ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณากรณีคำร้อง การใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย ตาม ม.49 วรรคหนึ่ง แห่งรัฐธรรมนูญ จำเป็นจะต้องปรากฏข้อเท็จจริงเพียงพอถึงความมุ่งหมายและความประสงค์ที่วิญญูชนคาดเห็นได้ว่า น่าจะทำให้เกิดผลเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยศาลเห็นว่า ยังไม่มีน้ำหนักพยานหลักฐานเพียงพอ ที่จะแสดงให้เห็นว่าการกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสองน่าจะทำให้เกิดผลเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง มีมติเอกฉันท์ไม่รับไว้พิจารณาส่วนประเด็นเอื้อประโยชน์ เอ็มโอยูไทย–กัมพูชา มีมติ 7-2 เสียงเห็นว่าไม่มีน้ำหนักพยานหลักฐานเพียงพอเช่นกัน ทำให้คำร้องดังกล่าวของ ธีรยุทธ สุวรรณเกษร เป็นอันตกไปและเป็นการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามข้อกล่าวหาของ ทักษิณ ชินวัตร และ พรรคเพื่อไทย ในภาคของกระบวนการยุติธรรม ส่วนการออกมาล่ารายชื่อเพื่อขอให้รัฐบาลมีการยกเลิก MOU 2544 กับกัมพูชา เป็นเรื่องของภาคปกครองที่จะทำความเข้าใจหาทางออกกันต่อไปเรื่องราวข้อพิพาทตามแนวชายแดนหรือเขตแดน เป็นเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์ที่บางครั้งก็อาศัยเป็นข้ออ้างของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ในสิทธิและผลประโยชน์ของราชอาณาจักร ซึ่งไม่เคยปรากฏว่าจะตัดสินกันได้เสร็จเด็ดขาด ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย ยกเว้นจะขัดแย้งกันเรื่องของผลประโยชน์ เรื่องของดินแดนเป็นหมื่นตารางกิโลเมตร ต่างฝ่ายต่างก็อ้างเป็นสิทธิของตัวเองทั้งนั้น ไม่มีชาติไหนที่ลากเส้นเขตแดน ตรงไปตรงมาอยู่แล้ว รวมทั้งชาติเราด้วยประเด็นข้อกล่าวหาของ ทักษิณ ชินวัตร ที่ยังค้างอยู่ใน กกต. หรือ คดี ม.112 ที่อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาล ในที่สุดก็ต้องมีทางออกอยู่ดี ไม่ว่าจะออกหัวออกก้อย ก็ไม่มีผลกระทบกับรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร หรือ นายกฯแพทองธาร จะถูกชี้มูลเรื่องของคุณสมบัติอย่างไร รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ก็ยังเดินหน้าต่อไปได้ตามทางออกที่รัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้การล้มล้างรัฐบาลทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ไม่ใช่อยู่ที่อำนาจในสภา หรือการออกมาชุมนุมประท้วงของประชาชน แต่อยู่ที่่กองทัพ และ อำนาจจากปลายกระบอกปืน หรือการที่ อนุทิน ชาญวีรกูล หรือพรรคภูมิใจไทย จะเข้ามาเป็นนายกฯ เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้มีอยู่หนทางเดียวคือ เอาชนะการเลือกตั้ง เท่านั้นการมี สว.เสียงข้างมาก ก็ไม่สามารถโหวตให้อนุทินเป็นนายกฯได้ในวันนี้ เดี๋ยวนี้เรื่องอะไรจะเอางูมาแขวนคอให้เมื่อย ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง และเศรษฐกิจระดับมหภาคไม่ได้ทำให้อายุรัฐบาลสั้นลง ส่วนคะแนนนิยมจะลดลงหรือไม่เป็นอีกเรื่อง เพราะฉะนั้น อย่างไรเสียรัฐบาลก็อยู่ไปจนครบเทอมอยู่แล้ว (ถ้าไม่ถูกยึดอำนาจ)ส่วนจะอยู่แบบไหน จะมีคนรักเท่าผืนหนังคนชังเท่าผืนเสื่อ เป็นคนละประเด็น.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th