เมื่อวานนี้หลังจากส่งต้นฉบับไปตีพิมพ์สักชั่วโมงเห็นจะได้ ท่านเลขาธิการ กกต. แสวง บุญมี ก็ออกมาแถลงข่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กกต.มีมติเห็นชอบกับร่างแผนจัดการเลือกตั้ง ส.ส.สำหรับการเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ตามที่เสนอเพื่อพิจารณาทุกประการโดยเฉพาะเรื่อง “ปฏิทิน” หรือวันเวลาว่าด้วยขั้นตอนที่สำคัญๆของการเลือกตั้งนั้น คณะกรรมการใหญ่เห็นด้วยทั้งหมดและให้ประกาศเพื่อพี่น้องประชาชนชาวไทยได้รับรู้รับทราบโดยเร็วที่สุดนั่นก็คือ กำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส. ได้แก่ วันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม วันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า (ทั้งในเขตและนอกเขต) ได้แก่ วันอาทิตย์ที่ 7 พฤษภาคมวันเปิดรับสมัคร ส.ส.แบบ แบ่งเขตเลือกตั้ง ให้เริ่มตั้งแต่วันที่ 3 เมษายนถึง 7 เมษายนวันรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.แบบ บัญชีรายชื่อ และพรรคการเมืองแจ้งบัญชีรายชื่อ บุคคล ที่จะเสนอ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี วันที่ 4 เมษายนถึง 7 เมษายนสำหรับวันสุดท้ายของการ เพิ่มชื่อ ถอนชื่อ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งคือ วันที่ 3 พฤษภาคม และวันแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ได้แก่ วันที่ 7-13 พฤษภาคม และ 15-21 พฤษภาคมวันสำคัญที่สุดจากถ้อยแถลงของท่านเลขาธิการ กกต. ก็คือวัน อาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม ซึ่งเป็น “วันเลือกตั้ง” หรือวันที่พวกเราชาวไทยทั้งหลายจะไปเข้าคูหาเลือกตั้งแล้วกาบัตรนั่นเองในการเข้าคูหาของพวกเราครั้งนี้ จะมีบัตรมาให้เรากา 2 บัตร...โดยบัตรหนึ่งจะใช้เพื่อเลือก ส.ส.เขต ที่มาสมัครในเขตเรา และบัตร 2 จะใช้เลือกพรรคเพื่อนำไปสู่การคิดสัดส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อต่อไปความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญก็คือ คราวที่แล้วเรากาใบเดียวเลือกคนเลือกพรรคไปพร้อมๆกัน แต่คราวนี้เราต้องแยกกาคนละบัตรส่วนความเปลี่ยนแปลงในภาพรวมที่เกี่ยวข้องกับการกาบัตรทั้ง 2 ใบนี้ก็คือ...ครั้งที่แล้วเราเลือก ส.ส.เขต 350 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน แต่ครั้งนี้เราจะเลือก ส.ส.เขต 400 คน และบัญชีรายชื่อแค่ 100 คนเท่านี้ จากจำนวน ส.ส.ทั้งหมด ซึ่งยังคงอยู่ที่ 500 คนตามเดิมผลที่จะตามมาจากการกาบัตรทั้ง 2 ใบนี้ก็คือ...เมื่อมีการนับบัตรเสร็จสิ้นแล้ว เราจะทราบได้ทันทีว่าพรรคไหนจะได้ ส.ส.เขตกี่คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อกี่คน รวมเป็นทั้งหมดกี่คนทำให้พอจะรู้ได้คร่าวๆ ณ นาทีนั้นว่า พรรคไหนจะมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลและบุคคลท่านไหนจะมีโอกาสเป็น “นายกรัฐมนตรี”แม้ตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” จะไปเลือกกันภายหลังในการประชุมร่วมของสภาทั้ง 2 แต่ผลจากคะแนนที่ออกมาจากการกาบัตรของพวกเราก็พอจะบอกได้ในเบื้องต้นว่า “นายกฯคนใหม่” หรือ “นายคนใหม่” ของพวกเรา “ชาวกบ” แห่งประเทศไทยจะได้แก่ใครผมถึงได้เรียนท่านผู้อ่านอยู่ตลอดเวลาว่า การกาบัตรของพวกเราในวันที่ 14 พฤษภาคมจะส่งผลไปถึงการ “เลือกนาย” ของพวกเราชาวกบอย่างมากจะต้องพินิจพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบที่สุด ก่อนกาบัตรเพื่อจะไม่เผลอไปเลือก “นกกระสา” มากินพวกเรา ชาวกบในที่สุดระหว่างนี้พวกเราชาวกบยังมีเวลาถึง 51 วัน นับจากวันนี้ (ศุกร์ 24 มี.ค.) ไปถึงวันเลือกตั้ง 14 พ.ค. ก็ขอให้ทำการบ้านติดตามข่าวการเมืองอย่างใกล้ชิดตามให้ครบทุกสำนักข่าว ทุกช่องทีวี ทุกหนังสือพิมพ์ แล้วนำมา “กรอง” ครั้งสุดท้ายก่อนตัดสินใจด้วยตัวเราเองปกติแล้วช่วงต้นๆเดือนหรือกลางเดือนพฤษภาคม อากาศมักจะร้อนมาก และเหตุการณ์ทางการเมืองก็เคยมีเรื่องร้อนที่สุดคือ เหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ” (17-24 พฤษภาคม พ.ศ.2535) เมื่อ 31 ปีที่แล้วสำหรับฤกษ์เลือกตั้งหนนี้ของเราอยู่ที่ 14 พฤษภาคม น่าจะไม่ร้อนเท่า เผลอๆจะร่มเย็นด้วยซ้ำ เพราะปีนี้ร้อนมาเร็วมาก แค่ต้นมีนาคมนี่ก็ร้อนจะแย่อยู่แล้ว พอถึงต้นพฤษภาคมจึงอาจจะเย็นลงดีเหมือนกันครับ เลือกตั้ง “14 พฤษภาคม” เราจะได้ลืม “พฤษภา ทมิฬ” กันเสียที หันมาชื่นชม “พฤษภาประชาธิปไตย” ทดแทนข้อสำคัญ ขออย่ามีใครมาทำอะไรวุ่นวายจนเสียบรรยากาศประชาธิปไตยก็แล้วกันนะครับ.“ซูม”