“โป้งเดียวจบ” ตามปฏิทิน “พิธีกรรม” ที่ล็อกวัน ว. เวลา น. ไว้ล่วงหน้า กระบวนการเข้าสู่อำนาจหลังศึกเลือกตั้งใหญ่ดำเนินมาถึงขั้นที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเสียงส่วนใหญ่ 293 เสียง เกินกึ่งหนึ่งลงมติเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายอนุทินเป็นนายกฯเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมาเบิ้ลเก้าอี้ผู้นำประเทศไทย 2 สมัยติดต่อกันไม่ได้เหนือการคาดหมาย แถมเซอร์ไพรส์ตรงที่ได้เสียงจาก “งูเห่า” ค่ายส้ม นายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี พรรคประชาชน ปฏิบัติการแหกมติพรรค ขานชื่อชัดๆโหวตให้ “อนุทิน” แบบไม่เคอะเขิน“หางโผล่” เลื้อยร่วมขบวนแห่ “อนุทิน” ตั้งแต่หัววันไม่นับสถานการณ์ของ “พรรครอร่วมรัฐบาล” อาการ “แทงกั๊ก” ของพรรคกล้าธรรมที่ฟอร์มเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ เหมือนนัดกันออกลีลาเด้งเชือกอยู่ตรงกลาง “งดออกเสียง” รวมกันกว่า 80 คะแนนลำพังเหลือฝ่ายค้านเพียวๆแค่พรรคประชาชน119 แต้ม ที่เทให้ “กุมารเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าค่ายส้ม ที่แข่งเป็นคู่เทียบตามกติกา ฝ่ายค้านไร้เอกภาพ สวนทางรัฐบาลแรงดึงดูดหนาแน่นสภาพ “นายกฯอนุทิน” ขี่ชัยชนะเลือกตั้ง “แต้มขาด” พกตั๋วโปรโมชันอำนาจ เข้าวิน “รัฐบาลอนุทิน 2 พลัส” ภายใต้พลังศูนย์กลางจักรวาล “เขากระโดง”หมากการเมืองลงล็อก คลิกเกมอำนาจประชาธิปไตยแบบไทยๆในสายตาโคตรเซียนการเมืองแทงหวยตรงกัน แต้มต่อของ “อนุทิน” ไม่ใช่แค่ 4 เดือนต่อ 4 ปี แต่ได้ลุ้นลากยาวถึงแฮตทริก 3 สมัย 8 ปีไปโน่นเลยแต่ “นาทีสวรรค์สร้าง” ก็ดันมาพร้อมกับ “จังหวะนรก”ด้วยพื้นฐานดวงชะตาของนายกฯอนุทินที่น่าจะถูกโฉลกกับสงคราม มาด้วยแรงส่งชาตินิยมจากศึกชายแดนเขมรยังไม่ทันเป็นผู้นำรัฐบาลอำนาจเต็มรอบสอง ก็ต้องเผชิญด่านมหาโหดรับน้องในห้วงคาบลูกคาบดอกสงครามตะวันออกกลางเขย่าวิกฤติพลังงานโลกหนักสุดในประวัติศาสตร์ขีปนาวุธตกทางโน้น แรงสั่นสะเทือนมาถึงคนทางนี้ฉากน้องๆ “มิคสัญญี” ในประเทศไทย เกษตรกรชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ถือแกลลอนไปต่อแถวเติมน้ำมันดีเซล เพื่อใส่เครื่องสูบน้ำ รถไถ เครื่องยนต์ทางการเกษตร แย่งกับประชาชนที่นำรถยนต์ต่อคิวรอเติมน้ำมันแบบข้ามคืนข้ามวันปรากฏการณ์แตกตื่น ภาวะน้ำมันดีเซลเกลี้ยงปั๊มสะท้อนเกจ์วัดระดับ “ความเชื่อมั่น” รัฐบาล “ตกขีดแดง”แรงกดดันมหาศาลตกอยู่ที่ “นายกฯอนุทิน” ต้องแบกรับเสียงด่า ผจญเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาตรฐานการบริหารจัดการพลังงานในภาวะวิกฤติสงครามมุกเก่ง ฟอร์มถนัด “ชาตินิยมปลุกไม่ขึ้น” ในธรรมชาติสังคมไทยที่ “ตื่นตูม” มาก่อน “ตื่นรู้”อารามแพนิกคนไทยไม่อิน “เชื่อผู้นำชาติพ้นภัย”กลายเป็นตำหนิ “ลดทอนความสง่างาม” ตั้งแต่ช็อตประเดิมผลโหวตนายกฯรอบสองตามฟอร์มต้อง “อุ้มหนี” แบบที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ชิงปิดประชุมดื้อๆ หักดิบฝ่ายค้าน ชิ่งคิวพรรคประชาชนที่จ้องชงญัตติด่วนต่อเนื่องจากคิวโหวตเลือกนายกฯตั้งแท่นถล่มปมวิกฤติน้ำมันขาดแคลน เขี่ยไฟที่กำลังคุโชนอาการ “ลุกลี้ลุกลน” ก๊วนเซราะกราวพากันชิ่งสถานการณ์ “น้ำมันท่วมปาก” ตอกย้ำสภาพความยากลำบากของ “นายกฯอนุทิน” ที่กำลังตกอยู่ใน “มุมอับ”กับ “ลูกมั่ว” ที่ดูทรงแม้แต่ตัวผู้นำเองยังหลงทางใน “เขาวงกต” ขุมทรัพย์ปิศาจฟ้องชัดๆจากปรากฏการณ์ “ผิดคิว” พูดเรื่องเดียวกันในประเด็นน้ำมันดีเซลขาดแคลนหนักทั่วประเทศแต่คนในรัฐบาลประสานเสียงผิดคีย์ เพี้ยนไปคนละทิศ“เสี่ยโด่ง” นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ยืนยัน “ไม่พบการกักตุน” ซะที่ไหน แต่ “โกเกี๊ย” นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม ตะโกนโวยวายดังๆ “น้ำมันหายไปไหน” ตั้งท่าขึงขังไล่แก้ผ้าประจานไอ้โม่งโรงกลั่น “กั๊กน้ำมัน” ก่อนที่ “นายกฯ อนุทิน” จะตัดจบ “ไม่มีไอ้โม่งกักตุน”ชุลมุนมั่วไปคนละทาง ฟอร์มผิดคิวยิ่งย้ำปมส่อพิรุธจากที่ไร้ความเชื่อมั่นฟอร์มบริหารรัฐบาลจะเอาวิกฤติน้ำมันอยู่ ยกระดับเป็น “ความไม่ไว้วางใจ” โดยเงื่อนไขสถานการณ์แทนที่รัฐบาลจะแท็กทีมรวมหัวกู้วิกฤติฉุกเฉิน กลับกลายเป็นต้องต่างคนต่างต้องแก้ตัว ชิ่งข้อหาความผิด ปัดเผือกร้อนมือเป็นระวิงฟอร์มเบิ้ลเครื่องล้อฟรี ยางไหม้ แบบ “โกเกี๊ย” ที่สลัดไม่ออกจากสถานะ “เจ้าสัวปั๊มพีที” ต้องออกตัวแรงๆในการชิ่งกระแสสังคมหวาดระแวงขบวนการกักตุนน้ำมันโดนล็อกเป้าเครือข่าย “เก็งกำไร” ถอนทุนเลือกตั้งหักมุมกับ “เสี่ยโด่ง” ที่ไม่จำเป็นต้องเทกแอ็กชันให้เข้าเนื้อ ไม่เสี่ยงเป็นเป้าล่อให้โดนด่าเปลืองตัว ตามสภาพของ คนที่ไม่ได้ตีตั๋วต่อ รู้อยู่แก่ใจอดร่วมขบวน “อนุทิน 2 พลัส”ตามฟอร์ม “ลอยตัว” ทำงานแบบรูทีนไปวันๆรอพ้นภาระหน้าที่ไม่ได้อินังขังขอบกับคำสั่งการของ “นายกฯอนุทิน” ขอให้ รมว.พลังงาน ประกาศ “ราคาหน้าคลัง” เท่ากับ “ราคาหน้าปั๊มน้ำมัน” เพื่อสกัด “จ๊อบเบอร์” โกยกำไรจากส่วนต่างราคาภาวะขาดแคลนกลายเป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติ น้ำมันราดไฟขยายวงลุกลาม“เข้าง่าม” ความชั่วร้ายของพวกฉวยผลประโยชน์จากภาวะความเดือดร้อนของผู้คนทั้งบ้านทั้งเมืองวงจรอุบาทว์ นักการเมืองถอนทุน พ่อค้าเก็งกำไร ชาวบ้านน้ำตาตกในดีกรีโกรธเกรี้ยวแปรผันตามสภาพความลำบาก เรื่องมาตกอยู่บนไหล่ของ “นายกฯอนุทิน” ในฐานะผู้เล่น “ฉากหน้า” สถานะของเบอร์หนึ่งในฝ่ายบริหารที่ต้องรับผิด รับชอบ แบกรับเสียงด่ารัฐบาล“ยืนงง” มองหาตัวช่วยพาฝ่า “เขาวงกต” ดงผลประโยชน์น้ำมันสั่งการใครก็ไม่ได้ดั่งใจ ซ้ำร้ายช่วงชุลมุนไม่สามารถคุมไอ้โม่งพรางตัวปล้นซ้ำเติมชาวบ้านแม้แต่ในหมู่แวดล้อมใกล้ตัวยังแยกไม่ออกใครพูดจริง ใคร “หมกเม็ด” สอดไส้ นั่นก็ไม่แปลกที่ “เทคโนแครต” คนนอก อย่าง “ดร.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง กับ “มาดามแต๋ม” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ จะรักษาระยะ “ความปลอดภัย” ให้ตัวเองไว้ก่อนไม่ยอมเป็น “ยาสามัญประจำบ้าน” แก้โรค “น้ำมันเป็นพิษ” ในภาวะคาบลูกคาบดอกจับทางจากคนที่ผู้นำรัฐบาลอ้างอิงตลอดเวลา ล็อกสถานะ “ตัวช่วย” หลักในเกม “ดีลน้ำมัน”หันซ้ายแลขวาก็มีแค่สายสัมพันธ์ก๊วนกอล์ฟส่วนตัวกับ “ดร.เอ้” คงกระพัน อินทรแจ้ง ซีอีโอใหญ่กลุ่ม ปตท.ที่ต้องยอมเฉือนกำไร เพื่อ “คืนกำไร” ให้คนไทยแบกรับความเสี่ยงทางธุรกิจของบริษัทมหาชนในตลาดหุ้นยักษ์ใหญ่พีทีทีรับบทหนัก “แบ็กอัป” ทีมซัพพอร์ต “นายกฯอนุทิน” ประคองวิกฤติน้ำมันเป็น “เจ้าเดียว” ที่กำหนด “ราคาหน้าคลัง” เท่ากับ “ราคาขายหน้าปั๊ม ปตท.” เพื่อนำร่องแก้ปัญหา สกัด “จ็อบเบอร์” แย่งซื้อน้ำมันหน้าปั๊มกับชาวบ้านไปป้อนภาคอุตสาหกรรมแต่นั่นก็เหมือนป้อนเหยื่อให้ “เสือหิว–เสือโหย” ที่ไร้จิตสำนึกคืนกำไรสังคมไม่เห็นผู้ประกอบการยี่ห้ออื่นยอมทำตาม ปตท. ซ้ำร้ายในภาวะลักลั่น ราคาน้ำมันในประเทศจากการสนับสนุนของกองทุนน้ำมัน ทำให้ตัวเลขถูกกว่า “น้ำมันเถื่อน” ที่ปกติลอยลำลักลอบในทะเลภาคใต้ กลายเป็นจุดไหลย้อนออก เรือขนน้ำมันเถื่อนลักลอบนำน้ำมันในประเทศไปขายต่างประเทศ เพราะราคาในไทยถูกกว่าในภาวะวิกฤติสงครามสูบปริมาณน้ำมันในประเทศหายไปจากระบบอีก มหาศาลและตามภาพข่าวสดๆร้อนๆ ตำรวจไล่ตรวจแก๊งกักตุนน้ำมันตามเสียงประชาชนร้องเรียนในจังหวัดสิงห์บุรี เจอคาตาน้ำมันหมกเม็ดในปั๊มจังหวัดอ่างทอง ล้วนแต่พื้นที่ทางการเมืองในอิทธิพลก๊วนเซราะกราวมันห้ามไม่ได้ที่ชาวบ้านจะคิดเชื่อมโยงขบวนการเบื้องหลังตามสภาพ “ฝีแตก” หนองไหลเยิ้ม วิกฤติ สงครามตะวันออกกลาง ทำให้เห็นวงการพลังงานไทยในเขาวงกต ลายแทงขุมทรัพย์ปิศาจสลับซับซ้อน ซ่อนผลประโยชน์มหาศาลอิทธิพลทุนผูกขาด เอี่ยวการเมืองถอนทุนเลือกตั้ง นัวเนียขว้างงูไม่พ้นเขากระโดงด้วยภาพเชื่อมโยงกดทับอาการเดือดร้อนสาหัสของชาวบ้าน หักมุม “นายกฯอนุทิน” แก้ลำน้ำมันไม่ขาดแคลนมันยิ่งพาน “เข้าเนื้อ” ผู้นำลึกไปกันใหญ่ “เถลิงอำนาจ” ทุกขลาภในสภาพแผลซ่อนเชื้อ “บาดทะยัก” ลุกลามได้ทุกขณะ รอเวลารัฐบาลภูมิต้านทานอ่อนแอเมื่อไหร่ โจมตีได้ทันที ไม่เว้นผู้นำเส้นใหญ่ ได้สิทธิ “ถือตั๋วโปรโมชันอำนาจ”แข็งนอกแต่ซ่อนอาการเปราะบางภายใน เชื้อร้ายยังแฝงอยู่เต็มไปทั่วร่างกายอาการกระตุกต่อม “เสียววาบ” แบบที่ศาลรัฐธรรมนูญเพิ่งมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ปมบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดไว้พิจารณา ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องชี้แจงต่อศาลใน 15 วันเดิมพันพลิกคว่ำพลิกหงาย ลุ้นคำตอบสุดท้าย “เลือกตั้งโมฆะ”ในขณะที่ “คดีฮั้ว สว.สายน้ำเงิน” ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นัดกันส่งสัญญาณ “ปล่อยผี” ปลดชนักแก๊งลูกเทพ พาเหรดนั่งแท่นรัฐมนตรีด้วยอิทธิฤทธิ์ “เจ้าพ่อเขากระโดง” เสกเป่าคาถา “พรางตา” ชั่วขณะณ จุดที่มนต์ยังขลังก็สั่งผีโม่แป้งได้ แต่ไม่มีหลักประกันเกมอำนาจการเมืองแบบไทยๆ ที่วันน้ำขึ้นกับวันน้ำลง ต่างกันราวฟ้ากับเหว มีตัวอย่างให้เห็นมานักต่อนัก พังพาบไม่เป็นท่าไม่ว่ารัฐบาลเสียงแน่นจนล้นสภา อะไหล่สำรองแน่นปึ้กแค่ไหนมันก็ไร้ความหมาย หากไร้ซึ่งศรัทธาประชาชน.“ทีมการเมือง”คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม