ผมเพิ่งอ่านเจอเรื่องฆ่าตัวตายแล้วไปไหนในชวนม่วนชื่น 2 (พระอาจารย์พรหม เขียน โรงพิมพ์อักษรสัมพันธ์ พิมพ์แจกเป็นธรรมทาน ครั้งที่ 2 พ.ศ.2558)อ่านวันนี้น่าจะพอเอาไปทบทวน เทียบเคียงกับเรื่องเด็กนักเรียน ฆ่าปู่ฆ่าย่า ฆ่าเพื่อนนักเรียน และฆ่าตัวเองตาย...ได้ในบางแง่มุมบ่ายวันนั้นพระอาจารย์พรหมรับแขกครอบครัวชาวพุทธ เมืองเพิร์ธ ออสเตรเลีย พ่อแม่เด็กชายวัย 17 ปี บอกท่านว่า เพิ่งเสร็จจากการให้ปากคำกับตำรวจที่โรงพัก เรื่องลูกชายแขวนคอตายการฆ่าตัวตายของเด็กวัยรุ่น ไม่แค่เป็นฝันร้ายที่สุดของพ่อแม่ ยังเป็นเรื่องที่เกินคาดเดาของทุกคนที่รู้จัก กับเพื่อนฝูงเด็กคนนี้ไม่เคยแสดงการซึมเศร้าออกมา เขามีความสุขกับการเรียนที่โรงเรียนจุดสะดุดใจ เขากำลังสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งรู้กันทั่วว่า เขาสามารถทำคะแนนสอบได้ดีมาก“ไม่มีสัญญาณบอกเหตุล่วงหน้าว่าเขาจะฆ่าตัวตายแม้แต่น้อย”ทุกคำบอกเล่า ทั้งพ่อแม่กำลังดิ้นรนต่อสู้กับความรู้สึกผิด พวกเขาถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา เขาควรจะได้ทำ หรือพูดอะไรเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเดชะบุญที่ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ไม่กล่าวโทษบุคคลใดบุคคลหนึ่งจนให้เขารู้สึกผิด พระอาจารย์จึงปลอบใจว่า พวกเขาไม่สมควรถูกตำหนิ การฆ่าตัวตายเกิดขึ้นได้แม้แต่กับพ่อแม่ที่เอาใจใส่ในการดูแลลูกดีที่สุดการแลกเปลี่ยนระหว่างพ่อแม่ที่ลูกชายฆ่าตัวตายกับพระอาจารย์พรหมดำเนินไปถึงเรื่องการกลับชาติมาเกิดนั้นมีจริง และต่อเนื่องไปถึงความเชื่อหนึ่งที่ว่า คนที่ฆ่าตัวตายจะต้องไปตกนรกบทสนทนาบทนี้ซ้ำเติมพ่อแม่ที่เพิ่งสูญเสียลูกชายให้ทุกข์หนักมากขึ้น เมื่อเชื่อว่าเมื่อตายไปแล้วเขาก็จะต้องทนทุกข์ทรมานในนรกอีกไม่ว่าพวกเราจะเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายแค่ไหน แต่หลายคนก็ยังอยากจะให้คนตายที่เขารักไปสู่สุคติ โจทย์ใหญ่ของพระอาจารย์จึงอยู่ที่จะพูดอย่างไรให้พ่อแม่คู่นี้รู้สึกดีขึ้นมาได้พระอาจารย์ค่อยๆไล่เลียงลงลึกไปหาสาเหตุของการฆ่าตัวตาย...จึงถามพ่อแม่ว่า ลูกชายสอบเข้ามหาวิทยาลัยทั้งหมดกี่วิชา และแต่ละวิชามีข้อสอบกี่ชุดพ่อแม่เด็กแม้จะมีท่าที พระอาจารย์ถามเรืองนี้ทำไม? แต่ในอารมณ์เศร้าแบบนั้น พวกเขาก็ช่วยกันบอกอย่างนอบน้อม ลูกชายสอบสี่วิชา แต่ละวิชามีข้อสอบสองชุดและข้อสอบหนึ่งชุดจะมีคำถามประมาณแปดข้ออย่าลืมก่อนบวชพระที่วัดหนองป่าพง พระอาจารย์พรหมจบเคมบริดจ์ และเคยเป็นครูสอนเด็กมาก่อน พระอาจารย์จึงพูดกับพ่อแม่เด็กต่อว่า เด็กจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยออสเตรเลียได้ ต้องทำข้อสอบหกสิบสี่ข้อ“จะเกิดอะไรขึ้น “พระอาจารย์ถาม” ถ้านักเรียนคนหนึ่งทำข้อสอบสิบสามข้อได้ถูกต้องสมบูรณ์ แต่ข้อสอบสุดท้าย ข้อสอบที่สิบสี่ผิด แล้วทางมหาวิทยาลัยจะรับเขาไหม?”“รับ” พ่อแม่เด็กเริ่มยิ้มออก เมื่อพระอาจารย์อุปมาอุปไมยให้พวกเขาเข้าใจลูกชายเขาที่ทำข้อสอบได้ถูก 13 ใน 14 ข้อ ก็ต้องถือว่าสอบได้คะแนนดีมาก อีกทั้งตลอดชีวิตลูกชายเขาเป็นเด็กดี จิตใจโอบอ้อมอารีคำตอบที่ดีเยี่ยมในแบบทดสอบชีวิตบทนี้ยืนยันได้ เมื่อเขาตาย เขาจะไม่ตกนรกพระอาจารย์พรหมจบเรื่องแค่นี้ ปล่อยให้ผมต้องคิดต่อ นี่อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด ถูกต้องที่สุด แต่ก็เป็นคำตอบที่ผ่อนปรนความทุกข์ทรมานในใจของพ่อแม่ให้ลดลงได้ อย่างน้อยก็ดีกว่าการปล่อยให้ชาวบ้านฝากทุกข์ไว้กับเซียมซี และฝากความหวังลมๆแล้งๆไว้กับการถวายสังฆทาน การพรมน้ำมนต์ แบบพระไทยในบ้านเมืองเรา.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม