ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ.เรียก ประชุมรัฐสภา “โสภณ” เผยนัดโหวต เลือกประธานสภาฯ 15 มี.ค. ลั่นพร้อมทำหน้าที่ โอ่ไม่ว่าอยู่ตำแหน่ง ไหนจะทำเต็มที่และทำได้ดีด้วย “อดุลย์” แทงกั๊กเลื่อนชั้นขึ้นนั่ง รมว.กลาโหม โบ้ยให้ถามนายกฯเอง “ซาบีดา” เด้งรับควบรวม “ก.ท่องเที่ยว-วัฒนธรรม” โกยเงิน เข้าประเทศ จับตา กธ.โหวตหนุนประธานสภาฯสีน้ำเงิน หรือไม่ “อรรถกร” เผยนัด 14 มี.ค. ถก สส.พรรคกำหนดท่าที ยันมติพรรคเป็นเอกภาพ “อนุดิษฐ์” บอกความชัดเจนต้องออกมาจากแกนนำจัดตั้งรัฐบาล “โรม” แซะบ้านเมืองตึงเครียดสงครามตะวันออกกลาง นายกฯหอบ สส.ภท.ไปอีเวนต์เขากระโดง เหน็บ ครม.แก๊งลูกบังเกิดเกล้าจะพึ่งพาได้กี่คน “สาทิตย์” เต้นแจงคดี สส.ตรัง เขต 3 ปชป.เลี่ยงภาษี อ้างธุรกิจขาดทุน ไม่มีเงินจ่าย ไร้เจตนาหลบหนี ยันตรวจสอบแล้วไม่ขาดคุณสมบัติลง สส.ไม่กระทบพรรคหลังรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 มี.ค. จากนั้นจะมีการเปิดประชุมสภาฯ เพื่อเลือกประธานสภาฯ ในวันที่ 15 มี.ค. โดยนายโสภณ ซารัมย์ รองนายกฯ และ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ถูกคาดหมายว่า พรรค ภท.จะเสนอชื่อเป็นประธานสภาฯ แสดงความพร้อมการทำหน้าที่ ไม่ว่าจะอยู่ใน ตำแหน่งไหน จะทำเต็มที่และทำได้ดีด้วย ขณะที่ยังต้องจับตาท่าทีของพรรคกล้าธรรม (กธ.) ทั้งในการโหวตเลือกประธานสภาฯและนายกฯนายกฯมอบ “พิพัฒน์” หัวโต๊ะถก ครม.เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 มี.ค. ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย มอบหมายให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) บรรยากาศการประชุม ครม.บรรดารัฐมนตรีและทีมงาน ต่างสวมเสื้อเชิ้ต ไม่ใส่สูทผูกไทเข้าร่วมประชุมตามมาตรการประหยัดการใช้พลังงาน ด้วยการลดอุณหภูมิ ห้องประชุม มี รมต.แจ้งลาประชุม 6 คน ได้แก่ นายอนุทิน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ นายอัครา พรหมเผ่า รมว.การพัฒนาสังคมฯ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุขผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทินลาประชุมเนื่องจากมีอาการป่วยเล็กน้อย ต่อมาเวลา 11.45 น. นายอนุทินใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีฟ้าอ่อน ตามมาตรการประหยัดพลังงานของรัฐบาล เข้ามาบันทึกเทป เนื่องในโอกาสวันท้องถิ่นไทย ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ก่อนขึ้นรถกลับนายอนุทินยืนพูดคุยกับนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง หน้าตึกไทยคู่ฟ้า รับรายงานเตรียมความพร้อมรองรับการถ่ายโอนภารกิจ และพื้นที่จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) มายังกรมการปกครองครม.เห็นชอบ พ.ร.ฎ.ประชุมรัฐสภาต่อมา เวลา 12.40 น. น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบร่างพระราช กฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ.2569 ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เสนอสำหรับวันเรียกประชุมรัฐสภา มอบให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ประสานกับสำนักงานคณะกรรมการการ เลือกตั้งสำนักงานเลขาธิการสภาฯ และสำนักงานองคมนตรี ให้นำร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯถวายต่อไป“โสภณ” โวนั่งที่ไหนก็เต็มที่ทำได้ดีด้วยนายโสภณ ซารัมย์ รองนายกฯ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคเตรียม เสนอชื่อให้นั่งตำแหน่งประธานสภาฯ ว่า ยังไม่มีมติ วันที่ 14 มี.ค.จะเป็นรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา และวันที่ 15 มี.ค.จะเป็นการเลือกประธานสภาฯ ขอยืนยัน ว่าในงานสัมมนาพรรค ภท.ที่ จ.บุรีรัมย์ ไม่ได้พูดคุยกัน เรื่องนี้ และไม่มีการพูดคุยกันที่ไหน เมื่อถึงเวลาจะรู้เอง เคยพูดไว้นานแล้วว่าไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งไหน จะทำเต็มที่และทำได้ดีด้วย เมื่อถามว่าขณะนี้ชัดเจนแล้ว ใช่หรือไม่ว่ารองประธานสภาฯ คนที่ 1 เป็นของพรรค ภท. และรองประธานสภาฯ คนที่ 2 เป็นของพรรค พท. นายโสภณกล่าวว่า ตามข่าวน่าจะเป็นแบบนั้นขณะที่ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม สส.ลพบุรี พรรค ภท.กล่าวถึงกระแสข่าวจะไปนั่งรองประธานสภาฯ คนที่ 1 เพียงสั้นๆว่า “ข่าวก็คือข่าว”“อดุลย์” โบ้ยถาม “อนุทิน” ให้นั่ง รมว.กหด้าน พล.ท.อดุลย์ บุญธรรม เจริญ รมช.กลาโหม ให้สัมภาษณ์สั้นๆหลังมีชื่อปรากฏในรายงานข่าวเตรียมขยับจาก รมช.กลาโหม ขึ้นเป็น รมว.กลาโหม ในรัฐบาลอนุทิน 2 ว่า ขอให้ถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย เมื่อถามว่า พร้อมจะทำงาน ในทุกตำแหน่งหรือไม่ พล.ท.อดุลย์ไม่ตอบคำถาม ก่อนเดินเข้าร่วมประชุม ครม.ทันที“ซาบีดา” เด้งรับ รวม ก.ท่องเที่ยว-วธ.น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรมกล่าวถึงแนวคิดยุบรวมกระทรวงการท่องเที่ยวฯกับกระทรวงวัฒนธรรม และแยกกระทรวงกีฬาออกไปว่า พรรคภท.พูดคุยกันแล้วเป็นวิสัยทัศน์ของนายกฯที่มองว่าประเทศไทยมีพหุวัฒนธรรม แต่ไม่สามารถใช้ได้เต็มศักยภาพ จึงต้องใช้การท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม และกลายมาเป็นแนวคิดดังกล่าว คาดว่าจะทำให้เร็วที่สุด นายกฯอยากให้เสร็จสิ้นภายใน6 เดือน แต่การปฏิบัติจริงต้องดูหน้างานซับซ้อนเพียงใด ประเด็นสำคัญไม่ใช่การปรับโครงสร้างกระทรวง แต่อยู่กับการวางยุทธศาสตร์ของประเทศ นำเม็ดเงินจากการท่องเที่ยว การส่งออกทางวัฒนธรรม เมื่อถามว่ามีการทาบทามให้เป็น รมว.วัฒนธรรมสานต่อภารกิจนี้แล้วหรือไม่ น.ส.ซาบีดาตอบว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบ“อรรถกร” ไม่ขัดข้องแยกกีฬาออกไปนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬากล่าวว่าแนวคิดแยกกระทรวงโดยนำท่องเที่ยวไปรวมกับกระทรวงวัฒนธรรม ให้มีกระทรวงดูแลกีฬาอย่างเดียว พื้นฐานจากหลายประเทศจัดให้กระทรวงวัฒนธรรมอยู่กับการท่องเที่ยว เพราะภารกิจใกล้เคียงกัน ตนไม่มีปัญหา ไม่ได้ขัดข้อง จะเกิดจริงหรือไม่ ไม่สามารถตอบได้ แต่ถ้าพรรคกล้าธรรมมีอำนาจ เมื่อพูดอะไรแล้วทำแน่นอนจับตา กธ.ถกโหวตเป็นเอกภาพนายอรรถกร ในฐานะนายทะเบียนพรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวถึงกรณีพรรค กธ.ไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาลว่า มีการคุยกันในพรรค เราพร้อมทำทุกบทบาท ร.อ.ธรรมมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคบอกว่า เราทำหน้าที่ของเรา ประชาชนมอบความไว้วางใจให้เราถึง 58 ที่นั่ง จะทำหน้าที่ตามที่ทำได้ นโยบายที่ดิน ส.ป.ก.เป็นประโยชน์กับประชาชน ถ้าไม่ได้สานต่อน่าเสียดาย จะไปบังคับรัฐบาลใหม่ไม่ได้ แต่อยากให้ทำต่อ ส่วนท่าทีพรรคกธ.ในการโหวตประธานสภาฯและนายกฯ จะนัด สส.พรรคหารือประเมินวันที่ 14 มี.ค. ก่อนรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา เมื่อถามถึงกระแสข่าวให้โหวตให้ประธานสภาไปก่อน แม้ว่าพรรค กธ.จะเป็นฝ่ายค้าน นายอรรถกรกล่าวว่า คงต้องไปรับฟังความเห็นของ สส. แต่ยืนยันว่าการลงมติจะเป็นเอกภาพอยู่แล้ว“อนุดิษฐ์” ระบุความชัดเจนต้องอยู่ที่ ภท.ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์ พรรค กธ.กล่าวว่า จุดยืนพรรคยังคงเป็นไปตามที่ ร.อ.ธรรมมนัสให้สัมภาษณ์ไว้ว่าเป็นเรื่องของแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในความชัดเจนว่าจะเลือกพรรคไหนเข้าร่วมรัฐบาล ยังต้องรอขั้นตอนเปิดประชุมรัฐสภา โหวตเลือกประธานสภาฯและการโหวตเลือกนายกฯก่อน เมื่อถามว่านายกฯเคยให้สัมภาษณ์ถึงคุณสมบัติรัฐมนตรีต้องนำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องจริยธรรมมาพิจารณาด้วยถือว่าชัดเจนแล้วหรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า เป็นความชัดเจนของพรรค ภท. แต่พรรค กธ.ชัดเจนในการทำหน้าที่ ความชัดเจนจะออกมาจากแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสส.รายงานตัวสภาฯแล้ว 498 คนผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาถึงการรับรายงานตัว สส.วันที่ 10 มี.ค.ที่เป็นวันที่ 13 ของการรายงานตัวว่าตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. มี สส.มารายงานตัวเพิ่ม 2 คน ได้แก่ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) และ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี รวม 13 วัน มี สส.มารายงานตัวแล้วทั้งหมด 498 คน จาก 499 คน ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลรับรอง เหลือเพียงนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) คนเดียวที่ยังไม่มารายงานตัวปชน.ตั้งเป้ายึดผู้ว่าฯ กทม.-สก.นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.พรรคปชน. กล่าวว่า ไม่ได้มารายงานตัวพร้อมคณะ สส.พรรค ปชน. เมื่อวันที่ 9 มี.ค. เนื่องจากติดภารกิจ การทำงานในพื้นที่ แม้เขตบางพลัด บางกอกน้อยจะเป็นพื้นที่ใหม่และไม่ได้อาศัยในพื้นที่ แต่คล้ายคลึงเขตคลองสานหลายประการ มีปัญหาการเข้าถึงพื้นที่คล้ายกัน คนเป็น สส.อาจแก้ไขไม่ได้มาก เพราะเป็นปัญหาระดับท้องถิ่น อยากให้ในอนาคตมีผู้ว่าฯ กทม.และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เป็นพรรค ปชน. อยากได้สีส้มระดับประเทศและท้องถิ่น ยืนยันว่าส่ง สก.ทุกเขต มั่นใจว่าผู้สมัคร สก.จะเอาชนะได้ อยากให้ประชาชนสนใจเลือกตั้งท้องถิ่น หลายปัญหาใกล้ตัว ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคจะสร้างความประหลาดใจแน่นอน“โรม” แซะ “หนู” ไปอีเวนต์เขากระโดงนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน. ให้สัมภาษณ์ถึงการรับมือของรัฐบาลต่อผลกระทบสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางว่า ไทยกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญ การสำรองพลังงานที่เคยระบุว่ารองรับได้ในกรอบ 60 วัน จะเพียงพอจริงหรือไม่ หากยืดเยื้อหรือรุนแรงมากขึ้น รัฐบาลควรนำเสนอข้อมูลข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบ กำหนดมาตรการชัดเจนเตรียมรับมือกับวิกฤติที่อาจเกิดขึ้น ต้องแสดงแผนเตรียมความพร้อมจริงจัง เช่น ถ้าจำเป็นต้องจัดหาน้ำมันเพิ่มจะจัดซื้อจากแหล่งใด ประเทศกำลังเผชิญความเสี่ยงสถานการณ์ระหว่างประเทศ กลับปรากฏภาพนายกฯไปร่วมกิจกรรมสัมมนาพรรคการเมืองและพรรค ภท.ยังลงพื้นที่ กรณีพื้นที่เขากระโดงเป็นพื้นที่ข้อพิพาทอยู่ รัฐบาลกำลังให้ความสำคัญและโฟกัสการแก้ปัญหาที่กระทบต่อประชาชนมากเพียงใดเหน็บแก๊งลูกบังเกิดเกล้าพึ่งพาได้กี่คนนายรังสิมันต์กล่าวถึงกรณีการจัดตั้งรัฐบาลที่มีแก๊งลูกบังเกิดเกล้า กลุ่มคนรุ่นใหม่และทายาททางการเมืองพรรค ภท.ว่า ข่าวที่ออกมาตอนนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงได้อยู่ คงสรุปไม่ได้ 100% แต่ถ้ามองในมุมประชาชนคาดหวัง ครม.ที่เอาความสามารถเป็นตัวตั้งมากกว่าการเอาวงศาคณาญาติมาเป็นตัวตั้ง ความท้าทายของประเทศมีเยอะแยะ จะพึ่งพารัฐมนตรีได้กี่คน ที่บอกว่าเป็นรัฐมนตรีที่เชี่ยวชาญ ที่เหลือปล่อยให้คนที่ไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาเป็นรัฐมนตรี ถ้าทำแบบนั้นภายใต้สถานการณ์ของประเทศแบบนี้ จะพร้อมรับมือความท้าทายจริงหรือไม่ ประชาชนอยากเห็นรัฐบาลที่เต็มไปด้วยคนที่มีความสามารถมากกว่าวงศ์ตระกูลอีกไม่กี่วัน กธ.รู้เรื่องเขาไม่ให้เป็น รบ.เมื่อถามถึงโอกาสที่พรรค ปชน.จะเสนอชื่อนายกฯแข่ง นายรังสิมันต์ตอบว่า ตอนนี้ยังเรียกพรรคฝ่ายค้านไม่ได้ ยังไม่มั่นใจว่าฝ่ายค้านมีเท่าไร ไม่รู้จะมีงูเห่าอีกหรือไม่ การเสนอชื่อแข่งประธานสภาฯและนายกฯ ขอให้โฆษกพรรคชี้แจง ส่วนความชัดเจนที่พรรค กธ.จะมาร่วมฝ่ายค้าน ขอให้ไปถาม ร.อ.ธรรมนัส เราเคยพูดตอนหาเสียงว่าจะไม่โหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ ยืนยันว่าพรรคอันดับ 1 มีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลก่อน เรารักษาคำพูด ไม่รู้จริงๆว่าพรรคอื่น เช่น กธ.จะตัดสินใจอย่างไร เพราะการเป็นฝ่ายค้านของพรรคอื่นเป็นไปได้อยู่ 2 ทาง คือเลือกที่จะเป็นฝ่ายค้านและเขาไม่ให้เป็นรัฐบาล ไม่มั่นใจว่ากรณีพรรค กธ. พูดสรุปจบได้หรือไม่ว่าเขาไม่ให้เป็นรัฐบาลแน่ๆ ขอให้รอดู เพราะเหลือไม่กี่วันก็รู้แล้วกัดติดขยายผลปราบสแกมเมอร์นายรังสิมันต์กล่าวว่า เรื่องสแกมเมอร์การแก้ปัญหาอย่างสม่ำเสมอของรัฐบาลดูหายไป รวมถึงการขยายผลไปถึงนักการเมืองที่เชื่อมโยง ไม่มีการดำเนินการจริงจัง เราอยากเห็นมาตรฐานการเอาจริงเอาจังในการปราบปรามสิ่งเหล่านี้ แม้แต่กรณีนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.เขต 4 จ.สงขลา พรรค กธ.ประชาชนเป็นห่วงว่าจะซื้อเวลาสุดท้ายอ้างเอกสิทธิ์สส.และสิทธิพิเศษต่างๆ ทำไมเจ้าหน้าที่ถึงมีท่าทีปล่อยให้ใช้เวลาปกติสุขแบบนี้ สามารถไปกล่าวในงานแต่งได้ หยามกฎหมาย จะขยันขันแข็งช่วงเลือกตั้งใช่หรือไม่ ช่วงนี้ประสานมิตรอุ้มชูมิตรหรือไม่และยังมีเครื่องบินของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สส.บัญชีรายชื่อ แกนนำพรรคเพื่อไทย เป็นหน้าที่ฝ่ายค้านจะตรวจสอบ ถ้าสภาฯ เปิดได้เร็วจะทำหน้าที่ได้ดีที่สุด“วรงค์” ขู่รัฐบาลทุจริตเจอกันแน่นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ให้สัมภาษณ์ถึงการทำหน้าที่ฝ่ายค้านว่า จะเป็นฝ่ายค้านที่รักชาติ อะไรเป็นประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมืองพร้อมทำหน้าที่ แต่จะไม่ค้านเรื่องหยุมหยิมมาสร้างอีเวนต์ หากมีหลักฐานการทุจริต ประพฤติมิชอบเกิดขึ้น เราเจอกันแน่ จะทำงานแบบไม่ยั้งมือ ไม่เน้นอีเวนต์ ทุกอย่างต้องจบที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือศาล จุดยืนการโหวตประธานสภาฯหรือนายกฯ จะแจ้งอีกครั้ง แต่เราไม่ควรโหวตให้รัฐบาล ยกเว้นเรื่องสำคัญของบ้านเมืองศาลฎีกายกฟ้อง กกต.จ่าย 70 ล้านวันเดียวกัน ที่ศาลจังหวัดฮอด จ.เชียงใหม่ ศาลฎีกามีคำพิพากษายกฟ้องคดีที่นายสุรพล เกียรติไชยากร อดีต สส.เชียงใหม่ พรรค พท.ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นเงินรวมดอกเบี้ยประมาณ 70 ล้านบาท ข้อหาละเมิดจากการ กกต.แจกใบส้มและสั่งตัดสิทธิสมัครเลือกตั้งนายสุรพล 1 ปี จากเหตุถูกร้องใส่ซองถวายปัจจัยทำบุญวันเกิด 2,000 บาท ในการเลือกตั้ง สส.ปี 2562 ศาลฎีกาให้เหตุผลว่า กกต.ไม่ได้มีเหตุโกรธเคืองส่วนตัวกับนายสุรพลและการดำเนินการที่ผ่านมาเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานรัฐทีมทนายความนายสุรพลกล่าวว่า คดีนี้มีประเด็นย้อนแย้งกับคำพิพากษาคดีเลือกตั้งก่อนหน้านี้ ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เคยมีคำพิพากษาที่ 4209/2563 ยกคำร้องของ กกต.ที่ขอเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายสุรพล เห็นว่าการไปร่วมงานทำบุญผ้าป่าไม่ได้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง แต่คดีแพ่งการฟ้องละเมิดครั้งนี้ ศาลกลับวินิจฉัยว่า กกต.ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ข้อเท็จจริงเรื่องเดียวกันมีมุมมองแตกต่างกันในคำพิพากษาของศาล จึงจะยื่นคำร้องให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาพิจารณาหรือหาแนวทางทางกฎหมายอื่น เพื่อขอความเป็นธรรม“สมชัย” เชียร์ กกต.กล้าแจกใบแดงใบส้มที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.กล่าวว่า ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องคดีนายสุรพลฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก กกต.70 ล้านบาท เป็นบทเรียนของ กกต.จากนี้การพิจารณาหรือตัดสินคดีความจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่ทำให้ปัญหาเกิดขึ้นอีกในอนาคต เชื่อว่าจะทำให้ กกต.มั่นใจและกล้าจะตัดสินใจให้ใบเหลือง ใบแดงหรือใบส้มผู้ทุจริตการเลือกตั้งมากขึ้น ยินดีกับ กกต.ชุดที่แล้วไม่ต้องเสียเงินหลวงประมาณ 70 ล้านบาท ส่วนกรณีบัตรเลือกตั้งที่มีคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดน่าจะเป็นบทเรียนให้ กกต.ทราบว่าเลือกตั้งคราวหน้าหรือเลือกตั้ง กทม.ที่จะมาถึงไม่ควรมีบาร์โค้ดไม่ว่าจะเชื่อมไปยังบัตรเลือกตั้งใบต่อใบหรือเชื่อมไปยังเล่มหรือเชื่อมไปยังลอตผลิตต่างๆ ทำให้ประชาชนหวาดระแวงไม่ไว้วางใจ ที่ กกต.ดำเนินคดีตนและภาคประชาชนด้วยข้อกล่าวหาร้ายแรง วันที่ 12 มี.ค.จะไปพบเจ้าหน้าที่กองปราบฯ ขอทราบรายละเอียดข้อกล่าวหา ส่วนการจัดตั้งกองทุนช่วยประชาชนสู้คดีและฟ้องกลับ กกต.กำลังรวบรวมรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบ คาดว่าสัปดาห์หน้าจะแจ้งรายละเอียดได้“ทนายอั๋น” ร้องสอบจริยธรรม “อนุทิน”เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบจริยธรรมนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ เย้ยฟ้าท้าดิน ทำลายหลักนิติธรรม นิติรัฐ นำ สส.พรรค ภท.192 คนไปจัดประชุมที่สนามช้างอารีน่า จ.บุรีรัมย์ ทั้งที่รู้ว่าที่ดินดังกล่าวมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ยังมีการฟ้องร้องที่ศาล จ.บุรีรัมย์ จัดทำรังวัดในปีนี้ อาจทำให้นายอนุทินมีมาตรฐานจริยธรรมไม่ครบถ้วน รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในมาตรา มาตรา 27 และมาตรา 53 นายอนุทินและ ครม.ทั้งหมดต้องดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษา ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่เลือกปฏิบัติ นายอนุทินมีทะเบียนบ้านอยู่ในที่ดินที่มีข้อพิพาท จะบังคับใช้กฎหมายตรงไปตรงมาเหมือนเราๆท่านๆคงไม่ได้“สาทิตย์” เต้นแจงคดี สส.ตรังเลี่ยงภาษีที่รัฐสภา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ระบุกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ออกหมายเรียกนายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ สส.ตรัง เขต 3 พรรค ปชป. เข้ารับทราบข้อหากรณีมีพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษีว่า จากการตรวจสอบเมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 มี.ค. ตำรวจออกหมายเรียกจริง แต่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจครอบครัวของนายกฤตย์อิชย์ เหตุเกิดเมื่อปี 2559-2562 ครอบครัวนายกฤตย์อิชย์มีห้างหุ้นส่วนก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 30 รับเหมาก่อสร้างเป็นของญาติ ต่อมาพ่อนายกฤตย์อิชย์รับดูแลและเสียชีวิต จึงตกทอดมาถึงบุตรและภรรยา แต่ทำได้สักระยะขาดทุน ไม่มีเงินชำระภาษี จากนั้นพี่ชายนายกฤตย์อิชย์ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.พรรค ภท.ถึง 2 ครั้งแต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง เกิดสภาพคล้ายการ กลั่นแกล้งกันทางการเมือง ทำให้แม่นายกฤตย์อิชย์พยายามจะสู้ แต่ไม่มีเงินเกิดสภาพหนี้สินล้นพ้นตัว ทรัพย์สินที่มีขายออกไปหมด จนกระทั่งถูกญาติฟ้องล้ม ละลาย ในที่สุดเคลียร์กันได้เพราะความเป็นพี่น้องเจ้าตัวไม่มีเงินจ่าย ไร้เจตนาหลบหนีนายสาทิตย์กล่าวต่อว่า เรื่องคดีนายกฤตย์อิชย์ไม่มีเจตนาหลบหนี เพียงแต่ไม่มีเงินจ่าย ซึ่งทราบว่าต้นเงินประมาณ 1.7 ล้านบาท แต่ผ่านมาหลายปี โดนเบี้ยปรับและดอกเบี้ยรวม 7.4 ล้านบาท นายกฤตย์อิชย์ถูกหมายเรียกเมื่อวันที่ 16 ก.พ.ได้ไปพบพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีข้อเสนอแนะให้ไปเคลียร์กับกรมสรรพากร ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนพูดคุยยังไม่จบ แต่มีมือดีส่งข้อมูลให้รายการนี้ ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาทันทีลงเลขคดีเลย เหมือนเตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว ในจังหวะนายกฤตย์อิชย์ได้เป็น สส. ไม่รู้เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ และจะมีหมายเรียกอีกครั้งช่วงวันที่ 17-18 มี.ค. นายกฤชย์อิชย์พร้อมไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากคดีเลี่ยงภาษีแล้วจะมีคดีอื่นที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ใบเสร็จรับเงิน กำลังถูกตรวจสอบข้อเท็จจริง เกิดจากธุรกิจมีปัญหา ได้คุยกับฝ่ายกฎหมายแล้วจะให้คำปรึกษาเต็มที่ ทางพรรคให้เตรียมข้อเท็จจริงไปต่อสู้คดี ไม่มีเจตนาหลบเลี่ยง แต่เพราะธุรกิจขาดทุน ครอบครัวมีหนี้สินล้นพ้นตัวไม่ใช่ทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ใช่ธุรกิจสีเทา ตอนนั้นตนและคนในพรรคไม่มีใครรู้เรื่องนี้ ตอนมาสมัครตรวจสอบแล้วไม่พบประเด็นทำให้ขาดคุณสมบัติการลงสมัครรับเลือกตั้ง เรื่องที่โดนกล่าวหาเป็นคดีแพ่งเจรจาได้ ถ้าเป็นคดีอาญาต้องต่อสู้ในศาลต่อ ไม่ได้กระทบการทำหน้าที่ สส. ไม่ใช่เรื่องทุจริตคอร์รัปชัน ไม่น่ามีปัญหากระทบต่อพรรคอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่