บ้านเมืองที่ต้องหาคณะกรรมการ มาหาวิธีสมานฉันท์ เพื่อ ระงับความวุ่นวาย อย่างนี้ ผมมักชวนเพื่อนไปไหว้พระ...เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้สงบใจ มีเรื่องระทึกอยู่บ้าง อย่างวันไปไหว้พระพุทธรูปทองโบราณลงจากรถไฟฟ้าที่สถานีอิสรภาพแล้ว ถามทางเดินเข้าซอยไปวัดหงส์ มารู้ข่าวทีหลังเวลาไล่เลี่ยกัน เลยไปถึงสถานีท่าพระ มีเสียงเหมือนระเบิด หยอกเอินทางการเมือง ก็ถือว่าคุณพระช่วย อยู่รอดปลอดภัยไปได้อีกวันวันนี้ตั้งใจไปวัดเบญจมบพิตร...ครับ ก่อนเดินทางเปิดหนังสืออ่าน เป็นการบ้านล่วงหน้าศิลปะสถาปัตยกรรมวัดเบญจฯ ได้รับการยกย่องว่าเป็นเอก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชหฤทัยสร้างขึ้นเป็นวัดใหญ่ประณีตงดงามในเชิงช่างโปรดฯให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ผู้ทรงเป็นบรมครูในการช่างและศิลปะ ทรงออกแบบพระอุโบสถ เมื่อแล้วเสร็จมีพระราชประสงค์มีพระพุทธรูปที่งดงาม สมที่จะประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถมีพระราชดำริถึงพระพุทธชินราช ด้วยทรงเห็นว่า “จะหาพระพุทธรูปองค์ใดงามเสมอพระพุทธชินราชนั้น ไม่มีแล้ว”ทว่า “ครั้นจะเชิญลงมา ก็เห็นว่าเป็นหลักเป็นศรีของเมืองพิษณุโลก ประดิษฐานในเมืองนั้นตั้งแต่สร้างมา...”จึงโปรดให้หล่อพระพุทธชินราชจำลอง ถอดแบบพระพุทธชินราช เพื่ออัญเชิญลงมาแทน การหล่อพระพุทธชินราชจำลอง ทำขึ้นที่พิษณุโลก โดยใช้ทองหนัก 3,940 กิโลกรัม เมื่อสำเร็จแล้ว จึงอัญเชิญมาประดิษฐานในพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตร เมื่อเดือนธันวาคม พุทธศักราช 2444ผมไปกราบพระพุทธชินราชองค์จำลอง ในโบสถ์วัดเบญจฯแล้ว ก็งดงามแม้ไม่จับใจเท่าองค์จริงที่พิษณุโลก แต่เมื่อนึกถึง น้ำพระทัยรัชกาลที่ 5 ที่มีต่อชาวพิษณุโลก ก็ได้ความซาบซึ้งใจชดเชยรอบอุโบสถวัดเบญจฯ มีพระโบราณศิลปะงามๆหลายยุคสมัยเรียงราย แต่ผมสะดุดใจ องค์ที่อยู่ในซุ้มบุษบก หน้าวิหารสมเด็จฯ คือพระฝางพระองค์นี้ ศิลปะอยุธยา ปางมารวิชัย ทรงเครื่องอย่างจักรพรรดิราช หน้าตักกว้างศอกคืบเศษ วัสดุสำริดปิดทอง เดิมท่านเป็นพระประธานในพระอุโบสถ วัดสวางคบุรีมุนีนารถ จังหวัดอุตรดิตถ์ เดิมเรียกวัดพระฝาง ตามนามผู้สร้าง คือพระพากุลเถรเจ้าอาวาสวัดพระฝาง ซึ่งตอนกรุงศรีอยุธยาแตก ตั้งตัวเป็นหัวหน้าก๊กใหญ่ก๊กหนึ่งมีบันทึกว่า เมื่อพระเจ้าตากตีเมืองฝางได้ โปรดให้มีละคร ผู้หญิงสมโภชพระฝาง 7 วัน เท่ากับสมโภชพระพุทธลชินราช พระพุทธชินสีห์ในรัชกาลที่ 5โปรดฯให้อัญเชิญมาวัดเบญจฯ และเมื่อเสด็จประพาสหัวเมืองปี 2444 มีพระราชนิพนธ์ถึงพระฝางว่า“พระอุโบสถที่กล่าวมาแล้วนั้น คือที่ไว้พระฝาง...ฐานยังอยู่ที่นี่ เพราะฉะนั้นพระฝางจึงขาดฐาน...”ปี 2451 มีพระราชหัตถเลขา ถึงพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงดำรงราชานุภาพ (ขณะนั้น) ความว่า“ให้จำลองรูปพระฝาง ได้สั่งช่างรีบปั้นหุ่นถ่ายรูปไว้ด้วยแล้ว ให้กระทรวงมหาดไทยคิดจัดพระฝางกลับคืนไปไว้ที่เมืองฝาง ตามเดิมให้ทันรดูน้ำนี้”อาจารย์วรนันทน์ ชัชวาลทิพากร ผู้เขียนหนังสือพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง เขียนทิ้งท้ายว่า “น่าประหลาดใจ ที่การณ์มิได้เป็นไปดังพระราชประสงค์ ด้วยพระฝางยังคงประดิษฐานอยู่ ณ วัดเบญจมบพิตร จนถึงทุกวันนี้”ย้อนกลับไปอ่าน ตอนมีพระราชปรารภถึงพระพุทธชินราช “เป็นหลักเป็นศรีของเมืองพิษณุโลก” แล้ววกมา หากพระฝาง เป็นหลักเป็นศรีของเมืองฝาง...เมืองสวางคบุรี (หรืออุตรดิตถ์) น่าจะมีพระพุทธรูปคู่เมืองเชิดหน้าชูตากว่าปัจจุบัน.กิเลน ประลองเชิง