หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ.....ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ.....ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จลง ณอาคารชัยพัฒนา สวนจิตรลดา พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. นำผู้สำเร็จการอบรมหลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง (วปส.) รุ่นที่ 12 เฝ้าฯรับพระราชทานประกาศนียบัตรและเข็มวิทยฐานะ เมื่อวันก่อน.เพลิงสุริยะ รายงานตัวรับใช้ท่านผู้อ่าน............ถอดรหัส สภาที่ปรึกษาของอิหร่าน แต่งตั้งอยาตอลเลาะห์ มุจตาบา คาเมเนอี ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุด ต่อจาก อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี บิดาผู้ล่วงลับ.....อเล็กซ์ วาตันกา นักวิจัยอาวุโส สถาบันตะวันออกกลาง และ นักวิเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลางต่างชี้ตรงกันว่า เป็นการเลือกเผชิญหน้ามากกว่าประนีประนอม โดยกลุ่มอำนาจสายแข็งยังคงควบคุมกรุงเตหะรานได้อย่างมั่นคง.....มุจตาบา คาเมเนอี คือนักบวชสายแข็งกร้าว ส่งสัญญาณชัดเจน ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะประนีประนอมเพื่อรักษาระบอบ แต่จะเลือกเผชิญหน้าแก้แค้นด้วยความอดทน.....คาดว่าผู้นำสูงสุดคนใหม่จะขยับกระชับอำนาจอย่างรวดเร็ว เพื่อขยายอำนาจ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) การควบคุมภายในประเทศที่เข้มงวดมากขึ้น และการปราบปรามอย่างกว้างขวางเพื่อบดขยี้ผู้เห็นต่าง รวมถึงท่าทีก้าวร้าวและเป็นปรปักษ์กับต่างประเทศมากกว่าเดิม.....มุจตาบา ไม่ใช่คนที่จะต่อรองกับสหรัฐฯ หรือเปลี่ยนท่าทีทางการทูต “เขาโหดและแกร่งยิ่งกว่าพ่อ” .....ขณะที่ 2 ผู้เฒ่าจอมโหด เบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล และ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โหมเชื้อไฟขัดแย้ง ขู่จะกำจัดผู้สืบทอดตำแหน่งทุกคน โดดเด่น พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี มอบรางวัลสตรีโดดเด่นในระดับประเทศและนานาชาติให้ ศุภจี สุธรรมพันธุ์, คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล, พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ และ นวลพรรณ ล่ำซำ ในงานวันสตรีสากล ประจำปี 2569 ที่โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ วันก่อน. จากไทยเบฟ ฐาปน สิริวัฒนภักดี มอบเงินจำนวน 5,039,700 บาท ให้ ระวิเพ็ญ กิ่งแก้วเพื่อสนับสนุนการจัดซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง และอุปกรณ์สำหรับอาคารรังสีรักษา โดยมีปาริชาติ นำชัยเจนกิจ และ อรสา โตสว่าง มาร่วมในพิธีด้วย ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต วันก่อน.หลังเกิดปฏิบัติการถล่มโรงกลั่นและคลังน้ำมัน ในกลุ่มชาติอาหรับ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกผันผวนหนัก เปิดมาเมื่อวันจันทร์ที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา ราคา น้ำมันดิบเบรนท์ พุ่งไปสูงสุดแตะ 119.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) แตะ 119.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พอมาวันอังคารที่ 10 มี.ค. ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลงมา 8.73% อยู่ที่ 86.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลงมา 6.19% อยู่ที่ 85.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล.....ผันผวนเป็นรถไฟเหาะ ตามอิทธิฤทธิ์ “น้ำลายทรัมป์” ที่ยืนยันว่าสงครามใกล้จบแล้ว .....ตัวปั่นป่วนโลกของแทร่.....แต่จะจบจริงเหรอ.....คาเซม การิบาบาดี รมช.ต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า มีหลายประเทศ ทั้ง จีน รัสเซีย และฝรั่งเศส ติดต่ออิหร่านเรื่องการหยุดยิง และเงื่อนไขแรกที่อิหร่านยื่นกลับไปคือ “จะต้องไม่มีการรุกรานเพิ่มเติมอีก” ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า รัฐบาลอิหร่านพยายามสร้างความเสียหายอย่างมากให้ประเทศคู่สงครามอื่นๆ.....ดังนั้นในมุมมองอิหร่าน สงครามต้องยืดเยื้อนานที่สุดเท่าที่จะนานได้ การจบสงครามมีแต่จะทำให้อเมริกาและอิสราเอลฉวยประโยชน์ และมองว่าอิหร่านอ่อนแอ แล้วจะยิ่งก้าวร้าวต่อไปอีก เสริมมงคล ดร.วรวิทย์–ดร.พัชรา วีรบวรพงศ์ จัดพิธีบวงสรวงเสด็จปู่พระเจ้าพรหมมหาราชเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล พร้อมแจกทานแก่ผู้ยากไร้ โดยมี ศุภชัย–จินต์จุฑา วีรบวรพงศ์, พัชราวดี วีรบวรพงศ์ และ วัลลภ กมลวิศิษฎ์ มาร่วมในพิธีด้วย ที่ศูนย์การค้า โบ๊เบ๊ ทาวเวอร์ วันก่อน.วิกฤติราคาน้ำมัน ที่ทำท่าพุ่งขึ้นต่อเนื่องตามความยืดเยื้อของสถานการณ์สงคราม หลายชาติทั่วโลกจึงเร่งหามาตรการรับมือ.....รัฐมนตรีคลังในกลุ่ม G7 เรียกประชุมด่วนหารือว่า จะปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉิน เพื่อสกัดราคาน้ำมันโลกที่พุ่งแรง.....สุดท้ายมีมติว่า ยังไม่ปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ ในขณะนี้ แต่ กลุ่ม G7 ยังพร้อมใช้มาตรการที่จำเป็น เพื่อสนับสนุนอุปทานพลังงานโลก.....ชาติในเอเชีย อย่าง เกาหลีใต้ อี แจ มยอง ผู้นำเกาหลีใต้ สั่งประชุมฉุกเฉิน ได้ข้อสรุปว่าจะใช้มาตรการ “กำหนดเพดานราคาน้ำมัน” ภายในประเทศ เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปี เพื่อควบคุมราคา พร้อมทั้งย้ำว่า วิกฤตการณ์ครั้งนี้เป็นภาระหนักอึ้งต่อเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ ที่พึ่งการค้าระหว่างประเทศ และนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางอย่างมาก.....ส่วนที่จีน คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) มีการปรับขึ้นเพดานราคาน้ำมันเบนซิน และดีเซลขายปลีก ถือว่าแรงที่สุดในรอบ 4 ปี และยังให้โรงกลั่นขนาดใหญ่ในประเทศ “ระงับการส่งออกน้ำมัน” และพยายามยกเลิกการส่งมอบตามสัญญาที่ตกลงไว้แล้ว.....ที่ญี่ปุ่น ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายก รัฐมนตรีญี่ปุ่น เผยว่า จะพิจารณามาตรการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น อาจมีการควบคุมราคาน้ำมันเบนซิน.....มีรายงานเพิ่มเติมว่า รัฐบาลญี่ปุ่นสั่งคลังน้ำมันสำรองยุทธศาสตร์ เตรียมพร้อมสำหรับการระบายน้ำมันออกมา.....เวียดนาม จ่อระงับภาษีนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นการชั่วคราว .....อินโดนีเซีย ก็เตรียมเพิ่มวงเงินงบประมาณอุดหนุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงมาตรการตรึงราคาน้ำมันบางประเภทและค่าไฟฟ้า มีฝีมือ วัลยา จิราธิวัฒน์ และ ชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล รับ 9 รางวัลจากงาน “Future TrendsAwards 2026” ตอกย้ำความสำเร็จตลอด 45 ปี ของบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา โดยมี นภารัตน์ศรีวรรณวิทย์ และ ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา มาร่วมงานด้วย ที่ไบเทค บางนา วันก่อน. เบิร์ธเดย์ สุริยน ศรีอรทัยกุล ชวนลูกค้าคนสนิทมาร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของ ดร.ธนพรฟักเขียว โดยมี วิชัย–วิจิตรา ส่งทวีผล, ชารินรดา โสภณชนากูล, ชนิษฐ์ภัค กัลยาพิเชฏฐ์, กชพรรณ วงศ์ภัทรเมธี และ สุเมธ ออศิริวิกรณ์ มาร่วมอวยพรด้วย ที่เซ็นทรัล ชิดลม วันก่อน.ที่นี่ประเทศไทย อั้นไม่ไหว.....ปล่อยราคา น้ำมันเบนซิน ขึ้นนำร่องไปก่อน 50 สตางค์/ลิตร (และจะมีปรับขึ้นถี่ๆอีกหลายระลอก) .....อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ย้ำว่า มาตรการของรัฐบาล คือตรึงราคาน้ำมันดีเซล 15 วัน ส่วนน้ำมันเบนซินราคาอาจมีขยับบ้าง โดย กองทุนน้ำมัน จะเข้าไปช่วยบางส่วน เช่น เพิ่มส่วนต่างช่วยเหลือ E20 มากกว่าแก๊ส โซฮอล์ 95 คือปรับขึ้นแก๊สโซฮอล์ 95 ที่ 50 สตางค์/ลิตร และปรับลด E20 ลง 50 สตางค์/ลิตร ทำให้ผลต่างราคาขายปลีกของน้ำมัน 2 ชนิดนี้ จากเดิมต่างกัน 2 บาท เป็น 3 บาท เพื่อจูงใจให้คนมาใช้ E20 มากขึ้น เพิ่มการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตในบ้านเรา อาหารสัตว์ น.สพ.อุดม เจือจันทร์ เปิดงาน VICTAM Asia 2026, GRAPAS Asia 2026, Health & Nutrition Asia 2026 และ Horti & Agri Asia 2026 มหกรรมอุตสาหกรรมอาหารสัตว์แปรรูปธัญพืช โภชนาการสัตว์ โดยมี สราญโรจน์ สุทัศน์ชูโต มาร่วมงานด้วย ที่ไบเทค บางนา วันก่อน. ตามไปกิน สุขวสา ภูชัชวนิชกุล และ เพชรัตน์ อุทัยสาง เปิดร้านโมเดลใหม่ให้ลูกค้าสดชื่นกับเครื่องดื่มจากพันธุ์ไทยและอิ่มอร่อยกับขนมปังอบสดใหม่จากซับเวย์ในร้านเดียวกัน โดยมี สุทธิชัย บัณฑิตวรภูมิ และ อนันต์ รัตนมั่นคง มาร่วมงานด้วย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันก่อน.ขณะที่ สเปกน้ำมันดีเซลปรับจาก B5 เป็น B7 เพื่อเพิ่มปริมาณการใช้ไบโอดีเซลที่ทำจากน้ำมันปาล์มมากขึ้น.....มาตรการประหยัดพลังงาน ที่รัฐคิดได้ในตอนนี้ คือขอความร่วมมือหน่วยงาน ปรับอุณหภูมิห้องแอร์เพิ่มขึ้นเป็น 26–27 องศา หากไม่จำเป็น ไม่ต้องผูกไทใส่สูท ยกเว้น รับแขกบ้านแขกเมือง...ประหยัดการใช้แสงสว่าง พักเที่ยงให้ปิดไฟ ...WFH มากขึ้น...ตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์.....นำร่องกันก่อนเลยก็ที่ประชุม ครม. ที่มี พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม เป็นประธานประชุมแทน “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล บรรดารัฐมนตรีและทีมงานต่างสวมเสื้อเชิ้ตโดยไม่ใส่สูทผูกไท ตามมาตรการประหยัดพลังงาน.....ก่อนที่พิพัฒน์ จะแจกแจงสถานการณ์เงินกองทุนน้ำมัน ณ ปัจจุบัน ใช้อุ้มราคาดีเซลเฉลี่ยวันละ 1,200 ล้านบาท และรัฐบาลเตรียมพิจารณามาตรการเพิ่มหลังพ้นกรอบ 15 วัน จ่อปรับลดภาษีสรรพสามิต หวังตรึงราคาไม่ให้กระทบต่อราคาสินค้าและค่าครองชีพประชาชน.....ยังไงก็ฝาก “โกเกี๊ยะ” ไหนๆก็ดูแลศูนย์บริหาร และติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ฝากจับตา “ขบวนการน้ำมันเถื่อน” ที่อาจอาศัยช่วงเวลานี้ แฝงเข้ามาหาผลประโยชน์จากราคาน้ำมันที่พุ่งทะลุฟ้าด้วย...จบข่าว"เพลิงสุริยะ"คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม