เราคุ้นใช้คำ กูๆแล้วก็เผลอคิดว่า เป็นคำไทยแท้ คำไทยสมัยดั้งเดิม...แล้วก็คิดว่าเป็นคำพูดของพวกชาวบ้าน พวกไพร่...ความจริง ยังไม่ใช่ มีความนัย มีตำนานซับซ้อนกว่านั้น3คำถามที่ 44 ใน 101 คำถามสามก๊ก (หลี่ฉวนจวิน เขียน ถาวร สิกขโกศล แปล สำนักพิมพ์มติชน พ.ศ.2556)โจโฉยังมิได้ตั้งตัวเป็นฮ่องเต้ แต่ทำไมใช้สรรพนามแทนตัวว่า กู?พงศาวดารสามก๊กจี่ บทประวัติวุ่ยอู่ตี้ ยกข้อความจากซู่จื้อลิ่ง แถลงปณิธานของโจโฉว่า ได้ดำรงตำแหน่งไจ่เซี่ยง (อัครมหาเสนาบดี) มีเกียรติยศสูงสุดในหมู่ขุนนาง เกินความคาดหวังแล้ว...หากประเทศชาติไม่มี “กู” ไม่รู้ว่าจะมีคนตั้งตัวเป็นอ๋อง ตั้งตัวเป็นฮ่องเต้สักกี่คน?คำ “กู” เป็นสรรพนามของเจ้าผู้ครองนคร (อ๋อง) ยุคโบราณ เทียบคำ “ผู้ต่ำต้อย”ตอนใช้คำ “กู” เต็มปาก โจโฉเพิ่งปราบอ้วนเสี้ยว รวมดินแดนภาคเหนือเป็นเอกภาพ ราชสำนักปูนบำเหน็จความชอบให้เป็นอู่ผิงโหว (พระยาศานติยุทธ์)คัมภีร์หลี่จี้ (อธิบายจารีต) ในยามไม่มีอุบัติภัย อ๋องแคว้นเล็กเรียกตัวเองว่าเชิงกู อ๋องแคว้นใหญ่เรียกตัวเองว่าเหญิน แต่เมื่อยามมีอุบัติภัย อ๋องแคว้นใหญ่จึงเรียกตัวเองว่าเชิงกู นี่เป็นระเบียบตามจารีตเป็นอันว่า คำว่ากูผู้ต่ำน้อย เป็นคำเรียกตัวเอง ถ่อมตัวตามมารยาท ตามกฎกติกา ใช่ว่าใครจะใช้ได้พร่ำเพรื่อเข้าใจฐานะของคนใช้คำว่ากูกันแล้ว ผมถือโอกาสนี้เรียนรู้เรื่องตำแหน่งยศศักดิ์น้อยใหญ่ ของจีนโบราณ ระดับที่ใช้คำว่า กู อยากรู้ คำ (ฮ่อง) เต้ (ตี้) กับ อ๋อง (หวาง) ต่างกันอย่างไรในประวัติศาสตร์จีน คำ “ฮ่องเต้” กับ “อ๋อง” สะท้อนระบอบการปกครองที่แตกต่างกันคือระบบการรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลางกับระบบศักดินาสวามิภักดิ์อ๋องเดิมทีเป็นคำเรียกหัวหน้าเผ่า ต่อมาอำนาจอิสระของเหล่าเจ้าผู้ครองนครแคว้นศักดินานับวันก็ยิ่งสูงขึ้น ความทะเยอทะยานก็สูงตาม ต่างก็ค่อยๆตั้งตัวเป็นอ๋องอ๋องของแคว้นศักดินา ขัดต่อระบบศักดินาสวามิภักดิ์ ซึ่งประมุขสูงสุดเป็นอ๋องได้คนเดียวตัวอย่างพงดาวดารสือจี้ ประวัติตระกูลของเย่ว์อ๋องโกวเจี้ยน...ในยุคโจวจิ้งหวาง ประมุขแคว้นเย่ว์ชื่อฟูถาน บุตรชื่ออวิ่นฉาง เริ่มขยายดินแดนกว้างใหญ่จึงตั้งตัวเป็นอ๋องในยุคชุนชิว ถูกลดบรรดาศักดิ์เป็นจื่อ (หลวง) เรียกชื่อแคว้นว่าอี๋ว์ (เย่ว์)แคว้นเย่ว์ยุคอวิ่นฉาง เป็นยุคศักดินาสวามิภักดิ์ ราชวงศ์โจวแห่งจงหยวนเป็นประมุขสูงสุดตามจารีต แต่งตั้งผู้มีความดีความชอบเป็นเจ้าผู้ครองแคว้นศักดินาทั่วราชอาณาจักร อยู่ในฐานะสามนตราช ต้องภักดีต่อราชวงศ์โจวแต่ความจริงกลับตั้งเป็นแคว้นอิสระ อวิ่นฉางตั้งตัวเป็นอ๋อง ราชสำนักโจวลดบรรดาศักดิ์จากโหว (พระยา) ลงเป็นจื่อ (หลวง) บรรดาศักดิ์จีนยุคนั้น มี กง เจ้าพระยา โหว พระยา ป๋อ พระ จื่อ หลวง หนัน ขุนเมื่อโกวเจี้ยนปราบแคว้นอู๋ได้ โจวหยวนหวางส่งคนไปแต่งตั้งเป็นป๋อ (พระ) ขณะนั้นแคว้นเย่ว์กำลังยิ่งใหญ่ แต่ยังไม่ฟื้นคืนบรรดาศักดิ์เดิมคือโหว พระยา ให้โกวเจี้ยนไม่แยแสบรรดาศักดิ์พระตั้งตัวเองเป็นอ๋อง เสมอประมุขราชวงศ์โจวเฉยเลยโกวเจี้ยนประมุขแคว้นเย่ว์คนนี้ลือลั่นในการใช้แผนหญิงงามคือไซซี พิชิตแคว้นอู่ ผู้รู้จีนยุคหลังยอมรับว่าคือเผ่าหนึ่งของไท หรือไต เป็นหนึ่งในอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ที่ใช้คำเรียกตัวเอง “กู” เหมือนเสด็จเจ้าโจโฉได้เต็มปากเต็มคำรู้มาถึงแค่นี้ ปัญหาของคนไทยเราวันนี้ ต่อไปนี้จะใช้คำว่ากู กับใคร เมื่อรู้ว่าคำกูนั้น ระดับสมเด็จเจ้าพระยาขึ้นไปใช้ ก็อาจยั้งปากยั้งคำ หรืออาจจะพูดไม่ออกเลยเอาทีเดียว.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม