แผ่นดินไหว ตึกถล่ม โศกนาฏกรรมนับร้อยศพ มหาอุทกภัยน้ำท่วมเมือง สงครามชายแดน เปลี่ยนผู้นำ สลับรัฐบาล ยุบสภา สารพัดเหตุการณ์ผ่านมาในรอบปีแห่งความระทึกใจอะไรที่ไม่เคยเห็นก็ได้เห็น บันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่การเมืองไทยแทบไม่ทัน แต่ที่แน่ๆในทุกเหตุการณ์ต้องมีบุคคลที่โดดเด่นในแต่ละห้วงจังหวะ และเมื่อเวลาหมุนเปลี่ยนไปจนครบวงรอบ 12 เดือนหมดปีปฏิทิน 2568 ก็เป็นโอกาสสำคัญตามวงรอบ“ทีมการเมืองไทยรัฐ” จะคัดสรร “บุคคลการเมืองแห่งปี”โฟกัสผู้ที่มีบทบาทโดดเด่น เห็นได้ว่ามีส่วนสำคัญต่อความเป็นไปในเกมอำนาจ ยึดตามธรรมเนียมปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง จากการสรุปปรากฏการณ์ในรอบปีที่ผ่านมาโดยนิยาม ผู้ได้รับเลือกเป็นบุคคลการเมืองแห่งปีของทีมเรา ไม่ได้หมายความว่า เขาหรือเธอผู้นั้นต้องเป็นนักการเมืองที่วิเศษวิโสเพียบพร้อมไปด้วยคุณธรรม เปี่ยมไปด้วยจริยธรรม หรือคุณงามความดี ผลงานเป็นที่ประจักษ์ ฝีมือบริหารยอดเยี่ยม เชี่ยวชาญการเมืองประดุจ “เซียนเหยียบเมฆ”ภาพเป็นเทพเจ้าหรือพญามารในสายตาผู้คนในสังคมแต่ “บุคคลการเมืองแห่งปี” ในนิยามของ “ทีมการเมืองไทยรัฐ” หมายถึง บุคคลและไม่จำกัดที่จะรวมถึงคณะบุคคลที่มีบทบาท มีศักยภาพในการสร้างความเปลี่ยนแปลงในเกมอำนาจสร้างสีสันฉูดฉาด มีพลังสั่นสะเทือนให้เกิดกับการเมืองในประเทศไทยอย่างเด่นชัดด้วยคุณสมบัตินี้ แน่นอนว่าตลอดปี 2568 มีตัวเลือกที่เข้าข่ายมากกว่า 1 คนเพราะมีความโดดเด่นในแต่ละช่วงเวลาสั้นๆตามเงื่อนไขสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปไว ตามเงื่อนไขเกมอำนาจการเมืองแต่เมื่อต้องเลือกฟันธงเพียงหนึ่งเดียว ทีมของเราก็ฟันธงตรงกันโหวตเป็นเอกฉันท์ มอบตำแหน่งสำคัญ “บุคคลการเมืองแห่งปี 2568” ให้กับ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้นำรัฐบาลเซราะกราว ภูมิใจไทยด้วยคุณสมบัติชัดสุด ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงแบบไม่มีใครทำได้นั่นคือการทำให้ขั้วการเมืองตรงข้าม กองทัพส้ม พรรคประชาชน พร้อมใจกัน “ขานชื่ออนุทิน” ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ลงคะแนนตามมติพรรค โหวตเลือกให้นั่งแท่นนายกรัฐมนตรีแบบที่ไม่เต็มใจ แต่ก็ไม่ขาดแม้แต่เสียงเดียวสร้างปรากฏการณ์พิลึกพิลั่น เป็นผู้นำรัฐบาลเสียงข้างน้อย ที่พรรคอันดับหนึ่งฝ่ายค้านเทเสียงให้ แต่ยังคงสถานะฝ่ายตรวจสอบในสภาฯไม่ขอร่วมรัฐบาลปล่อยโควตารัฐมนตรีให้ “นายกฯหนู” ไปเกลี่ยเค้กกันอิ่มหมีพีมันแลกกับ “เอ็มโอเอ” บันทึกข้อตกลง ประกาศเป็นสัญญาประชาคม ต้องยุบสภาใน 4 เดือน พร้อมลุยแก้ไขรัฐธรรมนูญ รื้อค่ายกล “ซือแป๋มีชัย”เด็กรุ่นใหม่เลือกเชื่อใจ “พี่หนู” มากกว่าก๊วนเพื่อไทยที่หักหลังกันมาและก็นำมาซึ่งปรากฏการณ์แปลกใหม่ในทางการเมืองแบบไทยๆ ถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่ประกาศล่วงหน้า ล็อกวัน ว.เวลา น.เป๊ะๆ นายอนุทินระบุจะยุบสภาแน่ๆ ยังไงก็อยู่ไม่เกินวันที่ 31 มกราคม 2569พร้อมกับกดปุ่มเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญตามเอ็มโอเอจังหวะ “คลิก” ลงล็อกหน้าตาเฉย กองทัพส้มเข็นราชรถมาเกย “อนุทิน” ได้ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งทำเนียบรัฐบาลแบบฟ้ากำหนด โชควาสนามาถึงไม่อาจปฏิเสธได้และนั่นก็เร็วกว่าที่แอบหวังไว้ ในบท “พระรอง” อดทน“อนุทิน” ถูกมองว่า “คั่ว” เก้าอี้นายกฯมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลพลังประชารัฐ ต่อเนื่องถึงยุครัฐบาลเพื่อไทย สปอตไลต์จับจ้องในสถานะผู้นำพรรคอันดับสองที่มีพลังต่อรอง ไล่ตั้งแต่ยุคนายกฯชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายเศรษฐา ทวีสิน และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตรหัวหน้าก๊วนเกรียนเซราะกราวไม่เคยหลุดเฟรมแถวหน้าทำเนียบรัฐบาลซึ่งนั่นก็ตรงกับสโลแกน “อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้” ที่นายอนุทินท่องดังๆ มาตลอด บ่งบอกถึงความอดทน การรู้จักจังหวะ ไม่เร่งชิงสุกก่อนห่ามคุณสมบัติที่ดีของ “นักเลือกตั้งอาชีพ” เก๋าเกมและยังหมายรวมถึงอุปนิสัยโดยธรรมชาติของคนชื่อ “อนุทิน” ที่ไม่มีฟอร์ม ไม่มีเก๊ก ไม่เฟกตบตาใคร ไม่มีการถือตัว แบบที่เห็นกันเป็นปกติ สไตล์ “เจ้าสัวซิโน-ไทย” นั่งกินลาบร้านริมทาง เสาะหากินก๋วยเตี๋ยวเจ้าอร่อยข้างถนนแทนที่จะไปนั่งโชว์รวยในห้องอาหารหรูในโรงแรมห้าดาวฟอร์มนักเลือกตั้งอาชีพแบบไทบ้าน “นายกฯหนู”จึงเป็นคนที่เข้าถึงง่ายในสายตาทุกชนชั้น ภาพติดดิน แม้จะเกรียนไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยไม่ได้ร้ายกาจ สไตล์มาเฟีย ใครแตะต้องไม่ได้ไม่ใช่ “นายใหญ่-เจ้าสัว” ที่ล็อกอำนาจเบ็ดเสร็จไว้ในบริษัทจำกัดเหนืออื่นใด คือ กล้าที่เอ่ยปาก “ขอโทษ” แบบไม่กลัวเสียหน้าอย่างที่เจ้าตัวรีบแอ่นอกรับเสียงด่าไว้ที่ตัวเองเต็มๆจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในภาคใต้ โดยเฉพาะหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่จมบาดาล มีคนตายหลักร้อย บาดเจ็บ ไร้ที่อยู่อาศัยจำนวนมากผู้นำรัฐบาลเซราะกราว “สำลัก” เสียงด่า ล้มเหลวบริหารจัดการวิกฤติเมื่อผิดแล้วยอมรับสารภาพ เท่ากับลดโทษ “กึ่งหนึ่ง” ในอารมณ์สังคมไทยโกรธง่ายหายไว ทำให้กระแสน้ำซัดศรัทธารัฐบาลซาลงไป และ “นายกฯอนุทิน” ก็ยังได้โอกาส “สอบซ่อม” กู้เมืองด้วยแรงหนุนจากทุกภาคส่วน ทั้งเบื้องบน เบื้องล่างเป็นเรื่องความสามารถพิเศษเฉพาะตัวของ “นายกฯหนู” ผู้นิยม “พระเครื่องสมเด็จ” พก “ของขลัง” ได้พลังพิเศษช่วยฝ่ามหาภัยพิบัติน้ำท่วมเมืองไม่ใช่แค่วาสนา แต่คนชื่อ “อนุทิน” ยังมาพร้อมกับดวงพ่วงไปกับ “มนต์ปะกำช้าง” ที่ได้ “ลูกพี่” อย่าง “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ “จอมขมังเวท” แห่งเขากระโดง บุรีรัมย์ คอยวางหมาก กำกับเกมช่วยอยู่เบื้องหลังฟอร์มเก่งบวกเฮง เกือบหลับแต่กลับมาได้ตลอด“นายกฯหนู” เอาตัวรอด ด้วยวิชาการเมืองโบราณ ตำราพระเจ้าเหา สูตรละครน้ำเน่า ตีบทเศร้า ต่อมน้ำตาแตก เสียงสั่นเครือในฉากบีบคั้นอารมณ์ หรือถึงบทต้องโชว์ห้าว เกรียน บู๊ ดุดัน ผู้นำเซราะกราวก็เล่นได้เข้าตาคนดูเล่นได้ตาม “ครูใหญ่เนวิน” กำกับฉากอยู่เบื้องหลัง“ภาพจำ” ของเขาคือผู้นำบ้านนอก นายกฯไทบ้านแต่นั่นก็ว่าได้ที่ไหน ในเมื่อชื่อของ “ไพรม์มินิสเตอร์อนุทิน” เป็นผู้นำไทยแลนด์ ที่ “คาวบอย” โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จำได้ขึ้นใจทำเนียบขาว วอชิงตัน ดี.ซี.ต้องเก็บเบอร์โทรศัพท์ ปักหมุดในแผนที่ยุทธศาสตร์เอเชียเป็นนายกฯไทยแค่ไม่กี่คนหรืออาจเป็นคนแรกด้วยซ้ำ ที่ได้โอกาสเจรจาพูดคุยใกล้ชิดกับผู้นำมหาอำนาจเบอร์หนึ่งของโลกแบบแทบจะแลกเบอร์ส่วนตัว“เกรียนเซราะกราว” กระทบไหล่ “คาวบอยซ่า”ทั้งเจอหน้ากันบนเวทีระดับชาติที่ประเทศมาเลเซีย ต่อเนื่องกับเอเปกที่เกาหลีใต้ ไม่ต้องพูดถึงการต่อสายโทรศัพท์ตรงถึงกันไม่ต่ำกว่า 3-4 รอบได้โชว์แอ็กชันตอบโต้ เจรจาต่อรองสงครามสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา วิกฤติสู้รบหนักหนาสาหัส แต่แฝงมากับโอกาสทอง สถานการณ์ยกระดับ “นายกฯอนุทิน” ขึ้นชั้น “ผู้นำอินเตอร์” โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเสียค่าจ้างล็อบบี้ยิสต์ และเมื่อถึงจุดได้เปรียบทางการเมือง “พี่หนู” ก็ไม่ลังเลที่จะงัดเหลี่ยมจัดจ้านในเกม “ยุบสภา” ในลีลาเด้งเชือกชิ่งข้อหา “หลอกเด็ก” เล่นเอาล่อเอาเถิดกับพรรคประชาชนโอ้โลม ปฏิโลม ยืนยันการล้มกระดานไปเลือกตั้งใหม่ ตามคำสั่งของ “กุมารเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าค่ายส้ม ประคองอารมณ์วิน วิน ทำให้ทีมเด็กรุ่นใหม่ ไม่ได้เกรี้ยวกราด โหมประจานข้อหา “ตระบัดสัตย์” เหมือนคิวเพื่อไทย สไตล์ “พี่หนู” เผื่อไว้ไมตรี ไม่สร้างศัตรูกับใคร ชนิดผีไม่เผาเงาไม่เหยียบจุดได้เปรียบของคนชื่อ “อนุทิน” ที่ไม่มีฟอร์ม ไม่มีมาด จริงใจสุดในหมู่บิ๊กเนมการเมืองเหนืออื่นใด จุดที่สังคมทั่วไป ไม่ว่าจะกองหนุนหรือขบวนหมั่นไส้ ยอมยกนิ้วให้คนชื่อ “อนุทิน” เจ้าของโครงการ “หัวใจติดปีก” เป็นนักบินจิตอาสา รับบทกัปตัน ใช้เครื่องบินส่วนตัวบินรับส่งหัวใจ ตับ ไต ดวงตา และตับอ่อนจากผู้เสียชีวิต จากโรงพยาบาลทั่วประเทศไม่ว่าภารกิจทางการเมืองจะรัดตัวมากขนาดไหน เหน็ดเหนื่อยยังไงก็ปลีกเวลาได้ ทำมาอย่างต่อเนื่องหลายปี ทั้งยามมีอำนาจและไม่มีอำนาจสะท้อนถึงเบื้องลึกในจิตใจ เสียสละ รู้จักการคืนกำไรสังคมอารมณ์เกรียน เขี้ยว อะลุ่มอล่วย ใจถึงพึ่งได้ ครบเครื่องมีความโดดเด่นเฉพาะตัว ผาดแผลงทั้งมุมการเมือง ต่างประเทศ และมุมทางสังคมทีมของเราจึงมอบตำแหน่ง “บุคคลการเมืองแห่งปี 2568” ให้กับคนชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล”ในสถานะ “ผู้นำผาดโผน”.“ทีมการเมือง”อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่