รัฐบาลชุดใหม่มีการบ้านที่ต้องทำทันที โดยกล้าผ่าตัดโครงสร้างประเทศ ไทยเพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจประเทศ ที่อยู่ในสภาพคนป่วยแห่งเอเชียให้กลายเป็นเสือเศรษฐกิจ ประเทศไทยจะกลับมาได้มีปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่สุดคือ คุณภาพชีวิตผลิตภาพของแรงงาน แต่ปัจจุบันแรงงานส่วนใหญ่ ในระบบประกันสังคมติดหล่มสภาพคล่องภาคแรงงาน เสนอจัดตั้งธนาคารแรงงาน โดยมีความพยายามผลักดันผ่านรัฐบาลชุดต่างๆทุกยุคทุกสมัยในอดีตมาอย่างยาวนาน ซึ่งไม่ใช่แค่เป็นเรื่องสวัสดิการเสริมสร้างความมั่นคง เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างเป็นธรรม ลดภาระหนี้นอกระบบ แต่ยังเป็นการอัดฉีดสภาพคล่องเพื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจรากหญ้าโดยตรงขณะเดียวกัน เกือบทุกพรรค การเมือง ต่างแสดงจุดยืนปฏิรูปโครงสร้างประกันสังคมครั้งใหญ่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน ขจัดคอร์รัปชัน และให้ผลประโยชน์ตกแก่ผู้ประกันตนจำนวนกว่า 24 ล้านคนให้มากที่สุด อาทิ มุ่งเน้นเปิดเผยข้อมูลพอร์ตการลงทุนที่โปร่งใส ขยายฐานสิทธิประโยชน์ที่เป็นธรรมให้ครอบคลุมกลุ่มแรงงานอิสระธนาคารแรงงานเป็นหนึ่งในการ ยกเครื่อง ที่ผ่านมามีหลายฝ่ายศึกษาความเป็นไปได้ โดยสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เคยเปิดเผยถึงเรื่องนี้พบว่า มีข้อจำกัดทางกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคมไม่อนุญาตให้ปล่อยกู้โดยตรง เป็นการบ้านของรัฐบาลชุดใหม่จำเป็นต้องเร่งผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขกฎหมายฉบับนี้ให้เปิดประตู ทำได้แม้การตั้งธนาคารใหม่มีความซับซ้อน ใช้เวลานาน ต้นทุนสูง คณะอนุกรรมาธิการด้านการเงิน ในคณะกรรมาธิการ การเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา ได้เสนอยุทธศาสตร์ธนาคารแรงงาน 2 ระยะ ในระยะแรก สปส.ทำเอ็มโอยูกับธนาคารรัฐ ใช้เงินลงทุนทางสังคมที่กันไว้ 3.5% ประมาณ 1 แสนล้านบาทฝากไว้กับธนาคารรัฐเงินก้อนนี้นำมาบริหารจัดการให้สินเชื่อผู้ประกันตนกู้ดอกเบี้ยต่ำ นำไปตัดวงจรหนี้นอกระบบ โดยใช้ระบบหมอหนี้ มีการค้ำประกันกลุ่มละ 3 คน และระบบหักเงินเดือน ช่วยลดหนี้เสียอย่างมีประสิทธิภาพ และยังเปิดสินเชื่อเพื่อชีวิต โดยใช้เงินประกันชราภาพเป็นหลักประกัน ภายใต้วงเงิน 3 หมื่นบาท เพื่อเข้าถึงทุนไปประกอบอาชีพระยะที่สอง เร่งปฏิรูประบบดิจิทัล เปลี่ยนให้ สปส.เป็น Fintech แห่งรัฐ วางระบบให้ “เครดิตไลน์” แก่บรรดาผู้ประกันตน โดยตรง ลดขั้นตอนการอนุมัติที่ยุ่งยาก ให้มี ความโปร่งใส ตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์ เป็นการเปลี่ยนสิทธิผู้ประกันตนให้เป็นสินทรัพย์ ที่จะเป็นจุดผลักดันให้ประเทศไทย เข้าสู่รัฐบาลดิจิทัลชนิดเต็มรูปแบบ.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม