บทวิเคราะห์เศรษฐกิจการเงินการลงทุนของ บล.ธนชาต ที่ผมได้รับเช้าวันที่ 10 มี.ค. นอกจากวิเคราะห์คำพูดของทรัมป์ที่พูดว่า “สงครามกับอิหร่านใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว” แต่กลับทิ้งท้ายว่า “สงครามจะยังไม่จบลงภายในสัปดาห์นี้ แม้เราจะชนะไปหลายด้านแล้ว แต่ก็ยังชนะไม่เพียงพอ เราจะเดินหน้าต่อจนกว่าศัตรูจะพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์” ซึ่งย้อนแย้งกับคำพูดก่อนหน้า ทำให้เกิดความไม่แน่นอนสูง แล้วบทวิเคราะห์ก็ได้สรุปมุมมองล่าสุดของ เจียง เสว๋ฉิน (Jiang Xueqin) ผู้ทำนายสงครามอิหร่านได้อย่างแม่นยำมาลงยาวเหยียด ผมเห็นว่าน่าสนใจจึงนำมาเล่าสู่กันฟังศ.เจียง เสว๋ฉิน เคยเป็นอาจารย์สอนใน มหาวิทยาลัยชิงหัว มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของจีน เกิดในจีน เติบโตและทำงานในหลายประเทศ เป็นนักประวัติศาสตร์และนักคิดด้านภูมิรัฐศาสตร์ มีชื่อเสียงจากบทความวิเคราะห์เกี่ยวกับ Geopolitics ความเสี่ยงสงครามครั้งใหญ่ และการเปลี่ยนสมดุลอำนาจโลก จนได้ฉายา “นอสตราดามุสแห่งจีน” ปี 2024 เขาเคยทำนายว่า 1.โดนัลด์ ทรัมป์ จะชนะการเลือกตั้งในเดือน พ.ย. 2024 กลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง 2.สหรัฐฯจะทำสงครามกับอิหร่าน 3.สหรัฐฯจะแพ้สงครามและระเบียบโลกจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง วันนี้คำทำนายถูกไป 2 ข้อแล้ว เหลือเพียงข้อ 3บล.ธนชาต ได้สรุปมุมมองล่าสุดของ ศ.เจียง เสว๋ฉิน ไว้ดังนี้1.สหรัฐฯกำลังล้มเหลวทางยุทธศาสตร์และเกิดวิกฤติความชอบธรรม สหรัฐฯขาดเป้าหมายที่ชัดเจน ทรัมป์ไม่สามารถระบุวัตถุประสงค์หรือแผนการถอนตัวของสงครามนี้ได้เลย แม้ในตอนแรกจะอ้างเรื่องการยับยั้งนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่ข้อมูลจากโอมานระบุว่า อิหร่านยอมตกลงเรื่องการเสริมสมรรถะยูเรเนียมไปก่อนหน้านี้แล้วสหรัฐฯกำลังดิ้นรนหาคำอธิบาย โดยพยายามเปลี่ยนเหตุผลไปเรื่อยๆ ตั้งแต่เรื่องขีปนาวุธ ไปจนถึงการอ้างว่า ต้องโจมตีก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านโจมตีอิสราเอลก่อน เพื่อไม่ให้สหรัฐฯถูกลูกหลงจากการแก้แค้น เท่ากับยอมรับว่าสหรัฐฯกำลังสู้รบในสงครามของอิสราเอล สหรัฐฯกำลังทำสงครามทำลายล้าง (War of Destruction) มุ่งเป้าทำลายบริการประชาชนขั้นพื้นฐาน เช่น โจมตีโรงงานผลิตน้ำจืด โรงกลั่นน้ำมันพลเรือนในกรุงเตหะราน ส่งผลให้เกิด “ฝนกรด” ทำให้ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงอิหร่านเป็นสีดำสนิทราวกับวันสิ้นโลก2.จุดจบของ “ภาพลวงตา” แห่งอ่าวอาหรับและดูไบ กลุ่ม GCC 6 ประเทศในตะวันออกกลางที่อยู่รอบอ่าวเปอร์เซีย กลุ่มนี้เปราะบาง เติบโตได้เพราะการคุ้มครองจากสหรัฐฯ ดูไบที่เคยเป็นศูนย์กลางการเงินและสวรรค์ของมหาเศรษฐี กำลังถูกทำลายภาพลักษณ์ลงอย่างถาวร มหาเศรษฐีเริ่มนำเงินทุนหนีไปยังสิงคโปร์และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อ ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด กลุ่ม GCC ซึ่งนำเข้าอาหาร 80–90% จะขาดแคลนอาหารภายใน 1 สัปดาห์ หากโรงงานน้ำจืดถูกทำลายลงพวกเขาจะไม่มีน้ำใช้ภายใน 1–2 สัปดาห์ ซึ่งหมายถึงการล่มสลายของทั้งภูมิภาค3.จักรวรรดิสหรัฐฯกำลังเสื่อมถอย สหรัฐฯกำลังทำพฤติกรรมคล้ายจักรวรรดิที่ล่มสลาย จักรวรรดิที่กำลังเสื่อมถอย มักจะแสดงความก้าวร้าวและเริ่มสงครามที่ไม่มีเหตุผล เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาภายใน สหรัฐฯกำลังเผชิญกับหนี้สิน 40 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งถูกมองว่าเป็น “แชร์ลูกโซ่” ที่ต้องอาศัย “เงินเปโตรดอลลาร์” จากกลุ่มอ่าวมาลงทุนใน AI และ Data Center เพื่อพยุงเศรษฐกิจสหรัฐฯจะเกิดวิกฤติสังคมและอุตสาหกรรม จากปัญหา การเสื่อมค่าของเงินตรา ความแตกแยกทางการเมืองที่ทำลายระบบการตรวจสอบ และภาวะเศรษฐกิจตกต่ำที่ทำให้คนรุ่นใหม่สิ้นหวัง และไม่ต้องการมีครอบครัว สหรัฐฯยังจะสูญเสียขีดความสามารถในการผลิตจนต้อง “กินเนื้อตัวเอง” โดยดึงกระสุนจากเกาหลีใต้มาใช้ในตะวันออกกลางอิสราเอล ต้องการสร้างความวุ่นวายในภูมิภาค เพื่อทำลายคู่แข่ง หวังขึ้นเป็นมหาอำนาจหนึ่งเดียว Greater Israel ต้องการย้าย ศูนย์กลางเทคโนโลยีและการเงิน จาก วอชิงตัน ดี.ซี. ไปยัง เยรูซาเล็ม และสรุปส่งท้ายว่าโลกกำลังเกิด 3 เทรนด์ใหญ่ การถอยกลับจากอุตสาหกรรม (De–industrialization) ลัทธิพาณิชย์นิยม (Mercantilism) และ การเสริมกำลังทหาร (Remilitarization) ทุกประเทศต้องติดอาวุธเพื่อป้องกันตัวเอง.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม