เรื่องหนึ่งในหนังสือ ภาษาคาใจ ปากพูด หูเพี้ยน (เพชรประกาย พิมพ์ พ.ศ.2553) สังคีต จันทนะโพธิ เขียนเรื่อง “ดินสอพอง” ครับคุณสังคีตเริ่มต้นด้วยการแนะให้รู้จักดินสอไม้ ใช้ไม้ซีดาร์ ไม้สนซีดาร์มีใบเป็นเส้นแหลมๆ ไส้ดินสอที่เด็กนักเรียนสมัยก่อนใช้เขียน ใช้แร่ชื่อแกรไฟต์ มีเนื้อสีดำ เราเรียกกันถึงวันนี้ ดินสอดำชื่อดินสอดำจึงเป็นคู่เปรียบเทียบกับดินสีขาว และบังเอิญดินที่ลพบุรีสีขาวมาก เรียกกันตอนแรกว่า ดินสีผ่อง และเรียกต่อๆมาจนเพี้ยนเรียกกันในวันนี้ว่า ดินสอพองดินสอพองที่ใช้ทำเป็นแป้งประหน้า หนุ่มสาวสมัยก่อนพอรู้ว่า มาจากลพบุรี แต่ส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า มีความเป็นมาอย่างไร? เล่ากันต่อๆมาแบบนิยายปรัมปรา แต่พอเข้าเนื้อหากลายเป็นมาจากเรื่องรามเกียรติ์เมื่อครั้งพระรามทรงรบชนะทศกัณฐ์ ทรงปูนบำเหน็จรางวัลให้แม่ทัพนายกองถ้วนหน้าแต่สำหรับหนุมาน ทหารเอก ซึ่งมีผลงานอเนกอนันต์ ทรงประทานรางวัลใหญ่พิเศษ “ข้าจะยกเมืองให้เจ้าครอง แต่จะเป็นเมืองไหนข้ายังไม่บอก...” ตรัสพลาง พระรามทรงแผลงศรแล้วตรัสสั่ง“เจ้าเหาะตามศรข้าไป ศรตกที่ไหน ที่นั่นคือเมืองของเจ้า”ศรพุ่งหวือไปไกลแสนไกล แต่หนุมานมีฤทธิ์เหาะตามทัน จนกระทั่งศรไปตกปักบนแผ่นดินสูงคล้ายเกาะ หนุมานรีบเหาะลงมาหางกวาดพื้น ทำเป็นเครื่องหมายเอาไว้แต่นั่นแหละ ศรพระรามร้อนแรงยิ่งกว่าไฟดวงใหญ่ ทำให้แผ่นดินดำแถบนั้นสุกกลายเป็นสีขาว ทั้งขาวกว่าธรรมดา ดินสุกจากความร้อนของศรพระราม เรียกกันว่า ดินสีผ่อง นานๆชาวบ้านเรียกเพี้ยนเป็นดินสอพอง เป็นทรัพยากรธรรมชาติประจำเมือง เป็นสินค้าส่งออกขายไปได้ทั่วประเทศเมื่อหนุมานสร้างเมืองเรียบร้อย พระรามทรงประทานนามเมืองตามชื่อพระลพ พระโอรสพระองค์หนึ่งว่าลพบุรี เป็นสัญลักษณ์ให้รู้ว่า เป็นเมืองของพระโอรสพระองค์แต่การจะให้ทหารเอกเป็นเจ้าเมืองนั้น จะเป็นไรไป เพราะตามท้องเรื่อง ไม่กี่วัน หนุมานรู้ตัวว่าบุญวาสนาไม่ถึง ทูลถวายคืนพระราม เมืองที่ควรมีชื่อหนุมานตามเจ้าเมืองคนแรก จึงต้องเปลี่ยนชื่อตามพระลพ นี่กระมัง จึงเป็นที่มาของชื่อเมืองลพบุรีตรงจุดที่ศรพระรามปัก...ชาวลพบุรีถือเป็นจุดของหลักบ้านหลักเมือง สร้างศาลไว้ เรียกว่า “ศาลลูกศร” แต่เนื่องจากศรพระรามยังมีฤทธิ์ ยังคงร้อนอยู่ จึงมีการสร้างอ่างแช่ศรพระรามไว้ชาวลพบุรีถือเป็นหน้าที่ ผลัดเปลี่ยนกันไปตักน้ำแช่ลูกศร รักษาระดับความร้อนเอาไว้ ไม่ปล่อยให้ร้อนถึงขั้นไฟลุก...จะพลอยเผาบ้านเรือนไหม้ไปด้วยเด็กๆรุ่นผมยังพอจำนิทานอีกเรื่องของเมืองลพบุรีได้ศรพระรามแผลงใส่ยักษ์กกขนาก ซึ่งเคยเป็นเจ้าที่ตรึงไว้บนหน้าผาเขาวงพระจันทร์ทุกปีจะมีกำหนดเวลาให้ไก่แก้วขันบอกเวลา ให้หนุมาน คอยเหาะมาเอาค้อนตอกย้ำให้ปักลึกไว้เท่าเดิมแต่ท้าวกกขนากมีลูกสาวสวย ใจกตัญญู แอบเอาน้ำส้มสายชู ไปราดที่อกพ่อทำให้ศรเขยื้อน ชาวลพบุรีสมัยก่อนเชื่อเรื่องนี้มาก ทั้งเมืองจึงไม่มีน้ำส้มสายชูขาย...ผมฟังเรื่องนี้มาตั้งแต่จำความได้ ถึงวันนี้อายุปาเข้าไปกว่าแปดสิบ ยังไม่มีข่าวท้าวกกขนากฟื้น เรื่องน้ำส้มสายชูวันนี้คนลพบุรีคงจะลืมๆกันไป พอๆกับลืมตักน้ำรดศรพระรามประจักษ์หลักฐานสำคัญว่า เมืองนี้เคยเป็นเมืองหนุมาน ก็คือ สมุนหนุมานยั้วเยี้ยอยู่ศาลพระกาฬ และก็คงเพราะเจ้าสมุนหนุมานเหล่านี้ ก่อปัญหารบกวนชาวบ้าน จนลืมทั้งหน้าที่ตักน้ำรดศรพระราม ลืมเรื่องน้ำส้มสายชูที่เคยเป็นสินค้าต้องห้ามกันไปเลย.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม