8–9 มิถุนายน นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล นำ 3 รองนายกฯ ครม.ชุดใหญ่ และนักธุรกิจไทยที่ลงทุนในเวียดนามไปเยือนเวียดนามเป็นครั้งแรก เพื่อตอบแทนการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ นายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ประธานาธิบดีเวียดนาม และเข้าร่วมประชุม ASEAN Future Forum (AFF) ครั้งที่ 3 ระหว่าง 8–9 มิถุนายน ที่กรุงฮานอย เวียดนาม กับไทยเป็นสมาชิกอาเซียนด้วยกัน เป็นเพื่อนบ้านใกล้กัน บริษัทไทยไปลงทุนในเวียดนามมากมาย แต่การค้าไทยกับเวียดนามกลับมีน้อยมากเพียงปีละ 24,000 ล้านดอลลาร์เท่านั้นเอง ทั้งที่เวียดนามมีประชากรกว่า 100 ล้านคน เป็นคนหนุ่มสาวอายุเฉลี่ย 30 ปี กำลังโตกำลังกินกำลังใช้เงินเวียดนาม เพิ่งฟื้นตัวจากสงครามเวียดนามกับสหรัฐฯมาเพียง 50 ปี แต่ช่วงหลังมีการพัฒนาที่เร่งตัวเร็วมาก จนสามารถแซงไทยไปเกือบทุกมิติจากรายงาน อันดับความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลก IMD World Competitiveness Ranking 2025 ระบุว่า อันดับความสามารถการแข่งขันของไทยร่วงจากอันดับ 25 ลงมาอยู่อันดับ 30 ของโลก ร่วงปีเดียว 5 อันดับ สาเหตุมาจาก ปัญหาประสิทธิภาพภาครัฐที่แย่ลง โครงสร้างพื้นฐานที่แย่ลง ผลิตภาพแรงงานที่แย่ลงและ การทุจริตคอร์รัปชันที่แย่ลง แม้ “เวียดนาม” จะไม่ได้อยู่ในลิสต์การจัดอันดับของ IMD แต่ถูกจับตาในฐานะ “ดาวรุ่งแห่งอาเซียน” ที่กำลังเร่งสปีดขึ้นมาชิงฐานการผลิตโลกจุดแข็งด้านการแข่งขันของไทยอยู่ที่ ระบบโลจิสติกส์ มีต้นทุนต่อจีดีพีที่ 13.5% ไทยยังได้เปรียบด้าน โครงสร้างพื้นฐานถนน การลงทุนแบบ PPP และ การเป็นศูนย์กลางสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคของบริษัทข้ามชาติ แต่ข้อจำกัดคือ ความล่าช้าของระบบราชการ การขาดเอกภาพในการบริหาร และการลงทุนในเทคโนโลยี AI ที่ไม่ทั่วถึงเวียดนามวันนี้ก้าวหน้าไปเร็วมาก กำลังเร่งสร้างแต้มต่อใหม่ผ่านการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ แผนยุทธศาสตร์คมนาคมของเวียดนามระหว่างปี 2030–2050 ระบุว่า จะมีการขยายโครงข่ายทางด่วนจาก 89 กม. เป็น 3,000 กม.ในปี 2568 และตั้งเป้าสร้างให้ได้ 5,000 กม.ในปี 2573 แซงหน้าไทยไปไม่เห็นฝุ่น มอเตอร์เวย์บางปะอิน–โคราช 190 กว่า กม. กรมทางหลวงไทยใช้เวลาก่อสร้างมานับ 10 ปีแล้ว จนถึงวันนี้ก็ยังสร้างไม่เสร็จ ยังไม่รู้เมื่อไหร่จะเสร็จ เวียดนามยังได้เริ่มก่อสร้าง “โครงการรถไฟความเร็วสูงเหนือ–ใต้” เชื่อม กรุงฮานอย–กรุงโฮจิมินห์ ระยะทาง 1,541 กม. วงเงินลงทุนกว่า 67,340 ล้านดอลลาร์ เพื่อเชื่อมห่วงโซ่อุปทานจากจีนตอนใต้สู่ฐานการผลิตใหม่ของโลกที่เวียดนาม วิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 350 กม.ต่อชั่วโมง (ไทย 250 กม.ต่อ ชม.)เวียดนามเพิ่งตอกเข็มลงมือก่อสร้าง ทางรถไฟความเร็วสูงสายแรก เชื่อมต่อระหว่าง กรุงฮานอย–จังหวัดบั๊กนิญ–เมืองท่าไฮฟอง–จังหวัดกว่างบิญ ระยะทาง 120 กม. เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2569 ลดเวลาการเดินทางจากกรุงฮานอย–จังหวัดกว่างนิญ จาก 2.5 ชม. เหลือราว 25–30 นาที หวังว่ารถไฟความเร็วสูงเวียดนามจะไม่สร้างเสร็จก่อน รถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ช่วง กรุงเทพฯ–โคราช ที่สร้างมาเกือบ 10 ปีแล้ว ยังไม่รู้จะเสร็จเมื่อไหร่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ เวียดนาม ก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดจนแซงไทยในทุกมิติก็คือ การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันในรัฐบาลอย่างเข้มข้น ปี 2566–2567 ประธานาธิบดีเวียดนามต้องลาออกจากตำแหน่งถึง 2 คน เพื่อรับผิดชอบทางการเมือง กรณีเจ้าหน้าที่ระดับสูง และรัฐมนตรีใต้บังคับบัญชาทุจริต แม้แต่มหาเศรษฐินีที่รวยที่สุด แต่ทุจริตฉ้อโกงแบงก์ไปหลายแสนล้านบาท ศาลเวียดนามก็พิพากษาประหาร ชีวิต ต่อมาลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิตและชดใช้เงินที่ทุจริตคืนจุดแข็งของเวียดนาม ล้วนเป็น จุดอ่อนของไทย ในปัจจุบันที่ต้องกำจัดทั้งสิ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม รัฐบาลเวียดนามเพิ่งประกาศลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง 70 รายการ รวมทั้ง AI (ปัญญาประดิษฐ์) ในขณะที่ รัฐบาลนายกฯอนุทินกลับใช้เงินภาษีกว่า 1,600 ล้านบาทไปซื้อสิทธิ์การใช้ AI ที่เก่งเท่ากับ AI ที่เขาให้ใช้ฟรีทั่วไปมาแจกให้คนไทยใช้ฟรี 1 ปี แล้วก็จบกันไป แทนที่จะเอาเงินก้อนนี้ไปลงทุนพัฒนา AI เป็นของประเทศไทยเอง วิธีคิดของรัฐบาลภูมิใจไทยกับรัฐบาลเวียดนามต่างกันฟ้ากับเหว.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม