“อนุทิน” โชว์วง ASEAN Future Forum ย้ำผนึกชาติอาเซียนสร้างเศรษฐกิจโลกใหม่ รากฐานสู่ความมั่งคั่งในอนาคต จับเข่า “โต เลิม” ถกข้อกังวลนักลงทุนไทย ห่วงเวียดนามบังคับใช้กฎหมายใหม่ โต้สื่อเขมรเต้าถก “ฮุน มาเนต” “เอกนิติ” ตั้งเป้าปั้นยอดการค้า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ “ปลัดคลัง” รอบอร์ดบัตรคนจนเคาะทบทวนหลักเกณฑ์ รมช.ดีอีพร้อมรับฟัง TH-AI PASSPORT “ปลัดดีอี” ยันเปลี่ยนทีโออาร์ไม่ได้ “ศุภชัย” ขู่ฟ้องดะ “เสรีพิศุทธ์”-สื่อขืนแตะ “เนวิน” “วิโรจน์” จี้ ป.ป.ช.สอบ “ช่วยน้ำเงิน” เย้ยแบ็ก “นฤชา” ขาใหญ่เตะก้นนายกฯได้ “ลิซ่า” แฉแชต “ปลัดถลาง” หลุดอีก เปิดตัวพยานปากเอกพร้อมคลิปมัด “ฐิติเชษฐ์-แสวง” จงใจปล่อยให้ขบวนการฮั้ว สว.สำเร็จ แฉวลีเด็ด “ปล่อยเขาไปเถอะ เขาเตรียมวางแผนกันมาดีแล้ว” ปธ.กกต.โยนกฤษฎีกาตีความอำนาจประเมิน “แสวง” เจอตอกหน้าสั่นไม่เคยได้รับหนังสือหารือ ถอดกำไล EM “ทักษิณ” วางโปรแกรมบินดูไบปลายเดือน มิ.ย.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย โชว์วิสัยทัศน์กลางวงประชุม ASEAN Future Forum ครั้งที่ 3 ที่เวียดนาม เน้นย้ำผนึกกำลังชาติอาเซียน เป็นรากฐานไปสู่ความมั่งคั่งในอนาคต จับเข่านายโต เลิม ประธานาธิบดีเวียดนาม ถกข้อกังวลนักลงทุนไทยห่วงเวียดนามเปลี่ยนแปลงการบังคับใช้กฎหมายใหม่“อนุทิน” ขึ้นโชว์วิสัยทัศน์วง AFFเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 9 มิ.ย. ที่โรงแรม Melia Hanoi กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุม ASEAN Future Forum ครั้งที่ 3 ภายใต้หัวข้อ “Shaping our Future Together: Peace, Prosperity, People-Centered” ร่วมกับผู้นำประเทศอาเซียน อาทิ สปป.ลาว กัมพูชา และติมอร์-เลสเต นายอนุทินกล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุมว่า ในสถานการณ์ที่หลายภูมิภาคของโลกเผชิญความผันผวน อาเซียนมีศักยภาพเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีเสถียรภาพมากที่สุดของโลก และเป็นจุดหมายสำคัญของการลงทุน ประเทศสมาชิกอาเซียนต้องใช้ประโยชน์จากจุดแข็งเชิงยุทธศาสตร์ โดยยึดมั่นหลักการผสานผลประโยชน์ชาติและผลประโยชน์ภูมิภาค เพื่อรักษาความเป็นแกนกลางของอาเซียน ในการส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง สร้างความไว้วางใจ เปิดพื้นที่สำหรับความร่วมมือกับทุกฝ่ายท่ามกลางโลกที่แตกแยกมากขึ้นอาเซียนคือรากฐานสู่ความมั่งคั่งนายอนุทินกล่าวว่า ความยืดหยุ่นจะเป็นรากฐานสำคัญของความมั่งคั่งในอนาคตของอาเซียน ต้องเร่งส่งเสริมการบูรณาการทางเศรษฐกิจ และการเชื่อมโยงทุกมิติ ทั้งด้านกายภาพและดิจิทัล และต้องให้ความสำคัญกับการสร้างผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชน ความสำเร็จของอาเซียนต้องวัดจากคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นในอนาคตของประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ต้องเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) จำเป็นต้องเสริมสร้างความร่วมมือรับมือกับปัญหาที่กระทบต่อชีวิตประจำวัน เช่น การหลอกลวงทางออนไลน์ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ความเสี่ยงด้านสาธารณสุข และภัยพิบัติทางธรรมชาติ ควบคู่กับการลงทุนด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะ ระบบสาธารณสุข และระบบคุ้มครองทางสังคมความสัมพันธ์เขมรอยู่ในช่วงวัดใจนายอนุทินกล่าวต่อว่า ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา ทั้งสองประเทศกำลังอยู่ในห้วงเวลาสำคัญที่การตัดสินใจในวันนี้จะส่งผลต่อทิศทางความสัมพันธ์ในอนาคต จำเป็นต้องร่วมกันเผชิญความท้าทายและเปิดหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่ของความสัมพันธ์ โดยการบรรลุแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างสันติและยั่งยืน ต้องอาศัยเจตจำนงทางการเมือง ความมุ่งมั่น ความไว้วางใจ และการเจรจาด้วยความสุจริตใจ แม้ไม่มีหนทางที่ง่าย แต่เชื่อมั่นว่าทั้งสองฝ่ายสามารถก้าวไปข้างหน้าร่วมกันได้ ผ่านการสร้างความเชื่อมั่นและการพูดคุยอย่างสร้างสรรค์พบ “โต เลิม” สานต่อความร่วมมือต่อมาเวลา 11.00 น.ที่ทำเนียบประธานาธิบดีเวียดนาม นายอนุทินและคณะ เข้าเยี่ยมคารวะนายโต เลิม (H.E. Mr. To Lam) เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีเวียดนาม เพื่อสานต่อความร่วมมือและติดตามผลการหารือระหว่างกัน หลังการเยือนประเทศไทยของนายโต เลิม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่าผู้นำทั้งสองประเทศจะเร่งขับเคลื่อนความร่วมมือทวิภาคี และเป้าหมายการค้าร่วมกัน ขับเคลื่อนหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านไทย-เวียดนาม นายโต เลิม เสนอให้รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศพบปะหารือกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ผ่านกลไกความร่วมมือต่างๆ โดยเฉพาะคณะรัฐมนตรีร่วมไทย–เวียดนาม (JCR) พร้อมผลักดันยุทธศาสตร์ Three Connects และเป้าหมายการค้าระหว่างกันที่ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ก่อนขยายสู่ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ในอนาคต รวมถึงเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมาย ทั้งในระดับกองทัพ หน่วยงานความมั่นคง หน่วยงานทางทะเล และพิจารณาจัดทำสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน และการแก้ไขปัญหาผู้ที่พำนักอยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมายเอกชนไทยห่วงใช้กฎหมายใหม่น.ส.รัชดากล่าวว่า นายอนุทินยังสะท้อนข้อห่วงกังวลของภาคเอกชนไทยที่ดำเนินธุรกิจในเวียดนามมายาวนานกว่า 30 ปี โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและบังคับใช้กฎหมาย ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ รวมถึงกรณีที่บางบริษัทอยู่ระหว่างรอการชำระเงินตามสัญญา นายโต เลิม ยืนยันว่าเวียดนามให้ความสำคัญกับนักลงทุนไทย ที่ล้วนเป็นบริษัทชั้นนำมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของเวียดนาม พร้อมย้ำว่าจะไม่มีการบังคับใช้กฎหมายย้อนหลัง และกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รับฟังและเร่งแก้ไขปัญหาของนักลงทุนอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีการสานต่อสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพไทย-เวียดนาม โดยไทยพร้อมสนับสนุนนกกระเรียนจำนวน 12 ตัวให้แก่เวียดนามภายในปีนี้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมจับมือและเติบโตไปด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรมผนึกกำลังสร้างโอกาสเศรษฐกิจจากนั้นเวลา 13.30 น.ที่ห้อง Junior Ballroom โรงแรม Fairmont Hanoi กรุงฮานอย นายอนุทินเข้าร่วมงาน Thailand-Viet Nam Investment and Business Network ing 2026 จัดโดย BOI มีผู้แทนภาครัฐและเอกชนของ 2 ประเทศเข้าร่วมคับคั่ง นายอนุทินกล่าวว่า ไทยและเวียดนามไม่ควรมองกันเพียงในฐานะคู่ค้า แต่ควรก้าวสู่การเป็นหุ้นส่วนแห่งอนาคต ที่ร่วมกันสร้างห่วงโซ่คุณค่า เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของทั้งสองประเทศ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจโลก เทคโนโลยี และพลังงาน เวียดนามมีจุดแข็งด้านการผลิตเพื่อการส่งออก บุคลากรด้านดิจิทัล และเครือข่ายการค้าเสรี ขณะที่ไทยมีความพร้อมด้านอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐาน และระบบนิเวศทางธุรกิจ หากนำศักยภาพของทั้งสองฝ่ายมาผสานกัน จะช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ความสำเร็จของเวียดนามไม่ใช่การแข่งขันที่ไทยต้องกังวล แต่เป็นโอกาสที่ทั้งสองประเทศจะเติบโตไปด้วยกัน ช่วยสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้กับทั้งสองประเทศ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของอาเซียนในเวทีโลก“เอกนิติ” ปั้นยอด 3 หมื่น ล. เหรียญนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายก รัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า ผู้นำทั้งสองประเทศให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับยุทธศาสตร์ Three Connects กรอบความร่วมมือสำคัญเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และการปฏิวัติเทคโนโลยี AI ล้วนเป็นโอกาสให้ไทยและเวียดนามสร้างความร่วมมือเชิงลึกมากยิ่งขึ้น รัฐบาลไทยพร้อมผลักดันความร่วมมือใน 5 สาขาหลัก ได้แก่ พลังงานสะอาด ดิจิทัลและเซมิคอนดักเตอร์ อาหารและความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว และการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม รวมถึงการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินระหว่างประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน รัฐบาลมีเป้าหมายผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างไทยและเวียดนามให้แตะ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ให้เร็วที่สุดโต้สื่อเขมรเต้าข่าวถก “ฮุน มาเนต”นายอนุทินให้สัมภาษณ์กรณีมีสื่อกัมพูชานำเสนอภาพจับมือกับนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาระหว่างเยือนเวียดนามว่า ก่อนการประชุมระดับผู้นำจะมีห้องรับรอง ก่อนเดินขึ้นเวทีไม่ว่าใครเดินเข้ามาเราต้องจับมือทักทาย เราต้องให้เกียรติในฐานะผู้นำแต่ละประเทศ เราไม่ได้มีปัญหาอะไร และสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ไม่มีการพูดคุยกันในระดับทวิภาคี ไม่มีการพูดคุยกันในประเด็นการเมือง ส่วนตัวเชื่อว่าทั้งสองประเทศรู้สึกได้ว่าเวลานี้ยังไม่ใช่เวลาต้องพูดคุยกัน เพราะยังมีประเด็นที่แต่ละประเทศต้องไปเคลียร์ให้เรียบร้อยก่อน ก่อนนำเรื่องมาสู่โต๊ะเจรจา และขอยืนยันว่าประเทศไทยไม่เคยไปรุกราน ไม่เคยไปรุกล้ำอธิปไตยของประเทศอื่น ประเทศไทยยืนอยู่บนจุดยืนที่ว่า อธิปไตยของเรา เราไม่ยอมให้ใครเข้ามาก้าวล่วง รุกล้ำ และสิ่งที่ประเทศไทยดำเนินการเพื่อปกป้องอธิปไตยของเราบอร์ดบัตรคนจนทบทวนหลักเกณฑ์นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในวันที่ 11 มิ.ย.จะมีการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง เป็นประธาน เพื่อนำข้อสั่งการของนายกฯเกี่ยวกับการทบทวนเกณฑ์คัดกรองผู้มีสิทธิถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในประเด็นที่สังคมกังวล เกณฑ์ลดหย่อนภาษีบิดา-มารดา ทำให้บิดา-มารดาต้องเสียสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนผลการประชุมจะออกมาอย่างไร หากมีการทบทวนต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติ กระทรวงการคลังจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ขณะนี้ยังคงเปิดให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยืนยันตัวตนตามไทม์ไลน์เดิม เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 4-21 มิ.ย. ยังไม่มีการคัดกรองหรือตัดสิทธิผู้ถือบัตรสวัสดิการแต่อย่างใดสศค.พร้อมแจงเหตุกู้เงิน 4 แสน ล.นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า กรณีร้านค้าขนาดกลางเรียกร้องขอเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เนื่องจากยอดขายลดลงนั้น ขอย้ำอีกครั้งว่าการช่วยเหลือครั้งนี้เป็นการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มเน้นร้านค้ารายเล็กๆก่อน มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการ 1 ล้านรายแล้ว เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ เมื่อร้านค้าเล็กๆดีขึ้น เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อร้านค้าขนาดกลางตามไปด้วย และเร็วๆนี้จะมีมาตรการช่วยเหลือร้านค้าอื่นๆต่อไป วันที่ 10 มิ.ย.นี้เป็นวันแรกที่เปิดให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) สามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มดีลิเวอรี ประชาชนสามารถสั่งอาหารผ่านฟู้ดดีลิเวอรีได้ในวันที่ 15 มิ.ย. นอกจากนี้ สศค.และสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) พร้อมเข้าชี้แจงเหตุผลการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้จาก พ.ร.ก.กู้เงิน ในวันที่ 10 มิ.ย.เป็นครั้งแรก“แนน” ยันรับฟัง TH–AI PASSPORTช่วงบ่ายที่พรรคภูมิใจไทย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงการจัดเวทีเปิดรับฟังความคิดเห็นโครงการ TH-AI PASSPORT วันที่ 11 มิ.ย.ว่า เวทีนี้ไม่ได้ระบุว่าเป็นใคร แต่เชิญชวนให้ผู้ที่สนใจมาร่วมแสดงความคิดเห็น ว่ามีข้อบกพร่องตรงไหนหรือควรเพิ่มอะไร เราเชิญทุกคนไม่ได้ปิดกั้นใคร เมื่อถามว่าความคิดเห็นในเวทีนี้จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้หรือไม่ เพราะตัวโครงการได้ผู้รับงานไปแล้ว น.ส.แนนตอบว่า ถ้าเป็นความคิดเห็นที่ดีแล้วทางคู่สัญญาหรือนักพัฒนาเห็นว่าสามารถทำได้ ก็คงเป็นการเจรจาเบื้องต้นแบบนั้นไปก่อน แต่ขอให้รอข้อสรุปจากการรับฟังก่อน เวทีรับฟังนี้ถือเป็นนิมิตหมายใหม่ เมื่อถามถึงกรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่าเวทีรับฟังนี้เป็นเวทีฟอกขาวให้โครงการ น.ส.แนนตอบว่า ขออย่าชี้นำสังคมแบบนี้ ขอให้คุยกันด้วยเนื้องานจริงๆ เป็นความคิดเห็นที่จิตใจที่ไม่ค่อยเป็นประชาธิปไตยเท่าไหร่“ปลัดดีอี” ยันเปลี่ยนทีโออาร์ไม่ได้นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี กล่าวว่า วันเปิดเวทีรับฟังความเห็นนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี จะมารับฟังความคิดเห็นด้วยตนเอง และเชิญเอกชนผู้รับจ้างมารับฟังด้วย ความคิดเห็นในเวทีเราคงไปเจรจากับผู้รับจ้างที่เป็นคู่สัญญาว่ารับได้หรือไม่ อยู่ภายใต้กรอบทีโออาร์หรือไม่ สามารถดำเนินการอย่างไรเพื่อให้โครงการประสบความสำเร็จ เมื่อถามว่าความคิดเห็นที่รับฟังจะสามารถใช้เปลี่ยนแปลงทีโออาร์ได้หรือไม่ นายพชรตอบว่า ไม่สามารถทำได้เพราะลงนามในสัญญากันไปแล้ว ส่วน น.ส.รักชนกมองว่าเป็นเวทีฟอกขาวให้กับโครงการ แล้วแต่คนจะมอง แต่ตนมองว่าทำเพื่อประโยชน์ของทางราชการเอง เราต้องการให้ทุกคนเข้ามาใช้ให้ได้มากที่สุด ตัวโครงการก็ชัดเจนอยู่แล้ว หากเปรียบเทียบที่มีอยู่ในตลาด หรือแม้ในเอกชนที่ทำอยู่ ถือว่าต้นทุนถูกกว่าเยอะ“ศุภชัย” ขู่ฟ้องดะ “เสรีพิศุทธ์”–สื่อขณะที่นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงสัญญาเช่าที่ดินของนายชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา ที่ทำไว้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย เมื่อปี 2513 ว่า ที่ดินแปลงนี้ไม่เกี่ยวกับที่ดิน 5,083 ไร่ แต่เป็นที่ดินที่ใกล้เคียงกับบริเวณรางรถไฟ ที่โรงโม่หินของนายชัยใช้ประโยชน์มากองหินเพื่อขนใส่ขบวนรถไฟ วันนี้มีคนพยายามผูกโยงว่านายชัยยอมรับว่าเป็นที่ของการรถไฟฯ แต่ไม่ได้หมายความว่า 5,083 ไร่ เป็นที่ของการรถไฟฯทั้งหมด ไม่เกี่ยวกันเลย ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนว่านายชัยยอมรับแล้ว แต่หลานยังไม่ยอมรับ ส่วนกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ระบุว่าเคยจับนายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย กรณีซื้อเสียงนั้น เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายต้องดำเนินคดี พร้อมแจ้งให้นายเนวินดำเนินคดีด้วย วันนี้เราไม่ยอมแล้วจะดำเนินคดีทุกคดี มีอยู่ 30-35 คดี พร้อมดำเนินคดีกับทุกคนรวมถึงสื่อด้วย“วิโรจน์” จี้ ป.ป.ช.สอบ “ช่วยน้ำเงิน”ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรค ปชน. และนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เข้ายื่นหนังสือถึงเลขาธิการ ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบแชตข้อความที่อ้างว่าเป็นของนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง สั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาผ่านแอปไลน์ให้ “ช่วยน้ำเงินด้วย” นายวิโรจน์กล่าวว่า เรื่องนี้มีนัยสำคัญ สามารถพิสูจน์ในระบบดิจิทัลว่ามีการพิมพ์ข้อความจริงหรือไม่ สาระสำคัญที่แท้จริงคืออธิบดีพิมพ์ไลน์คุยกับข้าราชการในบังคับ บัญชาจริงหรือไม่ และปรากฏข้อความว่าช่วยน้ำเงินด้วยจริงหรือไม่ คำนี้ในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่ต้องตีความว่าหมายถึงให้ช่วยพรรคใด ถือเป็นความผิดกฎหมายชัดเจน นอกจากร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.แล้ว นายเฉลิมพงศ์จะไปร้องเรียนต่อสำนักงาน กกต.ควบคู่ กันด้วยเย้ยแบ็ก “นฤชา” เตะก้นนายกฯได้เมื่อถามย้ำถึงท่าทีนายกฯ นายวิโรจน์ตอบว่า ทราบมาว่านายกฯก็รู้สึกไม่สบายใจกับอธิบดีท่านนี้ แต่มีกระแสข่าวว่าอธิบดีไม่รับฟังการบังคับบัญชาของนายกฯ เพราะมีผู้สนับสนุนหลักอยู่เบื้องหลังเป็นคนที่นายกฯเกรงใจ สามารถเตะก้นนายกฯได้ นายกฯจึงไม่สบายใจที่จะพูดคุยหรือดีลอะไรกับอธิบดีคนนี้ อย่างไรก็ตาม นายกฯควรใช้ความกล้าหาญตัดสินใจพิจารณาโยกย้ายอธิบดีท่านนี้ไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนสอบสวนก่อน ไม่ควรปล่อยให้ทำงานต่อ และยืนยันว่าเรื่องนี้จะไม่เงียบหายไปแน่นอนเอาผิดยกชุดวางตัวไม่เป็นกลางนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรค ปชน. กล่าวว่า ในฐานะ สส.ภูเก็ต ช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมาสัมผัสได้ถึงระบอบสีน้ำเงิน และการสั่งการเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่ระดับรองผู้ว่าฯที่นำเงินไปซื้อเสียงในพื้นที่ จนถึงระดับอธิบดีที่ส่งไลน์สั่งการให้ปลัดจังหวัดภูเก็ต และปลัดป้องกันอำเภอถลาง ให้ช่วยผู้สมัคร สส.สีน้ำเงิน เป็นระบบระบอบสีน้ำเงินที่ทำในช่วงเลือกตั้ง ที่มาร้องวันนี้เพื่อดำเนินการกับข้าราชการที่วางตัวไม่เป็นกลาง และยังเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามกฎหมาย ป.ป.ช. ชี้ให้เห็นชัดว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่โปร่งใส หากข้าราชการคนใดไม่ทำตามจะถูกกลั่นแกล้งและโยกย้าย เชื่อว่าหากมีการเปิดแชตไลน์ปลัดทั้ง 77 จังหวัด จะทราบว่ามีการสั่งการจริงหรือไม่ สามารถตรวจเช็กเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับไอดีไลน์ได้ รวมถึงแชตหลักสามารถปรินต์ออกมาเป็นหลักฐานใช้ในชั้นศาลได้ ส่วนหลักฐานที่นำมายื่นในวันนี้เป็นแชตไลน์ที่ให้ตรวจสอบนายอำเภอเมืองเรียกรับสินบนจากอาวุธปืนที่จัดฉากให้ถูกย้ายออกจากพื้นที่“ลิซ่า” แฉแชต “ปลัดถลาง” หลุดอีกขณะที่ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรค ปชน. โพสต์ภาพแชตไลน์พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า “ภูเก็ตเขาแน่นอนจริง มาอีกราย เจ้าหน้าที่ปกครองออกตัวช่วยน้ำเงิน ข้อความที่ส่งในไลน์ลักษณะเดียวกัน ครั้งนี้เป็นปลัดอำเภอถลาง จ.ภูเก็ต ส่งข้อความสนับสนุนผู้สมัครจากพรรค ภท. ในกรุ๊ปไลน์ผู้เข้าอบรม อส. ออกตัวออกหน้าไม่สนไม่แคร์ว่าตัวเองเป็นเจ้าหน้าที่รัฐควรวางตัวเป็นกลางทางการเมือง ไม่แน่ใจว่าปลัดหนุ่ม (ตามชื่อไลน์) ปฏิบัติตามคำสั่งอธิบดีกรมปกครอง ที่ส่งบอกก่อนหน้านี้ว่า “ให้ช่วยน้ำเงินด้วย” หรือปลัด “หนุ่ม” เต็มใจช่วยน้ำเงินเองแบบไม่สนใจว่าจะผิด พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน การเติบโตและลุกลามของระบอบสีน้ำเงินไม่ธรรมดาเลย จะองค์กรไหน จะสายไหนมีคนของเขาหมด ถามตรงๆเรื่องนี้ประชาชนคิดว่า จะเห็นการจัดการพิสูจน์ความโปร่งใสจาก มท.1 ที่ชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล จริงหรือไม่ ในเมื่อองคาพยพเหล่านี้ผลัดกันเกาหลัง เป็นเครื่องมือให้พรรค ภท.มีอำนาจได้ทุกวันนี้ คณะกรรมการที่ขึงขังว่าตั้งขึ้นมาสอบอธิบดีกรมปกครองก่อนหน้านี้ ขอถามคนไทยทั้งประเทศว่าเชื่อมั้ยว่าจะมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงตรงไปตรงมา เอาเป็นว่าถ้าพรรค ภท.อยากปฏิเสธว่าประเทศไทยไม่มี “ระบอบสีน้ำเงิน” ก็ช่วยจัดการไอ้ห้อย ไอ้โหนที่พยายามเกาะสีน้ำเงินเติบโตให้เห็นหน่อย”เปิดพยานปากเอกมัด กกต.–“แสวง”ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประธานวิปฝ่ายค้าน รับเรื่องร้องเรียนจากนายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.กลุ่มสำรอง และ พ.ต.อ.มนัส นครศรี ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดสมุทรปราการ นายอัครวัฒน์กล่าวว่า กรณีการทุจริตฮั้วเลือก สว. มีหลักฐานเพิ่มเติมเป็นคลิปบันทึกภาพและพยานบุคคลคือ พ.ต.อ.มนัสที่พบว่านาย ฐิติเชษฐ์ นุชนาฏ กกต. และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ในฐานะผู้รับผิดชอบโดยตรง มีพฤติการณ์ส่อไปในทางขัดกันแห่งผลประโยชน์ เข้าข่ายความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 มีผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่ชี้ชัดว่ามีการฮั้วเลือก สว.ระดับประเทศแฉยับจงใจปล่อยขบวนการฮั้ว สว.พ.ต.อ.มนัสกล่าวว่า ในการเลือก สว. เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2567 ช่วงก่อนเลือกเวลา 08.10 น. ได้พบกับผู้สมัคร สว.หญิงในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ขอให้ตนนำข้อมูลบอกกับ กกต.ว่าผู้สมัครที่เข้ามานั้นมีการจัดทำโพยฮั้ว พบหลักฐานเป็นแผ่นพับภายหลัง ในฐานะผู้ตรวจการเลือกตั้งจึงนำข้อมูลแจ้งกับนายแสวง แต่นายแสวงกลับบอกว่า “ปล่อยเขาไปเถอะ เขาเตรียมวางแผนกันมาดีแล้ว” การปกปิดข้อมูลของเลขาธิการ กกต. ในฐานะ ผอ.การเลือก สว.ครั้งนี้ เท่ากับเปิดประตูให้การโกงเลือก สว.สำเร็จตาม แผนที่ว่า จนเวลา 09.00 น. การเลือกรอบแรกสำเร็จ “มีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่เห็นนายฐิติเชษฐ์ เดินไล่เก็บหลักฐานแผ่นโพยจากผู้สมัคร สว. คือหลักฐานที่ผมแจ้งกับนายแสวงตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อบอก กกต. แต่เขาไม่ทำ และนายแสวงไม่เคยโต้ตอบอะไร วันนี้มีคลิปภาพการเดินเก็บโพยเป็นหลักฐานประกอบคำให้การ”“พริษฐ์” ฝาก กกต.แจงสังคม 4 ข้อ นายพริษฐ์กล่าวว่า ข้อมูลที่ได้ วิปฝ่ายค้านจะนำไปตรวจสอบและดำเนินการทันที ขอฝาก 4 ประเด็นที่เป็นข้อพิรุธให้ กกต.ชี้แจงสังคม คือ 1.หาก กกต.เป่าคดีฮั้ว สว.จริง มีประเด็นที่เป็นข้อเท็จจริงที่แตกต่างจากการตรวจสอบของอนุกรรมการ ชุดที่ 26 หรือไม่ 2.เหตุผลที่ กกต.ตั้งอนุกรรมการชุดที่ 36 เพื่อตรวจสอบการไต่สวนของคณะอนุกรรมการ ชุดที่ 26 เพื่อต้องการฟอกขาวบุคคลที่ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ในคดีฮั้ว สว.หรือไม่ 3.มีประเด็นเรื่องการเอื้อประโยชน์ต่างตอบแทนกันหรือไม่ มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ และ 4.มีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการตรวจสอบกรณีฮั้ว สว.หรือไม่กกต.ครบ 28 ปีเปลี่ยนมอตโต้ใหม่ช่วงเช้าที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการจัดงานวันสถาปนาครบรอบ 28 ปี การก่อตั้งสำนักงาน กกต. นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. พร้อมนายฐิติเชษฐ์ นุชนาฏ นายจิรุตม์ วิศาลจิตร นายณรงค์ รักร้อย นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กกต. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ผู้บริหารระดับสูงร่วมพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และทำบุญเลี้ยงพระ ภายใต้สโลแกนใหม่ “สุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม” บรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น ทั้งนี้ ระหว่างที่ประธาน กกต.นำน้ำพระพุทธมนต์ประพรมให้แก่คณะผู้บริหารเพื่อความเป็นสิริมงคล ได้เดินเข้าไปหานายแสวง พร้อมกล่าวว่า “สำหรับเลขา ต้องเอาไปอาบเลย” เรียกเสียงหัวเราะกันครึกครื้นโยนกฤษฎีกาตีความประเมิน “แสวง”นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนการประเมินผลการปฏิบัติงานของนายแสวง บุญมี ว่า กกต.ไม่ทราบว่าข่าวรั่วออกไปได้อย่างไร เมื่อมีข้อโต้แย้งเพื่อความรอบคอบ กกต.ชุดที่ทำหน้าที่อยู่ จึงมีมติให้นำข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ ว่าการประเมินผลการปฏิบัติงานของเลขาธิการ กกต. กรรมการชุดใดมีหน้าที่หรืออำนาจในการประเมิน อยู่ระหว่างรอความเห็นจากคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ผ่านมานายแสวงทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา สามารถชี้แจงได้ กกต.ทำงานในรูปแบบคณะกรรมการ หน้าที่หลักคือกำกับดูแล ส่วนเลขาธิการ กกต.ทำหน้าที่ในบทบาทท่านอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าเราผลักท่านไปทำหน้าที่เป็นหนังหน้าไฟแทน กกต. ส่วนความคืบหน้าเรื่องคดีฮั้วเลือก สว. ยืนยันว่า กกต.ดูอย่างละเอียด ถ้าเสร็จเร็วเกินไปสังคมอาจมองว่าไม่รอบครอบ เมื่อถามว่ามองว่า กกต.จะเป่าคดีฮั้ว สว. นายณรงค์ตอบว่า เรารู้อยู่ว่าสังคมคาดหวังหรือมองภาพ กกต.อย่างไร ก็ไม่อยากให้เกิดภาพนั้น“แสวง” ลั่นภูมิใจได้เป็นคน กกต.ด้านนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. แถลงสรุปผลงาน กกต. และสำนักงาน กกต.ว่า ขอให้คำมั่นสัญญาต่อประชาชนถึงสิ่งที่สังคมจะได้เห็นการเลือกตั้งที่เป็นกลาง โปร่งใส เที่ยงธรรม และมีส่วนร่วมจาก กกต. นับจากนี้เป็นต้นไปเราพยายามให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนทำหน้าที่ตามสโลแกนนี้ สามารถยืนยันแทนพนักงานได้เลยว่าจะไม่มีข่าวเรื่องทุจริต และจะทำให้ทุกอย่างเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น อยู่ในแผนงานโครงการที่กำลังเสนอต่อ กกต. ให้ความเห็นชอบ สำนักงาน กกต.พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ที่ผ่านมา กกต.ถูกตำหนิจากการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ส่วนเรื่องการประเมินผลการปฏิบัติงาน พูดไปหมดแล้ว ไม่มีคำตอบอะไร บอกได้แค่ว่ารู้สึกดี กับการทำงานกับ กกต.ทุกชุดที่ผ่านมาแค่นั้นเอง เราพยายามทำดีที่สุด ไม่เสียกำลังใจ ยังรู้สึกดีกับทุกอย่างที่นี่ “ผมภูมิใจที่เป็นคนกกต.”กฤษฎีกาตอกไม่มีหนังสือหารือขณะที่นายนพดล เภรีฤกษ์ โฆษกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เผยแพร่คำชี้แจงผ่านเพจเฟซบุ๊กสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรณีมีการนำเสนอข่าวว่า กกต.รอคำวินิจฉัยจากคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องการประเมินผลการปฏิบัติงานของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ว่า สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขอชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวได้ตรวจสอบแล้ว ไม่มีหนังสือจากสำนักงาน กกต.ขอหารือมา เพื่อให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความและชี้ขาดประเด็นปัญหาข้อกฎหมายการประเมินผลการปฏิบัติงานของนายแสวง การให้ข่าวในประเด็นดังกล่าวจึงเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริงคุมประพฤติถอดกำไล EM “ทักษิณ”ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรมคุมประพฤติถึงความคืบหน้าขั้นตอนการปลดกำไล EM นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ภายหลังศาลอาญาธนบุรีตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับอภัยโทษเรียบร้อยแล้ว มีหมายปล่อยตัวพ้นโทษและลดโทษส่งแจ้งไปยังสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 รวมทั้งสิ้น 22 ราย หนึ่งในนั้นมีชื่อนายทักษิณ ชินวัตร สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ต้องปล่อยตัวผู้ถูกคุมความประพฤติตามขั้นตอน หรือแจ้งให้ผู้ได้รับการลดโทษระหว่างคุมประพฤติทราบ เมื่อเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ได้รับหมายแจ้งปล่อยตัวดังกล่าว ได้เดินทางมาถอดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ให้แก่นายทักษิณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และตามกรอบระยะเวลาการพักโทษคุมประพฤติของนายทักษิณ ภายหลังจากได้รับพระราชทานอภัยโทษให้ปล่อยตัวไป ตรงกับวันที่ 9 มิ.ย. เป็นเหตุผลว่านายทักษิณได้รับการปล่อยตัวพ้นโทษและถอดกำไล EM ในวันนี้เตรียมบินไปดูไบช่วงสิ้นเดือน มิ.ย.นอกจากนี้มีรายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวหลังจากนี้ว่า อดีตนายกฯมีกำหนดการเดินทางไปยังนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ช่วงสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ โดยจะใช้เวลาอยู่ที่ดูไบระยะเวลาหนึ่ง เพื่อทำธุระส่วนตัว ก่อนกลับมายังประเทศไทย และหลังจากนั้นจะมีการเดินทางไป-กลับอีกหลายครั้ง“ชัชชาติ” ลั่นคดีโกง กทม.ยังไม่จบวันเดียวกัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมทีมงานร่วมแถลงชี้แจงโครงการทุจริตจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายของ กทม.ว่า ไม่ได้โกรธนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน มองเป็นข้อดี การเลือกตั้งครั้งนี้เราพูดถึงทุจริตคอร์รัปชันเยอะ ทำให้ กทม.ออกมาแก้ไข แต่ประเด็นเรื่องนี้ยังไม่จบ ขอย้ำว่า 1.ขบวนการ กทม.ยังอยู่ในขั้นตอนคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (ก.ก.) และฝ่ายบริหาร สั่งให้ทบทวนผลการลงโทษ 2.ส่วนที่ดำเนินการต่อตอนนี้ไม่มีข้อยุติ 3.ป.ป.ช.ยังดำเนินการสอบเส้นทางการเงินอยู่ เหตุการณ์นี้ทำให้มีการปรับปรุงหลายขบวนการเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่สอบถึงระดับรองปลัด กทม. เกิดแรงกระเพื่อม แต่ใช้เวลานานเพราะมีการเกษียณ การเปลี่ยนตัว ต้องขอบคุณนายศุภณัฐที่นำประเด็นนี้ขึ้นมา แต่ขออย่าเป็นแค่ช่วงเรื่องเลือกตั้ง ขอให้เป็นประเด็นไปยาวๆ และหากได้กลับมาเป็นผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัย เรื่องทุจริตต้องลุยต่อให้สุดซอย ต้องขยายผลให้ครบทุกโครงการที่เกี่ยวข้องฉะ “โสภณ” หมกมุ่นงานพิธีกรรมอีกเรื่องที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน แถลงถึงการทำงานของนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในรอบ 90 วัน ว่า ได้รับเสียงสะท้อนจากเพื่อนสมาชิก แม้ สส.ฝั่งรัฐบาลอาจวิจารณ์ประธานสภาฯลำบาก แต่หลายคนอาจเห็นการทำหน้าที่เป็นหัวหน้าพิธีการรัฐสภา เช่น ให้เข้าแถวเคารพธงชาติเวลา 08.00 น. และ 18.00 น. หรือจัดกิจกรรมอาสาร่วมทำความดี ไม่อยากให้นายโสภณใช้เป็นข้ออ้างโหนสถาบัน ไปกวาดลานอยู่หน้าอาคารรัฐสภา ไม่อยากว่าท่านสาระแนทำเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของตัว เพราะมีแม่บ้านทำอยู่แล้ว ไม่ได้คัดค้านกิจกรรมอาสา การเคารพธงชาติ สิ่งเหล่านี้มีคุณค่าในตัวเอง แต่นายโสภณให้ความสำคัญงานหลักพอหรือยัง สภาไม่ใช่ค่ายลูกเสือแต่เป็นที่ออกกฎหมาย ต้องประสานให้รัฐมนตรีมาตอบกระทู้ จัดลำดับความสำคัญของงาน ตั้งแต่เปิดสภาฯประชุมมา 19 ครั้ง พิจารณากฎหมายที่ค้างจากสภาฯชุดก่อนแค่ 34 ฉบับ จาก 147 ฉบับ มีญัตติค้างอีกมาก อย่ามัวไปหมกมุ่นอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์เท่านั้นอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่