“นายกเฮง” อดีตผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย หอบหลักฐานพบตำรวจ บก.ปปป. แจงคดีเรียกรับ 6.5 แสน สอบเข้า ข้าราชการท้องถิ่น โยนสาวเทศบาลที่ถูกจับพร้อมกัน เป็นผู้ดำเนินการหลัก พร้อมซัดทอดเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 2 รายพันเครือข่ายโกงสอบ ขณะที่ “รองเต่า” ยันไร้เงา “รัฐมนตรี” หนุนหลังและไม่มีนัยทางการเมืองกรณีนายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ “นายกเฮง” อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสำโรง และอดีตผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 8 พรรคเพื่อไทย ถูก พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.นำตำรวจ บก.ปปป. บุกจับกุมที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านบางซื่อ กทม. หลังร่วมกับนางนวพร ปรือปรัง อายุ 35 ปี เจ้าพนักงานธุรการกองช่าง เทศบาลตำบลละเอาะ อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ เรียกรับเงิน 6.5 แสนบาทจากผู้สมัครสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น อ้างมีโควตา เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลให้ประกันตัวชั่วคราวทั้งคู่ ตามที่เสนอข่าวไปนั้นล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 ก.ย. ที่กอง บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ “นายกเฮง” พร้อมผู้เกี่ยวข้อง เข้าพบ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. และพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปปป. เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงรายงานข่าวแจ้งว่า การเข้ามาพบของนายประวิทย์ครั้งนี้ ได้นำเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับการเงิน และหลักฐานข้อความสนทนาต่างๆเกี่ยวกับคดี มามอบให้พนักงานสอบสวน เพื่อยืนยันว่าการเรียกรับผลประโยชน์จากผู้สอบเข้าบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ส่วนใหญ่นางนวพร ปรือปรัง ที่ถูกจับด้วยกันเป็นผู้ดำเนินการเอง นอกจากนี้ยังให้ข้อมูลถึงเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ 2 คน ที่อาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายผู้ต้องหาคดีทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ที่โยงไปถึงนายวิน ธนพชรโภคิน และ จ.ส.ต.พิชิต ทั้งพรม หรือ “จ่าพิชิต” ผู้ต้องหาในคดีทุจริตโกงสอบ ขณะนี้ทั้งคู่ยังถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครรายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการสอบปากคำและข้อมูลหลักฐานทั้งหมดที่ได้ขณะนี้ พบความเชื่อมโยงไปถึงแค่เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ 2 คน เท่านั้น ยังไม่มีผู้ที่มีตำแหน่งทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องขณะที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. กล่าวถึงกรณีนายประวิทย์ เข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ว่า เป็นการเข้ามาให้ข้อมูลและชี้แจงหลักฐานต่างๆเท่านั้น ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า มีรัฐมนตรีในรัฐบาลท่านหนึ่งอยู่เบื้องหลังขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นนั้น ทั้งนี้ ตำรวจเคยรับทราบข้อมูลดังกล่าวมาก่อนหน้านี้ แต่จากการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงของตำรวจ บก.ปปป. ยังไม่พบข้อมูลหรือหลักฐานความเชื่อมโยง ส่วนการที่ตำรวจ บก.ปปป. จับนายประวิทย์ ที่มีส่วนพัวพันกับขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ยึดข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานที่ปรากฏเป็นหลัก ไม่มีนัยทางการเมืองแอบแฝงอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่