ระหว่างรอความชัดเจนโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส ที่รัฐบาลจะแจกเงินช่วยกระตุ้นการจับจ่ายในภาคการท่องเที่ยว วันนี้ผมมีข่าวดีในวงการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยมาเล่าสู่กันฟัง ชุมชนท่องเที่ยวของไทย 4 แห่งเพิ่งคว้ารางวัล PATA Gold Awards 2026 จากสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (PATA) ชนะเลิศด้านความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งต้องยกเครดิตให้องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. ในฐานะพี่เลี้ยงคอยผลักดันรางวัลทั้ง 4 ประกอบด้วย 1.ประเภทการริเริ่มด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ในผลงาน “ตลาดจีนโบราณชากแง้ว : การพลิกฟื้นชุมชนโบราณสู่แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมแห่งใหม่” ในพื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง 2.ประเภทการริเริ่มด้านการปฏิบัติการเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในผลงาน “น่านสีเขียว : กระบวนการส่งเสริมโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อยกระดับเมืองเก่าน่านไปสู่แหล่งท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ” ในพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน3.ประเภทการริเริ่มด้านการพัฒนาบทบาทสตรี ในผลงาน “ผาหมี : พลังสตรีอาข่าสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน” ในพื้นที่พิเศษเชียงราย 4.ประเภทการริเริ่มด้านการพัฒนาบทบาทเยาวชน ในผลงาน “ปลุกพลังเยาวชนรักษ์ถิ่นสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ (Trash to Trend)” ในพื้นที่พิเศษคุ้งบางกะเจ้าวันนี้ผมจะเล่าถึง พลังของเยาวชน ก่อน คุ้งบางกะเจ้า จ.สมุทร ปราการ เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวใกล้เมืองที่มีทั้งสวนผลไม้ ลำคลอง และเส้นทางปั่นจักรยานที่ดึงดูดผู้คนให้แวะเวียนมาในวันหยุด เมื่อได้รับความนิยมมากขึ้นก็นำ ปัญหาขยะ ตามมา อพท.คุ้งบางกะเจ้าจึงเลือกจัดการปัญหานี้ผ่านเยาวชนในพื้นที่ โดยมีแกนนำหลักเป็นเยาวชนจากตำบลทรงคนองเป็นผู้ขับเคลื่อน เกิดเป็นโครงการปลุกพลังเยาวชนรักษ์ถิ่นสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ ทั้งลดปัญหาสิ่งแวดล้อมจากขยะในชุมชน และเปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีบทบาทในการพัฒนาบ้านเกิดของตัวเองหัวใจของโครงการคือ Trash to Trend นำขยะพลาสติกและวัสดุเหลือใช้ในชุมชนมาแปรรูปเป็นเครื่องประดับ เช่น สร้อยคอ กำไล พวงกุญแจ จากขวดพลาสติกที่ถูกทิ้งลงคลองหรือกองรวมกับกองขยะ นำมาผ่านกระบวนการคัดแยก ทำความสะอาด แปรรูป กลายเป็นวัตถุดิบในการผลิตเครื่องประดับมีราคา สร้างรายได้และโอกาสจ้างงานให้คนในพื้นที่เยาวชนกลุ่มนี้ไม่เพียงรีไซเคิลวัสดุเหลือใช้ แต่ยังถูกฝึกให้เป็น นักสื่อความหมายท้องถิ่น ต้องเล่าเรื่องเป็น อธิบายที่มาของวัสดุ กระบวนการผลิต และความหมายของชุมชน ให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติฟังรู้เรื่อง เด็กๆมีส่วนร่วมตั้งแต่คิด ออกแบบ จนถึงลงมือทำ ใช้กล้องมือถือถ่ายคลิปเก็บข้อมูลและสัมภาษณ์ผู้นำชุมชน แล้วนำมาต่อยอดออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวและฐานกิจกรรมในพื้นที่ด้วยตัวเอง เนื้อหาที่นักท่องเที่ยวได้ฟังมาจากมุมมองของเด็กในพื้นที่ ไม่ใช่บทที่ผู้ใหญ่เขียนให้ท่องผลจากการทำโครงการต่อเนื่อง ทำให้เยาวชนคุ้งบางกะเจ้ามีทักษะความคิดสร้างสรรค์ หลายคนมีแนวทางต่อยอดไปสู่สายอาชีพ เช่น เป็นมัคคุเทศก์ท้องถิ่น นักจัดกิจกรรมท่องเที่ยวหรือผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ชุมชนขนาดเล็ก ขณะที่ชุมชนเองก็หันมาร่วมมือดูแลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมมากขึ้นคุ้งบางกะเจ้ากลายเป็นตัวอย่างของการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่ผูกเศรษฐกิจชุมชนเข้ากับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไว้ด้วยกัน น่าชื่นชมยินดีกับบทบาทของเยาวชนคุ้งบางกะเจ้าที่ทำให้แหล่งท่องเที่ยวไทยคว้ารางวัลระดับสากลมาครอง.ลมกรดคลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม