สมมติ ศาลฎีกา มีความเห็นต่อการกระทำของ 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล เสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ออกมาอย่างไร จะส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนทางการเมืองในอนาคตทันทีตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติ เป็นเอกฉันท์ว่าการกระทำของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และผู้ถูก กล่าวหาทั้ง 44 คน ได้ร่วมกันเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาที่มีเนื้อหาขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญและฝ่าฝืน จริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 219 ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 28 (1) เจตนามุ่งประสงค์จะลดทอนการคุ้มครองสถาบัน พระมหากษัตริย์ โดยการอาศัยกระบวนการทางนิติบัญญัติอันเป็นการไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และไม่พิทักษ์ รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์และเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่งการกระทำดังกล่าว เป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองในวงกว้างอย่างร้ายแรง อีกทั้งยังได้นำเรื่องการแก้ไข พ.ร.บ.ดังกล่าว มากำหนดไว้เป็นนโยบายในการหาเสียง แม้ข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่อาจแบ่งแยกหรือชี้แจงการกระทำของผู้ถูุกกล่าวหาแต่ละคนได้ว่ามิได้ร่วมกันดำเนินการเสนอญัตติ และผู้ถูกกล่าวหาแต่ละราย ไม่ได้มีการชี้แจงให้เห็นถึงการกระทำที่แบ่งแยกโดยชัดเจนว่าต่างคน ต่างกระทำในการเสนอญัตติ เพราะฉะนั้นการกระทำของผู้ถูกกล่าวหา ทั้ง 44 คน จึงเป็นการดำเนินการโดยมีเจตนาร่วมกัน ตามแนวทางการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 ลงวันที่ 31 ม.ค.2567ในจำนวนรายชื่อของอดีต สส.ก้าวไกล 44 คน เป็น สส.และกรรมการบริหารพรรคประชาชนในปัจจุบันส่วนใหญ่มีบางคน ที่หมดสิทธิทางการเมืองไปแล้ว อาทิ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ยังเป็นหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคประชาชน ไม่ว่า จะเป็น ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ ศิริกัญญา ตันสกุล และ สส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชนอีกอย่างน้อย 12 คน และ สส.เขตอีก 2 คน ซึ่ง สส.แบบเขตเลือกตั้งใหม่ได้ แต่ สส.แบบบัญชีรายชื่อทั้ง 12 คน ในกรณีนี้จะเลื่อนลำดับขึ้นมาแทน ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของข้อกฎหมายส่วนจะลามไปถึงการยุบพรรคประชาชนหรือไม่เป็นอีกกระทง แต่อดีตพรรคก้าวไกลไม่มีอยู่แล้ว ไม่ต้องไปยุบให้เมื่อย ปัญหาที่กังวลจะส่งผลกระทบจำนวน สส.ในสภา ที่คาดกันไว้ ฝ่ายค้าน กล้าธรรม ประชาธิปัตย์ พรรคประชาชน พรรครวมใจไทย หรือรวมไทยสร้างชาติอีก 2 เสียงด้วย เสียงฝ่ายค้านจะมี 207 เสียง และรัฐบาลจะมี 293 เสียง ซึ่งเสียงฝ่ายค้านกับรัฐบาลจะห่างกัน 92 เสียง จาก สส.ในสภา 500 คน คงไม่ทำให้มีอะไรเปลี่ยนแปลงได้มากขึ้นอยู่ตอนจบกับข้อมูลลับที่อยู่ในมือ กล้าธรรม ประชาธิปัตย์ และพรรคประชาชนจะสดแค่ไหน.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม