ผมดูไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ อนุทิน ชาญวีรกูล แล้วก็อดที่จะทอดถอนใจ หรือถอนหายใจลึกๆยาวๆหลายๆครั้งเสียมิได้เพราะกว่าทุกอย่างจะเสร็จสมบูรณ์ถึงขั้นเป็นรัฐบาลใหม่เต็มตัว ลงมือบริหารราชการแผ่นดินกันได้ก็โน่นละครับ กลางเดือนมิถุนายน 2569 เป็นอย่างเร็วขั้นตอนที่ต้องใช้เวลายาวนานถึง 60 วันคือขั้นตอนของการรับรอง สส.จำนวน 95 เปอร์เซ็นต์ เพราะจะต้องมีการพิจารณาคำร้องเรียนต่างๆ ตลอดจนตรวจสอบความถูกต้องต่างๆ ซึ่งมักจะใช้เวลา 60 วัน เต็มแม็กเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ก็คงต้องรอไปถึง 9 เมษายนโน่นแหละ จึงจะได้เห็นรายชื่อ สส.ใหม่ที่ผ่านการรับรองแล้วอย่างน้อยร้อยละ 95 หรือ 475 คน จาก 500 คนจากนั้นท่าน สส.ใหม่ก็จะต้องมารายงานตัว ซึ่งตามไทม์ไลน์จะอยู่ระหว่าง 10-16 เมษายน ช่วงสงกรานต์พอดีเลยครับเมื่อเป็นดังนี้ การเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันแรกเพื่อเลือกประธานสภา และรองประธาน น่าจะเกิดขึ้นในวันใดวันหนึ่งหลังสงกรานต์ ซึ่งเมื่อเลือกได้แล้วก็จะนำขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อโปรดเกล้าฯแต่งตั้งด้วยเหตุนี้ การประชุมสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี จึงจะอยู่ประมาณต้นๆเดือน พฤษภาคม หลังจากนั้นก็ให้นายกฯไปฟอร์มรัฐบาล หรือไปผสมกับพรรคโน้นพรรคนี้ ให้ได้คณะรัฐมนตรีให้ครบถ้วนได้ครบแล้วโปรดเกล้าฯแต่งตั้งแล้วเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณฯแล้วก็ถึงวาระสำคัญอีกวาระหนึ่งได้แก่ การแถลงนโยบายต่อ รัฐสภา จึงจะถือว่ารัฐบาลใหม่มีอำนาจเต็มจะบริหารราชการแผ่นดินได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์คาดว่าน่าจะกลางเดือน มิถุนายน สำหรับการแถลงนโยบาย ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย หรือนับจากวันนี้เป็นต้นไปก็อีก 4 เดือนเป็นอย่างน้อยอาจจะเกิดเหตุการณ์สำคัญๆที่รัฐบาลจะต้องตัดสินใจเพื่อแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อีกหลายๆเหตุการณ์ โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจที่ภาคเอกชนเป็นห่วงมากที่สุดแต่ก็ยังดีอยู่อย่างที่นายกฯรักษาการ กับนายกฯคนใหม่คือบุคคลคนเดียวกัน และรัฐมนตรีที่จะรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกระทรวงการคลังกับกระทรวงพาณิชย์...ก็ได้รับการการันตีจากนายกฯแล้วว่า จะเป็นรัฐมนตรีท่านเดิมเกิดปัญหาสำคัญเร่งด่วนด้านเศรษฐกิจใดๆจึงน่าจะรับมือได้ในส่วนของการจัดเตรียมงบประมาณปี 2570 ซึ่งจะต้องจัดทำกรอบให้เสร็จในเดือนเมษายน และมีรายละเอียดพอสมควร พร้อมที่จะเสนอต่อสภา หลังเดือนมิถุนายนก็น่าจะดำเนินการต่อไปได้รวมทั้งการเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ กรณีภาษีทรัมป์ ก็สามารถที่จะดำเนินการต่อไปได้ ภายใต้การรับผิดชอบของรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจที่รักษาการอยู่ ซึ่งในที่สุดจะกลับมาดูแลกระทรวงเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องต่อไปเหมือนเดิมขณะเดียวกัน การกำหนดนโยบายเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้น และระยะยาวอื่นๆก็สามารถจะดำเนินการต่อไปได้เลย โดยเฉพาะนโยบายการคลังที่ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ท่านเคยแถลงไว้ว่าจะดำเนินการเพื่อเสถียรภาพด้านการคลังของประเทศก็สามารถที่จะเตรียมแผนและปฏิบัติการตามแผนล่วงหน้าได้ในบางส่วนข้อดีอีกประการหนึ่งก็คือ ท่านรัฐมนตรีคลังท่านนี้ไม่เพียงแต่จะเป็น “เทคโนแครต” หรือข้าราชการฝ่ายวิชาการที่มีความรู้ความคิดและมีประสบการณ์ครบถ้วนเท่านั้น ท่านยังมีจิตวิญญาณของการเป็น “นักการคลัง” อยู่เต็มตัวอีกด้วยการที่ท่านพูดถึงการใช้จ่ายเงินงบประมาณที่มาจากภาษีอากรของประชาชนด้วยความเคารพและให้เกียรติ และไม่ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายไร้เหตุผลแบบประชานิยมเหมือนนักการคลังเทียมๆในรัฐบาลก่อน เป็นเครื่องยืนยันได้ถึงคุณสมบัติข้อนี้ของท่านทำให้ผมมั่นใจว่าประเทศไทยของเราน่าจะโชคดี ได้ “ขุนคลัง” ที่ถูกฝาถูกตัว สามารถช่วยกู้สถานการณ์เศรษฐกิจและการคลังอันย่ำแย่ของเราให้ฟื้นกลับคืนมาได้ไม่มากก็น้อยที่สำคัญผมเชื่อว่า 4 เดือนระหว่างรอการจัดตั้งรัฐบาลใหม่อยู่นี้ ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งยังไงๆก็จะกลับมาใหม่ จะไม่เกียร์ว่างอย่างแน่นอน...ทำอะไรได้ก็ทำล่วงหน้าไว้เลยนะครับ!"ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม