ครั้งหนึ่งไปเดินริมโขงหนองคาย ถึงเมืองรัตนวาปี ละแวกที่เชื่อกันว่าเป็นถิ่นพญานาค เพื่อนพาขึ้นไปไหว้แผ่นเสมา บนเนินดินเก่าเมืองเป็งจาน เมืองของพระเอกในนิทานเรื่องสังข์ศิลป์ชัยพระเอกคนซื่อคนนี้ ท้าวไกรสอน พมวิหาน...อดีตผู้นำลาวชื่นชม บอกให้คนลาวเอาเป็นตัวอย่างคนลาวหลังเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง เท่าที่ผมได้ไปหลายครั้ง ไม่ว่าเด็กผู้ใหญ่ ผู้สาวหรือผู้บ่าว ใสซื่อ...จนผมเผลอเป็นห่วง ไม่อยากให้นิสัยคนแบบบ้านเมืองใกล้ๆ แปลกปลอมเข้าไปปะปนหนังสือ “นิทานลาว” อาจารย์ ส.พลายน้อย เขียนให้สำนักพิมพ์รวมสาส์น เอาไปพิมพ์ครั้งแรก ปี 2507 เล่มที่ผมเปิดอ่าน พิมพ์ครั้งที่ 2 ปี 2528 เจอเรื่องเสือกับฤาษี เอ๊ะ! เรื่องนี้มาแปลกเรื่องขึ้นต้น ฉับไว...กาลครั้งหนึ่ง เสือโคร่งดุร้ายตัวหนึ่ง ไล่ตะปบขบกัดคนกินอาหารจนอิ่มหนำ แล้วก็ไปนอนหลับทับรูงูเห่าในจอมปลวกใหญ่ งูเห่าโกรธกัดเสือตาย ฤาษีผู้มีฤทธิ์ผ่านมาเห็นก็สงสาร เป่าคาถาพรวด เสือก็ฟื้นเสือลืมตา เห็นฤาษีก็คิดว่า นอนหลับอยู่ดีๆ ฤาษีมาปลุกให้ตื่น คำรามใส่ “ข้าจะกินเจ้า” มิใยฤาษีจะอธิบาย “ข้าเพิ่งเสกคาถา ชุบชีวิตเจ้าฟื้น”เสือไม่เชื่อ ฤาษีจนใจ ต่อรองถ้ามีใครตัดสิน “เจ้าควรกินข้า ข้าก็ยอม”เสือชวนฤาษีเดินไปเจอรุกขเทวดาบนต้นมะม่วง รุกขเทวดาฟังแล้วเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง แต่คิดถึงบุญคุณเสือ เสือกินคน คนกลัวไม่กล้าเข้าป่า ช่วยให้ต้นไม้ใหญ่อยู่ได้นาน รุกขเทวดาตัดสินว่า เสือควรกินฤาษี ฤาษีไม่ยอม ชวนเสือเดินต่อ ไปถามหมาจิ้งจอก หมาจิ้งจอกฟังเรื่องก็รู้ ฤาษีช่วยเสือ...แต่ก็คิดถึงประโยชน์ตัวเอง ถ้าเสือกินฤาษี คงเหลือเศษเนื้อ เศษกระดูก แบ่งปันให้พวกมันบ้างหมาจิ้งจอก พูดจาได้ฉลาดฉาดฉาน เหมือนนักการเมือง “ท่านฤาษี ท่านควรอยู่ในศีลในธรรม เสือเขาหลับอยู่ดีๆ เหตุใดท่านจึงไปปลุกเขาให้ตื่น ด้วยเหตุผลนี้ ท่านมีความผิด ควรยอมให้เสือกิน”ฤาษีโกรธ ดึงดันหาผู้ตัดสินใหม่ ชวนเสือไปหาพญาวัว พญาวัวกลัวว่า ถ้าตัดสินผิดใจเสือ เสือจะพาโลหาเรื่องมากินตัวเอง จึงตัดสินว่าฤาษีผิด ฤาษีตะแบงต่อไปหาลิง ลิงกลัวเสือ ก็ตัดสินแบบเอาตัวรอดไปทีและแล้วก็ถึงคิวกระต่าย...ผู้ตัดสินสุดท้าย กระต่ายบอกว่า จะตัดสินง่ายๆ ก็คงไม่ยุติธรรม ขอให้เสือกับฤาษีพาไปที่เกิดเหตุ เพื่อทบทวนจากสถานที่จริง ไปถึงจอมปลวก กระต่ายบอกให้เสือทำท่านอนหลับ ทับรูงูเห่าเจ้าเดิมงูเห่ารำคาญ ขบเสือไปเขี้ยวเดียวเสือก็ยังฟื้น จึงออกแรงเพิ่ม ขบเสือทีเดียวจมสองเขี้ยวปัญหาตรงหน้า วนมาอยู่ที่ฤาษี...ซึ่งถูกฝึกวิชามาท่าเดียว คือเจอใครตาย ก็ต้องเสกคาถาช่วย...ฤาษียังพาซื่อ ถามกระต่าย “ข้าต้องช่วยชุบชีวิตเสืออีกหรือไม่?”“ช้าก่อน ท่านฤาษี” กระต่ายรำคาญเต็มที “เสือตัวนี้ ทั้งพาลเกเร ทั้งเนรคุณ จะไปช่วยมันไว้ทำไม?”นิทานจึงจบลงได้ ตรงเสือตายทับรูงูเห่า...ไม่มีโอกาสฟื้นคืนขึ้นมาอีกนิทานลาวเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า...ถ้าเจอเสือถ้าฆ่าเสือไม่ได้ ก็ต้องรีบหนี เจองูเห่าก็ไม่ควรทำตัวเป็นชาวนา เพราะจะถูกงูเห่ากัดตาย เหมือนที่คนบางบ้านเมืองเจอมาแล้วบ้านนั้นเมืองนั้น เคยมีประสบการณ์ “หาร 500” ถูกงูเห่าร้องกินกล้วย จนปลูกกล้วยเลี้ยงไม่ไหว ต้องปฏิวัติแล้วเขียนกฎกติกาใหม่... เปลี่ยนเป็นหารด้วย 100แต่ก็เกิดปัญหาใหม่ เจ้าของสวนเหมาสวนกล้วยกินอยู่รายเดียว ไม่แบ่งปันเจ้าอื่นอ้าว! นี่ ผมเพิ่งได้ข่าว...เขาเปลี่ยนกติกาเป็นหาร 500 ยอมทำ ฟาร์มงูเห่า...คงมั่นใจจะเลี้ยงงูเห่าให้เชื่องได้เรื่องที่วกวนตอนท้าย จะเกี่ยวเรื่องเสือกับฤาษีหรือไม่ ก็ไม่แน่ใจ อารมณ์ผมยังจม เรื่อง ส.พลายน้อย ตาย แล้วก็เผาเลยในวันสองวันถือเสียว่า เรื่องที่เขียนเป็นช่อไม้จันทน์ บูชาคุณอาจารย์ก็แล้วกัน.กิเลน ประลองเชิง