เมื่อวันเสาร์ที่ 3 มกราคม 2569 หมาดๆ พรรคพวกผมที่เคยเรียนคณะเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ รุ่น 2503 มาด้วยกัน ได้จัดงานเลี้ยงรุ่นครั้งที่เท่าไรก็ไม่รู้ เพราะจัดมานานมากแล้ว... ที่ “โรงแรม ผู้ใหญ่ลี บูติค” ด้านข้างๆกรมการขนส่งทางบก หลังโรงพิมพ์ไทยรัฐนี่แหละหากจะใช้ถ้อยคำทางวิชาการคนรุ่นผมคือรุ่น Gen-s หรือ Silent Generation เกิดระหว่าง พ.ศ.2468-2488 ก่อนรุ่น Gen-B หรือ Baby Boomer (เกิดระหว่าง พ.ศ.2489-2507 หนึ่งรุ่น)ส่วนใหญ่ของพวกเราจะเกิดช่วงปลายๆของรุ่น ประมาณ พ.ศ.2483-2484 ถึง 2485 อายุอานามจึงผ่านหลัก 8 ไปแล้วคนละ 4 ปี 5 ปี--สภาพร่างกายย่อมบุบสลาย และเสื่อมโทรมไปคนละมากบ้างน้อยบ้างตามบุญกุศลที่สร้างไว้เศรษฐศาสตร์รุ่น พ.ศ.2503 ก็เหมือนกับทุกคณะของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ใน พ.ศ.เดียวกัน คือต้อง “สอบเข้า” หรือ “เอ็นทรานซ์” เป็น ปีแรก หลังจากธรรมศาสตร์ประกาศปิด “ตลาดวิชา” เมื่อปี 2502ทำให้คณะเศรษฐศาสตร์ ซึ่งโดยปกติในแต่ละปีจะมีนักศึกษาใหม่มาสมัครเรียนประมาณ 3,000 คน เหลือแค่ 200 เท่านั้นจาก 200 คน เมื่อ พ.ศ.2503 หรือ 66 ปีก่อนโน้น มาถึงบัดนี้น่าจะยังเหลืออยู่สักครึ่งหนึ่งกระมัง แต่ที่แน่ๆ...ในวันที่ 3 มกราคม 2569 มีมาร่วมงานราวๆ 30 คน โดยมีภรรยาและพยาบาลประจำตัวมาร่วมด้วยอีกจำนวนหนึ่งก็ประมาณ 50 คนคนเก่งที่สุด ของรุ่นนี้ ได้แก่ รศ.ดร.สุกัญญา นิธังกร จบแล้ว ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ รับเป็นอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ และขึ้นดำรงตำแหน่ง คณบดี เมื่อ พ.ศ.2543-2546ประสบความสำเร็จสูงสุด ของรุ่น ได้แก่ คุณประกิต อภิสารธนรักษ์ สามารถสร้างเนื้อสร้างตัวจากนักศึกษาที่เรียนด้วยทำงานด้วย จนกลายเป็นมหาเศรษฐีคนหนึ่งของประเทศไทย ในฐานะผู้ก่อตั้งและประธานบริษัทโฆษณาไทยที่ใหญ่ที่สุด และดังที่สุด ประกิตโฆษณานอกนั้นก็ประสบความสำเร็จตามสมควรแก่อัตภาพ เป็นข้าราชการ ระดับ 10 ระดับ 9 ระดับ 8 เยอะพอสมควรอยู่...ที่ไปทำงานภาคเอกชน โดยเฉพาะตามธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ก็ปรากฏว่าได้เป็น “ผู้จัดการสาขา” ใหญ่ๆดังๆหลายสาขาในทางการเมืองมีระดับท่าน สว. (สมาชิกวุฒิสภา) หลายยุคหลายสมัยอยู่ท่านหนึ่ง ได้แก่ คุณมหรรณพ เดชวิทักษ์ ท่านผู้อ่านคงจะคุ้นชื่ออยู่บ้างไม่มากก็น้อยหลงมาเป็นนักหนังสือพิมพ์--ได้มาอยู่ ไทยรัฐ เขียนคอลัมน์ “เหะหะพาที” มา 54 ปี ก็มีอยู่ด้วย 1 คน...แฮ่ม!สำหรับหัวข้อการสนทนาในงานเลี้ยงรุ่นครั้งนี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเก่าๆ ยุคคณะเศรษฐศาสตร์ยังอยู่ที่ริมประตูท่าพระจันทร์และมีบริเวณหนึ่งเป็น 3 แยกที่นักศึกษาทุกคนที่จะเดินออกท่าพระจันทร์ต้องเดินผ่าน...เรียกกันว่า “3 แยกปากหมา”คุยกันถึงอาจารย์เก่าๆ, นักกีฬารุ่นเก่า, ฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ และจบด้วยการร้องเพลงเก่าๆของสุนทราภรณ์ซึ่งจะรวมเพลง ชุด “โดม” ต่างๆไว้ด้วยก่อนแยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมันผมถือโอกาสถามเพื่อนๆ หลายๆคนว่า...เลือกตั้งคราวนี้อยากได้พรรคไหนเป็นรัฐบาล และอยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี?เกือบทุกคนตอบว่า...ยังไม่ตัดสินใจ...และเมื่อถามต่อว่าจะตัดสินใจเมื่อไร? คำตอบก็คือวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์คำจำกัดความของ Gen-s ในตำราบอกว่าเป็นบุคคลที่เกิดช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 คนรุ่นนี้มีความจงรักภักดีต่อนายจ้าง และประเทศชาติสูงมากแม้หลายๆคนจะไม่ตอบว่าเลือกใคร แต่ถ้า คำจำกัดความข้างต้นนี้ถูกต้อง คือ ความจงรักภักดีต่อประเทศชาติสูง...พรรคไหนที่เน้นเรื่องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มากกว่าเพื่อน น่าจะได้คะแนนจากคนรุ่น Gen-S (รวมทั้งผมด้วย) อย่างเป็นกอบเป็นกำแต่จะมากพอที่จะทำให้ “ชนะ” หรือไม่คงต้องลุ้นต่อนะครับ เพราะอย่างที่ทราบคนรุ่นนี้ก็เหลือน้อยเต็มทีแล้วจ้าในปัจจุบัน.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม