด พ.ร.บ.คอมฯ มีโทษคุกสูงสุด 10 ปี ขณะที่รองโฆษก ตร. เผยตำรวจไซเบอร์เร่งประสาน Meta ตรวจสอบต้นตอเพจ-เจ้าของบัญชี พร้อมล่าตัวผู้เกี่ยวข้อง แม้เชื่อว่าผู้แสดงไม่ใช่คนไทย ส่วน “ศุภมาส” ไม่สบายใจปมร้อนไลฟ์อนาจาร เร่งหา มาตรการเสพสื่อปลอดภัยตำรวจแกะรอยหาตัวคนปล่อยวิดีโอร่วมเพศในเฟซบุ๊ก วันที่ 25 พ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกรณีเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ หลังมีการเผยแพร่คลิปหรือสตรีมมิงลักษณะร่วมเพศอนาจารผ่านเพจ Face book ว่า “สั่งการให้ตำรวจไซเบอร์เร่งประสานข้อมูล กับบริษัท Meta ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม Facebook เพื่อตรวจสอบและระงับเนื้อหาดังกล่าว” เบื้องต้นหลัง Meta รับทราบเรื่อง ได้นำเพจดังกล่าวออกจากระบบ หรือ Take Down เรียบร้อยแล้ว ขณะที่การสืบสวนติดตามผู้กระทำผิด พบข้อมูลชั้นต้นว่า ผู้แสดงในคลิปและภาษาที่ใช้ ไม่น่าใช่บุคคลสัญชาติไทย ส่วนสถานที่ถ่ายทำยังอยู่ระหว่างตรวจสอบอย่างละเอียดพล.ต.ท.ไตรรงค์ระบุอีกว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจไม่ใช่ “การไลฟ์” โดยตรง แต่เป็นการปล่อยวิดีโอผ่านระบบสตรีมมิง ก่อนนำมาเผยแพร่ต่อผ่านเพจต่างๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างขอข้อมูลเชิงลึกจาก Meta เพื่อขยายผลถึงเจ้าของบัญชีและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด สำหรับผู้ใช้รายแรกที่เผยแพร่คลิปนั้น ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างประสานขอข้อมูลว่า มีการลงทะเบียนตัวตนของผู้ใช้งานไว้หรือไม่ รวมถึงเตรียมหารือกับแพลตฟอร์มถึงแนวทางป้องกันปัญหาในลักษณะเดียวกันไม่ให้เกิดซ้ำอีกโฆษก ตร.เปิดเผยต่อว่า Meta ชี้แจงเบื้องต้นว่า เนื้อหาดังกล่าวหลุดรอดระบบ AI ตรวจจับของแพลตฟอร์ม เนื่องจากกลุ่มผู้กระทำผิดใช้วิธีปล่อย คอนเทนต์ผ่าน “เพจขนาดใหญ่” ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ตั้งแต่หลักแสนถึงหลักล้านคน บางเพจอาจให้ความร่วมมือในการปล่อยคอนเทนต์ผิดกฎหมาย ขณะที่บางส่วนอาจเป็นเพจที่ถูกแฮ็กหรือขโมยมาใช้งาน Meta ต้องตรวจสอบเชิงลึกอีกครั้ง ส่วนกลไกสำคัญที่ทำให้คลิปดังกล่าวแพร่กระจายรวดเร็ว คือเมื่อมีผู้ใช้งานจำนวนมากเข้าไปรับชมพร้อมกันในเวลาสั้นๆ ระบบอัลกอริทึมจะประเมินว่าเป็นคอนเทนต์ที่กำลังได้รับความนิยม จึงดันขึ้นฟีดและเปิดการมองเห็นในวงกว้างมากขึ้นโดยอัตโนมัติ แม้จะเป็นเนื้อหาผิดกฎก็ตามพล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่คอนเทนต์ ลักษณะดังกล่าวถูกพบเห็นอย่างแพร่หลายในประเทศ ไทย มีความเป็นไปได้ 2 ลักษณะคือ ลักษณะแรก คือผู้ปล่อยคลิปตั้งค่าเจาะกลุ่มเป้าหมายในประเทศไทย หรือเลือกโลเกชันประเทศไทยโดยเฉพาะ เจ้าของเพจสามารถกำหนดได้เอง อีกลักษณะหนึ่งคือปล่อยแบบ Worldwide ทั่วโลก แต่บังเอิญมีแอดมินเพจหรือผู้ใช้ชาวไทยที่มีผู้ติดตามจำนวนมากเข้าไปเห็นก่อน เมื่อกดรับชมหรือแชร์ต่อ ทำให้คอนเทนต์แพร่กระจายเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นกระแสไวรัลในประเทศไทย หลังตำรวจแจ้งข้อมูลให้ Meta รับทราบ ทางแพลตฟอร์มอยู่ระหว่างเร่งปรับปรุงมาตรการตรวจจับและแก้ไขปัญหาดังกล่าวโฆษก ตร.ระบุต่อว่า ได้มอบหมายให้ตำรวจไซเบอร์ดำเนินการเต็มรูปแบบ โดย พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท. ได้ประชุมร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อขอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเจ้าของเพจและผู้เกี่ยวข้องหากพบว่าไม่ใช่เพจอวตาร และเป็นข้อมูลบุคคลจริง แม้อยู่ต่างประเทศ แต่มีผลกระทบหรือเผยแพร่เข้ามาในประเทศไทย ถือว่าเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายไทยได้เช่นกัน ส่วนกรณีที่ผู้กระทำผิดอยู่นอกราชอาณาจักร หากรวบรวม พยานหลักฐานได้ครบถ้วน ตำรวจสามารถขอศาล ออกหมายจับได้ แต่ขั้นตอนการจับกุมจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศพล.ต.ท.ไตรรงค์ยังกล่าวถึงผู้ที่เข้าไปกดไลค์ กดแชร์ หรือรับชมคลิปดังกล่าวว่า ต้องพิจารณาที่ “เจตนา” เป็นสำคัญ เพราะหลายคนอาจตกใจหรือไม่ทราบเนื้อหาก่อนกดเข้าไปดู ตามกฎหมายอาญาต้องดูพฤติการณ์และเจตนาประกอบ ส่วนกรณีที่มีผู้สังเกตเห็นว่าเพจทางการของหน่วยงานรัฐบางแห่ง เช่น กรมควบคุมโรค หรือแม้แต่เพจของหน่วยงานราชการ เข้าไปคอมเมนต์กับไลฟ์สดดังกล่าวนั้น อาจเป็นเพราะผู้ดูแลระบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือเข้าไปตรวจสอบว่าเป็นเนื้อหาผิดกฎหมายจริงหรือไม่ รวมถึงบางรายอาจไม่ทราบขั้นตอนการกดรายงาน (Report) ที่ถูกต้อง สามารถทำได้ผ่านเมนู “จุด 3 จุด” บนโพสต์หรือเพจดังกล่าววันเดียวกัน นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เรียกตัวแทนจากเฟซบุ๊ก ประกอบด้วย น.ส.คลารา โกห์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตอนกลางและอาเซียน Meta (บริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก) น.ส.อิง ศิริกุลบดี ผู้จัดการฝ่ายนโยบายสาธารณะ เฟซบุ๊ก ประเทศไทย และ พ.ต.ท.ยิ่งยศ ลีชัยอนันต์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะ เฟซบุ๊ก ประเทศไทย เข้าชี้แจงที่กระทรวงดีอี หลังการหารือกว่า 2 ชั่วโมง นายไชยชนกเผยว่า เฟซบุ๊กชี้แจงว่าไลฟ์ดังกล่าวหลุดรอดจากระบบตรวจสอบของเฟซบุ๊ก เนื่องจากมีการหลบเนื้อหา คาดว่าจะเป็นการใส่หน้ากากของผู้หญิงในคลิป หลอกให้อัลกอริทึมคิดว่าเป็นคอนเทนต์แบบ Benign (เนื้อหาปลอดภัย) ทำให้ไม่มีการลบคอนเทนต์ออกจากแพลตฟอร์ม อย่างไรก็ตาม เห็นถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาของเฟซบุ๊กในวันนี้ แต่หลายอย่างฟังไม่ขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเฟซบุ๊กเป็นบริษัทชั้นนำมีเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในโลกใบนี้ พอมีปัญหากลับจัดการไม่ได้ตามความคาดหวัง “นับจากรายงานครั้งแรกที่ตำรวจแจ้งให้เฟซบุ๊กลบไลฟ์ดังกล่าว เฟซบุ๊กใช้เวลา 8-10 ชั่วโมงในการลบ มองว่าเรื่องนี้ฟังไม่ขึ้น”นายไชยชนกกล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนำไปสู่ความจำเป็นในการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 กำหนดให้แพลตฟอร์มนำเนื้อหาที่ผิดต่อกฎหมาย ออกจากแพลตฟอร์มภายใน 24 ชั่วโมง อาจต้องกำหนดให้ลบเนื้อหาให้เร็วกว่านั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของคอนเทนต์ รวมทั้งการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 เรื่องการมีส่วนร่วมรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้กับเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์ของสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการมือถือ และโซเชียลมีเดีย โดยจะขยายความรับผิดชอบครอบคลุมการกระทำโดยรวม เช่นในกรณีที่ปล่อยให้มีการไลฟ์สดลามกอนาจารด้วย “วันที่ 26 พ.ค. 2569 ผมจะเดินทางไปหารือเพิ่มเติมกับเฟซบุ๊ก ที่สำนักงานของเฟซบุ๊กอีกครั้ง เป็นการนัดหมายกันไว้ก่อนหน้า คงจะมีการพูดคุยในเรื่องนี้กันต่อ”พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) กล่าวว่า ช่วงวันที่ 23—24 พ.ค. ปอท.ได้รับแจ้งไลฟ์เนื้อหาลามกอนาจารผ่านบัญชีเฟซบุ๊ก 5 บัญชี พบบางบัญชีแนบลิงก์การโจมตีทางไซเบอร์แบบ Phishing ต้นทาง จากประเทศจอร์เจีย คาดว่ามีเป้าหมายดูดข้อมูลส่วนบุคคล ทำให้เชื่อว่าน่าจะมีการทำกันเป็นขบวนการ “กรณีนี้เจ้าของบัญชีเฟซบุ๊ก คนแชร์คอนเทนต์ คาด ว่าจะมีหลักหมื่น มีความผิดข้อหานำข้อมูลลามกอนาจารเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ มีความผิดอาญาจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับสูงสุด 100,000 บาท ส่วนคน ที่เข้าไปชมไม่มีความผิดภายใต้กฎหมายไทย”ด้าน พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กนั้น สอท.จะสอบขยายผลเพื่อพิสูจน์ว่าเฟซบุ๊กมีการหาประโยชน์จากไลฟ์ดังกล่าว เช่น เอาไปโฆษณาสร้างรายได้หรือไม่ จะสามารถเอาผิดภายใต้ พ.ร.บ.คอมฯได้ ส่วนการไล่หาตัว 5 เจ้าของบัญชีไลฟ์นั้น หลักการหากเฟซบุ๊กให้ความร่วมมือกับตำรวจ จะสามารถสาวไปถึงตัวเจ้าของบัญชีได้อย่างแน่นอน ส่วนหากเป็นบัญชีต่างประเทศ ต้องประสานตำรวจสากล ต่อไป แต่บัญชีคนไทยที่แชร์ไลฟ์ดังกล่าว มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมฯแน่นอนบ่ายวันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และเป็นแม่ลูก 4 มีความไม่สบายใจเป็นอย่างมาก ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นในประเทศไทย ถือเป็นสื่อที่ไม่ปลอดภัย และไม่สร้าง สรรค์อย่างรุนแรง ถึงเวลาที่คณะกรรมการทุกคนต้องหาวิธีการบริหารจัดการแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก และถึงเวลาที่แพลตฟอร์มต้องแสดงความรับผิดชอบต่อคนไทย ขณะนี้ยังรออยู่ ยังไม่เห็น คงต้องมอบให้ฝ่ายเลขาฯ ไปพิจารณาเรื่องนี้ และนำเข้ามาในการประชุมครั้งหน้าว่าจะต้องเริ่มจัดการอย่างไรให้กองทุนเรา เป็นส่วนหนึ่งในการที่จะทำให้สังคม เสพสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ได้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่