การที่ สหรัฐฯ ขู่ว่า จะนำเรือรบเข้าไปควบคุม ช่องแคบ ฮอร์มุซ และกรณีที่เป้าหมายการโจมตีของสหรัฐฯ และอิหร่าน ต่างก็มุ่งเป้าไปที่ แหล่งพลังงาน ของทั้งสองฝ่าย ทำให้ ราคาน้ำมันดิบ พุ่งขึ้นทันที จาก 70-80 ดอลลาร์สหรัฐฯ ไปแตะที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาน้ำมัน เบนซินและ ดีเซล ขายปลีกควบคุมไม่อยู่ การชดเชยราคาน้ำมันของรัฐบาลไทย ที่ผ่านมา ช่วงเวลาเพียง 1 สัปดาห์ ทำให้กองทุนน้ำมันที่เคยได้ กำไรต้องติดลบไปแล้วไม่น้อยกว่า 700 ล้านบาท ถ้าเฉลี่ยสัปดาห์ละ 700 ล้าน ที่ต้องชดเชยกับการตรึงราคาน้ำมัน สมมติ อีก 3 สัปดาห์ สงครามตะวันออกกลางจะยุติตามการประกาศของ ทรัมป์ รัฐบาลจะต้องตรึงราคาน้ำมันโดยใช้เงินกองทุนพลังงานอีก ไม่น้อยกว่า 2,100 ล้าน ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องปล่อยให้มีการขยับ ราคาน้ำมันขายปลีกขึ้นไปอีกประมาณ 1-1.50 บาทต่อลิตร ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าจะใช้เงินกองทุนฯรับมือได้นานแค่ไหนที่น่าตกใจคือ อิหร่านประกาศตอบโต้สหรัฐฯและอิสราเอล หากโจมตี ช่องแคบฮอร์มุซ จะทำให้ราคาน้ำมันดิบ สูงถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล นั่นหมายถึงว่า เศรษฐกิจโลก จะถึง เวลาหายนะครั้งใหญ่ ในประวัติศาสตร์ เคยเกิดวิกฤติที่ทำให้ราคาน้ำมัน ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เช่นยุคฟองสบู่ ในปี 2551 ราคาน้ำมันสูงถึง 147 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นับว่าสูงที่สุดแล้ว เศรษฐกิจวายวอดในพริบตาเนื่องจาก น้ำมันเป็นเส้นเลือดสำคัญของเศรษฐกิจ จะกระทบทั้งภาคการเงิน อุตสาหกรรมการผลิต และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ อุปสงค์ อุปทานกำลังซื้อ การลงทุนทุกอย่าง โดยเฉพาะประเทศที่กำลังขยายตัวทางเศรษฐกิจและประเทศไทยที่กำลังเจ็บป่วย เพราะพิษเศรษฐกิจสงครามการค้าระหว่างขั้วมหาอำนาจ ที่กำลังเข้มข้น จีนกับสหรัฐฯ มีเดิมพันสูง ถ้า อิหร่าน แพ้สงคราม ก็เท่ากับว่า เศรษฐกิจในตะวันออกกลาง และเศรษฐกิจโลก อยู่ในกำมือสหรัฐฯอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้นเป้าหมายต่อไป ถ้าจะให้คาดเดาล่วงหน้าก็คือ ประเทศในแถบ มหาสมุทรอินเดีย และสุดท้ายคือ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อล้อมจีนเอาไว้ให้อยู่ในวงล้อมของสหรัฐฯ เอาโลกล้อมจีนไว้ ไม่ทำสงครามโดยตรงน้ำมัน แร่หายาก AI จะเป็นอาวุธที่ใช้ในการทำสงครามโลกความปั่นป่วนวุ่นวาย เกิดจากการลุกฮือทางการเมืองในตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ ที่เรียกกันว่า อาหรับสปริง ที่เริ่มขึ้นในปี 2553 ทำให้เกิดผลกระทบกับวิกฤติตลาดพลังงานและเสถียรภาพการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางโครงสร้างนิวเคลียร์ ที่ใช้เป็นข้ออ้่างในการทำสงครามกับ อิหร่านโดยสหรัฐฯ และยุโรป ประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรทาง เศรษฐกิจกับอิหร่าน และหากสงครามตะวันออกกลาง เที่ยวนี้ มีการประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซสหรัฐฯได้ประโยชน์จากการขายน้ำมันเพิ่มขึ้น จากการผลิตน้ำมันประมาณ 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในอดีต และเพิ่มขึ้นเป็น 8.7 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2557 มาเจอกับสงครามรัสเซีย-ยูเครนอีก จากสงครามสู่วิกฤติพลังงาน 110 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล เป็นคำตอบสุดท้าย.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม