ตำรวจเค้นสอบ “ไอ้ฟลุ๊ค” ลูกสมุน “ไอ้ป๋อง” เดนนรกฆ่าฝังดิน 5 ศพ เร่งคลี่ปมอาจมีเหยื่อเพิ่มอีก 2 ศพ สั่งเดินหน้าหาข้อมูลคนหาย ยังไม่พบเบาะแส เรือนจำพัทยาสั่งแยกขังเดี่ยว 3 ผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่คุมเข้มหวั่นโดนรุมกระทืบ ญาติพ่อแม่ลูกเหยื่ออำมหิตเข้าพบตำรวจคาใจทำงานล่าช้า ผกก.ยอมรับผิดพลาดเรื่องการสื่อสารข้อมูล แจงชุดสืบสวนลงพื้นที่ตั้งแต่รับแจ้งความ ไปดูที่บ้านพบรถกระบะยังจอดอยู่แต่ จยย.หายไป มีใบเงินกู้นอกระบบเลยตั้งข้อสงสัยหนีหนี้ ปัด “ไอ้ป๋อง” เป็นสายตำรวจ แต่มีพยานแฉรับงานต่อยาให้สีกากีในพื้นที่ ไม่ยืนยันโรงพักไหน กรมราชทัณฑ์แจงปมปล่อยตัว “ไอ้ป๋อง-ไอ้ธง” ทำตามขั้นตอน พ้นโทษตามกำหนดไม่ได้รับสิทธิพิเศษทุกกรณี มี พ.ร.บ.ป้องกัน ทำผิดซ้ำฯ แต่ออกคุกมาแค่เดือนเดียวก็ลงมือก่อเหตุกลายเป็นคดีฆาตกรรมเขย่าขวัญสร้างความสะเทือนใจให้ผู้คนทั่วประเทศ หลังจากตำรวจตามจับกุมนายฑณา หรือป๋อง เกิดทอง อายุ 43 ปี อดีต เดนคุก และนายธงชัย หรือธง ศรีนิล อายุ 39 ปี ร่วมกันฆ่าชิงรถ จยย. น.ส.ไดอานา นาซีโมวา อายุ 22 ปี และนายโรมัน นาซีโมวา อายุ 17 ปี สองพี่น้องชาวรัสเซีย นำศพไปฝังดินบริเวณเนินเขามาบฟักทอง ใกล้วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ริมถนนมอเตอร์เวย์สายใหม่ (กรุงเทพฯ-มาบตาพุด) กม.ที่ 139 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ทั้งคู่สารภาพด้วยว่ายังร่วมกับพวกอีก 2 คนคือ นายชัชนันท์ หรือฟลุ๊ค แป้นเอี่ยม อายุ 24 ปี และนายอัษฎางค์ หรือบอล ชูวงษ์ อายุ 25 ปี อุ้มฆ่ายกครัวพ่อแม่ลูก 3 ศพจากพื้นที่หมู่ 10 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง นำไปฝังดินในสวนมะพร้าวฝั่งตรงข้ามมอเตอร์เวย์ ห่างจากจุดฝังร่างสองพี่น้องชาวรัสเซียประมาณ 400 เมตร ตำรวจขุดศพเหยื่อฆาตกรรมโหดทั้ง 5 ศพนำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ พร้อมคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เค้นสอบขยายผลเชื่อว่าอาจมีเหยื่อมากกว่านี้ จากนั้นนำตัวส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทยาก่อนถูกส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษพัทยาเค้นสอบ “ฟลุ๊ค” คลี่ปมอีก 2 ศพความคืบหน้าเมื่อช่วงเช้าวันที่ 2 ส.ค. พ.ต.อ.ภาสกร ไพจิตต์ ผกก.สส.ภ.จ.ชลบุรี เผยว่า ได้เบิกตัวนายชัชนันท์ หรือฟลุ๊ค แป้นเอี่ยม หนึ่งในผู้ต้องหาออกจากศาลจังหวัดพัทยา กลับมาสอบปากคำเพิ่มเติม เนื่องจากยังมีหลายประเด็นที่ต้องการตรวจสอบและสอบถามรายละเอียดเพื่อประกอบแนวทางการสืบสวน โดยการสอบสวนครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลทั้งจากแนวทางการสืบสวนของตำรวจเอง รวมถึงข้อมูลเบาะแสที่ได้รับจากประชาชน ยังมีหลายประเด็นที่ต้องการตรวจสอบให้เกิดความชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องต้องสงสัยเกี่ยวกับว่าจะมีการฝังร่างผู้เสียชีวิตอีก 2 รายตามที่มีกระแสข่าวหรือไม่ อย่างไรก็ตามยังไม่พบข้อมูลหรือประเด็นใหม่ที่เชื่อมโยงกับคดีเพิ่มเติม ปัจจุบันนายฟลุ๊คยังถูกควบคุมตัวอยู่ที่สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เตรียมนำตัวกลับไป ส่งศาลจังหวัดพัทยาซัด “ป๋อง” หลอกพาไปทวงหนี้ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนายฟลุ๊คเผยว่า ตัวเองเป็นพี่ชายของเมียนายอัษฎางค์ หรือบอล ชูวงษ์ ที่ร่วมก่อเหตุฆ่ายกครัว 3 ศพพ่อแม่ลูก ถูกนายป๋อง หลอกว่าจะไปทวงหนี้เงินกู้นอกระบบที่บ้านเหยื่อ แต่พอไปถึงกลายเป็นผู้ร่วมขบวนการไปด้วยเพราะนายป๋องพูดขู่ว่าหากไม่ทำตามจะฆ่าปิดปาก หลังเกิดเหตุต้องรีบพาเมียหนีไปอยู่ อ.สัตหีบเรือนจำคุมเข้มจับแยกขังเดี่ยวส่วนความเป็นอยู่ของผู้ต้องหาทั้ง 3 คนที่ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษพัทยา ประกอบด้วยนายฑณา หรือป๋อง เกิดทอง นายธงชัย หรือธง ศรีนิล และนายอัษฎางค์ หรือบอล ชูวงษ์ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ประจำเรือนจำพิเศษพัทยาว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ถูกแยกห้องขังเดี่ยวในแดนแรกรับ มีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างเข้มงวด นายป๋องมีสีหน้าเรียบเฉย ส่วนนายธง และนายบอล มีอาการเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ทั้ง 3 คนจะถูกควบคุมตัวอยู่ในแดนแรกรับเป็นเวลา 7 วัน ก่อนจะย้ายเข้าไปแดนคุมขังด้านใน เจ้าหน้าที่จะมีการพูดคุยกันก่อนจะมีการคัดแยกแดน เนื่องจากหวั่นเกรงว่าผู้ต้องหาจะถูกกลุ่มนักโทษในเรือนจำด้วยกันรุมทำร้ายร่างกาย เนื่องจากคดีที่เกิดขึ้นเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญที่ประชาชนให้ความสนใจญาติเหยื่อคาใจ ตร.ทำงานช้าที่ สภ.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อเวลา 10.00 น. นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือกัน จอมพลัง ได้พาญาติของพ่อเเม่ลูกเหยื่อฆาตกรรมโหด เป็นน้องสาวของผู้เป็นแม่ เข้าพบ พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รอง ผบก.ภ.จ.ชลบุรี พ.ต.อ.ภาสกร ไพจิตต์ ผกก.สส.ภ.จ.ชลบุรี พ.ต.อ.วราวุฒิ นิตยวัน ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ เพื่อสอบถามข้อมูลที่ยังคาใจเกี่ยวกับการทำงานของตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ หลังจากที่เข้าแจ้งความคนหายแล้วไม่มีความคืบหน้าจนคนร้ายไปสังหารสองพี่น้องชาวรัสเซียแล้วถึงทราบว่า 3 คนพ่อแม่ลูกก็ตกเป็นเหยื่อถูกฆ่าฝังดินยกครัวไปก่อนแล้ว ใช้เวลาพูดคุยนานเกือบ 1 ชม.ผกก.ยอมรับมีความผิดพลาดพ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รอง ผบก.ภ.จ.ชลบุรี เผยว่า หลังรับแจ้งความคนหายจากญาติ ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่บ้านพ่อแม่ลูก พบว่าเปิดไฟตลอด มีคนให้อาหารสุนัข และพบรถกระบะจอดอยู่ สิ่งที่หายไปคือรถ จยย. เเละยังพบเอกสารการกู้เงินนอกระบบ จึงตั้งข้อสงสัยไว้ประเด็นหนึ่งว่าเป็นการหนีหนี้หรือไม่ ขณะที่ พ.ต.อ.วราวุฒินิตยวัน ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ ขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิต ยืนยันตำรวจดำเนินการอย่างเต็มที่ หลังจากรับแจ้งให้ความสำคัญกับการดำเนินคดี ญาติสามารถเเนะนำได้ว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร ขออภัยในความผิดพลาดต่างๆที่เกิดขึ้นพร้อมยินดีช่วยเหลือ ยอมรับว่ามีความผิดพลาดในการประสานข้อมูลให้กับทางญาติ จะนำไปปรับปรุงในเรื่องของการรายงานความคืบหน้า ยืนยันว่าการปฏิบัติงานสืบสวนสอบสวนได้ทำอย่างต่อเนื่องปัด “ไอ้ป๋อง” เป็นสายให้ตำรวจพ.ต.อ.ภาสกร ไพจิตต์ ผกก.สส.ภ.จ.ชลบุรี เผยว่า เรื่องนี้ทำงานร่วมกันมาตลอดเหมือนเป็นการต่อจิ๊กซอว์ เพราะเราทราบจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายจึงจับได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ ส่วนกรณีที่มีการระบุว่านายป๋องเป็นสายให้ตำรวจ เป็นนิ้วให้ตำรวจ ยืนยันว่าไม่มี โดยเฉพาะตำรวจชั้นผู้ใหญ่ไม่มีใครมาเป็นนิ้ว ถ้าเป็นมือไม้ให้ตำรวจจริงนายป๋องจะถูกจับติดคุกทำไมตั้งแต่ปี 2561 อยากให้ใช้วิจารณญาณในการรับฟังข้อมูลเดินหน้าแกะรอยคนหายเพิ่มส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีผู้ตกเป็นเหยื่อของฆาตกรแก๊งนี้มากกว่า 5 ศพ พ.ต.อ.วราวุฒิ นิตยวัน ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการแจ้งเตือนเเละประชาสัมพันธ์ติดตามหาคนหาย ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดชลบุรีตรวจสอบอยู่ ตอนนี้ยังไม่ได้รับแจ้งว่ามีคนหายเพิ่มเติมแต่อย่างใด ส่วนข้อมูลที่ปรากฏอยู่ตามโซเชียลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ จะต้องแกะรอยติดตามทุกอย่างเพื่อให้เกิดความชัดเจนญาติเข้าใจการสื่อสารไม่ตรงกันด้านญาติผู้เสียชีวิตเผยว่า หลังรับฟังข้อมูลจึงทราบว่าเจ้าหน้าที่ทำเต็มที่แล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมาติดใจประเด็นเรื่องการสื่อสารที่ไม่ตรงกัน พร้อมกับขอบคุณตำรวจ ยืนยันว่าไม่มีอะไรที่คาใจเพราะตอนนี้ก็จับผู้ต้องหาได้ ไม่อยากให้ฆาตกรเหล่านี้ออกมาข้างนอกและไปทำกับใครอีก ขณะที่กัน จอมพลัง เผยว่า ตำรวจระบุว่าพื้นที่จุดที่พบการฝังร่างเหยื่อเคยเกิดคดีฆาตกรรมนำศพมาทิ้งบ่อยครั้งเพราะมีถนนยาวถึง 20 กม. มีกล้องวงจรปิดแค่ 1 ตัว ติดตั้งอยู่ที่หน้า สภ.ห้วยใหญ่ เท่านั้น เนื่องจากในพื้นที่ไม่ได้เป็นชุมชนคนหนาเเน่น ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าเขา จึงมีการขอสนับสนุนกล้องวงจรปิดกับหน่วยงานท้องถิ่น แต่ยังไม่ได้รับการสนับสนุน ฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ และในส่วนของตนจะพิจารณาความพร้อมที่นำมาสนับสนุนในพื้นที่ได้บ้างยึดรถกระบะเหยื่อมาตรวจเพิ่มต่อมาตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ เดินทางไปยังบ้านของพ่อแม่ลูกเหยื่อฆาตกรรมโหดในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อเก็บหลักฐานข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมตรวจยึดรถกระบะอีซูซุ 4 ประตู สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ขฉ 3841 ชลบุรี ของผู้ตายกลับมาที่ สภ.ห้วยใหญ่ เพื่อเก็บหลักฐานภายในรถเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นรถที่นายป๋องขับพาเหยื่อ 3 คนพ่อแม่ลูกไปยังบริเวณจุดฝังศพ ใช้ปืนยิงเสียชีวิตแล้วนำร่างฝังดินก่อนจะขับรถกลับมาจอดที่บ้านตามเดิมพยานแฉ “ป๋อง” ต่อยาให้ตำรวจผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ ได้เชิญ น.ส.ปู (นามสมมติ) อายุ 35 ปี มาสอบปากคำในฐานะพยาน เชื่อมโยงเหตุการณ์ระหว่างที่นายป๋อง และนายธง หลบหนีการติดตามไล่ล่าของตำรวจจากข้อมูลพบว่านายป๋องวางแผนโอนเงินสลับบัญชีไปมาเพื่อให้ตำรวจสับสนและไม่สามารถติดตามจับตัวได้ มีการโอนเงินผ่านถึง 3 บัญชีกว่าจะมาถึงตัวนายป๋อง โดย น.ส.ปูเป็นคนหนึ่งที่มีการโอนเงินผ่านบัญชีเพื่อนก่อนจะไปถึงนายป๋อง 2 ครั้ง ครั้งละ 1,100 บาท และ 1,900 บาท เจ้าตัวยอมรับว่า เป็นลูกค้ายาเสพติดของนายป๋อง ที่ผ่านมารู้ว่านายป๋องเป็นเด็กของตำรวจและต่องานยาให้ตำรวจในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ไม่รู้ว่าโรงพักไหน ทราบเพียงว่ารับงานมาอีกทีและพฤติกรรมการทวงหนี้ค่ายาเสพติดของนายป๋องขึ้นชื่อเรื่องความโหด ถ้าไม่จ่ายจะถูกซ้อมทำร้าย ที่ผ่านมาไม่รู้ว่ามีใครถูกฆ่าฝังดินหรือไม่ หลังเกิดเรื่องตกใจมากก่อนตำรวจจะเชิญตัวมาให้ข้อมูลทีมกู้ภัยทำบุญให้เหยื่อทั้ง 5 ศพต่อมาในช่วงบ่าย นายสุทธิพงษ์ บุญมาฉาย หัวหน้าชุดปฏิบัติการทางน้ำ มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน เมืองพัทยา หัวหน้าทีมกู้ภัยที่นำกำลังอาสาสมัครกู้ภัยออกตามหาพี่น้องชาวรัสเซียที่หายตัวไปอย่างปริศนาตั้งแต่วันแรก จนกระทั่งวันที่ขุดร่างเหยื่อถูกฆ่าฝังดินทั้ง 5 คนขึ้นมา ได้นิมนต์พระครูปลัดธีรยุทธ โชติโก เจ้าอาวาสวัดเขาบุญมีดาราราม ต.ห้วยใหญ่ พร้อมพระสงฆ์รวม 4 รูป ประกอบพิธีทำบุญบริเวณจุดที่พบผู้เสียชีวิตทั้ง 5 ศพ บริเวณเนิน เขามาบฟักทอง ริมถนนมอเตอร์เวย์สายใหม่ กม.ที่ 139 นายสุทธิพงษ์เผยว่า ต้องการมาแบ่งบุญให้ผู้วายชนม์ทั้ง 5 คนตามความเชื่อส่วนตัว ยอมรับว่าหลังจากเสร็จภารกิจกลับบ้านไปถึงขั้นนอนไม่หลับ น้ำตาตกใน และหดหู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไปปรึกษาพระอาจารย์มาทำพิธีกรรมให้ผู้ตายเพื่อความสบายใจของตัวเอง ไม่เกี่ยวข้องกับทางญาติ แต่เป็นพิธีกรรมที่ทีมกู้ภัยต้องการทำให้กับดวงวิญญาณเหยื่อทั้ง 5 รายต้องอธิษฐานจิตจนขุดเจอศพหัวหน้าทีมกู้ภัยยังเล่าประสบการณ์ในคืนที่เข้ามากู้ร่างครอบครัวพ่อแม่ลูกว่า คืนนั้นตำรวจคุมตัวนายป๋องและนายธงเข้ามายังบริเวณที่เกิดเหตุเพื่อชี้จุดฝังร่างเหยื่อทั้ง 3 คน ตอนแรกพาเดินไปที่ต้นมะพร้าวต้นที่ 4 พอขุดไปไม่พบอะไร จากนั้นผู้ต้องหาทั้ง 2 คนเริ่มมีพฤติกรรมเหมือนกับจำจุดฝังร่างเหยื่อไม่ได้ ทีมกู้ภัยต้องขุดเปิดหน้าดินค้นหาถึง 3 จุดแต่ไม่พบอะไร จนสุดท้ายตนตัดสินใจขอตำรวจพูดคุยกับผู้ต้องหา แต่ผู้ต้องหายังนึกไม่ออก ตอนนั้นเริ่มถอดใจจึงยกมือไหว้อธิษฐานจิตขอให้ภารกิจราบรื่นและขอให้มีอะไรมาดลใจเจอร่างครอบครัวนี้ จากนั้นก็ตัดสินใจไปตรงต้นมะพร้าวต้นที่ 3 ห่างจากต้นแรกประมาณ 5 เมตร พอขุดไปประมาณ 80 ซม. ก็พบร่างเหยื่อฝังอยู่ในดินนอนทับ กันทั้ง 3 ร่าง ร่างผู้เป็นแม่อยู่ล่างสุด จากนั้นร่างผู้เป็นพ่อ และบนสุดคือร่างของลูกสาววัดพร้อมช่วยทำพิธีศพให้ฟรีพระครูปลัดธีรยุทธ โชติโก หรือหลวงพี่เอ็กซ์ เผยว่า เบื้องต้นวัดเขาบุญมีดารารามจะจัดพิธีสวดอภิธรรมศพให้กับเหยื่อครอบครัวนี้ หากญาติไม่มีเงินทางวัดจะทำพิธีให้ฟรี ส่วนในนี้จะเป็นการสวดบังสุกุลและสวดแบ่งบุญกุศลให้กับผู้เสียชีวิตทั้ง 5 คน และอธิษฐานจิตสื่อถึงวิญญาณทั้ง 5 ดวง ขออย่าให้อาฆาตพยาบาทและได้ไปเกิดในภพภูมิที่ดีแฟนสาวเผย “บอล” ผวาหนักผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ น.ส.อร แฟนสาวของนายบอล หนึ่งในผู้ต้องหาเผยว่า แฟนหนุ่มรู้จักนายป๋องมานานกว่า 7-8 ปี จากการเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในอดีต ก่อนที่นายป๋องจะถูกจับติดคุก ภายหลังพ้นโทษกลับมาติดต่อกันอีกและได้ทวงเงินที่ค้างจ่ายกันอยู่ประมาณ 2 หมื่นบาท พร้อมมีการส่งคำข่มขู่ผ่านบุคคลอื่น ทำให้แฟนหนุ่มเกิดความหวาดกลัว วันเกิดเหตุแฟนหนุ่มได้รับการติดต่อจากนายป๋อง อ้างว่าจะชวนไปทวงหนี้เงินกู้ จึงยอมเดินทางไปด้วย โดยไม่ทราบล่วงหน้าว่าจะมีการก่อเหตุฆาตกรรม เมื่อแฟนหนุ่มกลับมาถึงบ้านได้ร้องไห้กอดตนด้วยความหวาดกลัว นอนไม่หลับ ละเมอ และหวาดผวาจากสิ่งที่พบเห็น แต่ไม่ยอมเล่ารายละเอียดทั้งหมดเพราะเกรงว่าหากครอบครัวรับรู้ข้อมูลมากเกินไปจะตกเป็นเป้าหมายของผู้ก่อเหตุ หลังเกิดเหตุนายป๋องยังติดตามความเคลื่อนไหวของแฟนหนุ่มอยู่เป็นระยะเพื่อเฝ้าดูว่าจะนำข้อมูลไปแจ้งตำรวจหรือไม่ อีกทั้งยังข่มขู่จะทำร้ายครอบครัวตนด้วยกรมราชทัณฑ์แจงปมปล่อยตัวเมื่อเวลา 20.20 น.วันที่ 1 ส.ค. กรมราชทัณฑ์ออกเอกสารชี้แจงกรณีที่สื่อมวลชนและสังคมมีการตั้งคำถาม เกี่ยวกับระบบราชทัณฑ์และการปล่อยตัวผู้กระทำผิดในคดีร้ายแรงกลับคืนสู่สังคม จนส่งผลกระทบต่อความรู้สึกปลอดภัยของประชาชนและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชลบุรี กรมราชทัณฑ์ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้ และขอเรียนว่า อดีตผู้ต้องขังทั้ง 2 รายได้รับการควบคุมตัวตามคำพิพากษาของศาลอย่างเคร่งครัด และพ้นโทษตามกำหนดหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดแล้วยัน “ไอ้ป๋อง” ไม่ได้รับสิทธิพิเศษโดยนายฑณา หรือป๋อง เกิดทอง ได้รับการย้ายตัวจากเรือนจำพิเศษพัทยามายังเรือนจำกลางระยอง เมื่อวันที่ 22 ก.พ.64 ในคดีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ กำหนดโทษจำคุก 7 ปี 7 เดือน 25 วัน และพ้นโทษเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.69 ตลอดระยะเวลาการรับโทษผู้ต้องขังดังกล่าวมิได้รับสิทธิประโยชน์ใดเป็นกรณีพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการพระราชทานอภัยโทษ การพักการลงโทษ หรือการลดวันต้องโทษแต่อย่างใด เป็นการพ้นโทษเมื่อครบกำหนดตามคำพิพากษาของศาลใช้มาตรการเฝ้าระวังหลังพ้นโทษทั้งนี้ ก่อนครบกำหนดโทษ กรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงของผู้ต้องขังตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด โดยคณะกรรมการชั้นเรือนจำ ประกอบด้วยผู้บัญชาการเรือนจำ ผู้แทนสำนักงานคุมประพฤติจังหวัด ผู้แทนตำรวจภูธรจังหวัด ผู้แทนเจ้าพนักงานปกครองจังหวัด และผู้แทนสาธารณสุขหรือโรงพยาบาล ร่วมกันพิจารณาเสนอใช้มาตรการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษ (JSOC) ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณากำหนดมาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ ตามมาตรา 16 เสนอความเห็นต่อพนักงานอัยการจังหวัดยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อให้มีคำสั่งกำหนดมาตรการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษ ตามมาตรา 24ศาลมีคำสั่งกำหนดระยะเวลา 2 ปีต่อมาศาลจังหวัดระยองได้ไต่สวนคำร้อง เมื่อวันที่ 13 ม.ค.69 และมีคำสั่งกำหนดมาตรการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษเป็นเวลา 2 ปี (ห้ามทำกิจกรรมเสี่ยง, รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน และเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูตามที่พนักงานคุมประพฤติกำหนด) ก่อนที่ผู้พ้นโทษจะขอโอนย้ายไปรายงานตัวที่สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดชลบุรี เพื่อพักอาศัยอยู่กับผู้อุปการะ ที่ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ส่วนนายธงชัย ศรีนิล เป็นนักโทษเด็ดขาดในความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีน ได้รับการควบคุมตัวและปล่อยตัวพ้นโทษปกติจากเรือนจำพิเศษพัทยา เมื่อวันที่ 3 ก.ย.68 ไม่ได้อยู่ในข่าย พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำฯ (JSOC)ทำตามอำนาจหน้าที่ทุกขั้นตอนกรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่า มิได้ปล่อยปละละเลยหรือยุติบทบาทในการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ หากแต่ได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติไว้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ระหว่างรับโทษจนกระทั่งก่อนปล่อยตัว ได้ดำเนินการจำแนกผู้ต้องขัง การประเมินความเสี่ยง การเสนอให้ศาลใช้มาตรการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษ และการส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้หน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย ดำเนินการติดตาม ควบคุม และกำกับพฤติกรรมของผู้พ้นโทษตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด และพร้อมที่จะประสานข้อมูลพฤติกรรมเชิงลึกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดและร่วมกันอุดช่องว่างเพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างสูงสุดศาลกำหนดโทษไม่ใช่บังคับโทษนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงการลงโทษกับการบังคับโทษต่างกันอย่างไรว่า การลงโทษคือการที่ศาลมีคำพิพากษากำหนดโทษแก่ผู้กระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ หรือริบทรัพย์สิน ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ฝ่ายตุลาการซึ่งก็คือศาลยุติธรรมจะเป็นผู้พิจารณาพิพากษาและกำหนดโทษตามกฎหมาย และความร้ายแรงแห่งคดี ส่วนการบังคับโทษคือการดำเนินการให้ผู้ต้องโทษรับโทษตามคำพิพากษาของศาลจนเสร็จสิ้นตามกฎหมาย ฝ่ายบริหารเป็นผู้รับผิดชอบ อาจจะแยกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามโทษ มาตรการหรือเงื่อนไขที่ศาลกำหนด “ดังนั้นศาลยุติธรรมมีหน้าที่ตัดสินโทษ ส่วนการรับโทษเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่บังคับโทษตามกฎหมาย ศาลทำหน้าที่กำหนดโทษ ไม่ใช่ผู้บังคับโทษ” นายสุริยัณห์กล่าวนิติเวชชันสูตร 5 ศพเหยื่อโหดที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผบก.นต. เผยว่า สภ.ห้วยใหญ่ ส่งโครงกระดูกที่เป็นเหยื่อไอ้ป๋องทั้ง 5 ร่างมาให้สถาบันนิติเวชวิทยาเมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 ส.ค. เพื่อตรวจ ดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับญาติที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับเหยื่อ เพราะทุกร่างเปลี่ยนสภาพไปตามระยะเวลา ไม่สามารถระบุใบหน้าได้ว่าเป็นใคร แต่ต้องทำให้ครบกระบวนการ เพื่อญาติจะได้รับกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาได้อย่างมั่นใจ และจะได้มัดตัวผู้ต้องหาให้แน่นหนาที่สุด ขณะนี้ยังไม่มีญาติมายื่นความจำนงตรวจดีเอ็นเอเทียบ คาดว่าจะมากันในวันที่ 3 ส.ค.สั่งสื่อรัฐกู้ภาพลักษณ์ประเทศน.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ และ อสมท เผยว่า สั่งการหน่วยงานด้านการสื่อสารของรัฐ รับมือสถานการณ์ข้อมูลข่าวสารจากคดีสังหารสองพี่น้องชาวรัสเซียและคดีต่อเนื่องมีผู้เสียชีวิตรวม 5 รายในพื้นที่ จ.ชลบุรี อาจส่งผลกระทบความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและภาพลักษณ์ของประเทศ ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุและแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมขอโทษนักท่องเที่ยวและประชาชนชาวรัสเซีย ย้ำว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการกระทำของอาชญากรเฉพาะราย ไม่ใช่ภาพสะท้อนว่าประเทศไทยขาดความปลอดภัยโดยรวม พร้อมประกาศจุดยืนไม่สนับสนุนการลดโทษผู้กระทำผิดคดีอุกฉกรรจ์ สั่งทบทวนมาตรการบังคับใช้กฎหมายกรณีผู้พ้นโทษกลับมาก่อเหตุซ้ำ ยืนยันว่าประเทศไทยยังคงมีโทษประหารชีวิตตามกฎหมาย โดยการลงโทษเป็นดุลพินิจของศาลสกัดเฟกนิวส์บิดเบือนความจริงน.ส.ศุภมาสเผยต่อไปว่า สั่งการเร่งด่วนไปยังกรมประชาสัมพันธ์ และ อสมท ให้เผยแพร่ข้อเท็จจริงผ่านช่องทางหลัก เพื่อให้ประชาชนชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวรับทราบข้อมูลอย่างทันท่วงทีว่าเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาแล้วโดยใช้เวลาภายในไม่กี่วัน และคดีเดินหน้าอย่างเต็มกำลัง รัฐบาลไทยกำลังยกระดับมาตรการป้องกันเหตุซ้ำ พร้อมทั้งให้รายงานความคืบหน้าตามหลักจริยธรรมสื่อมวลชน ไม่นำเสนอภาพความรุนแรงหรือเนื้อหาที่ละเมิดศักดิ์ศรีผู้เสียชีวิตและครอบครัว สั่งการให้ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย ตรวจสอบข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับคดีที่แพร่กระจายบนโลกออนไลน์ เพื่อเร่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สังคม ตนติดตามคดีนี้มาตั้งแต่วันแรก และเข้าใจความรู้สึกของประชาชนที่โกรธทั้งจากความสูญเสียที่เกิดขึ้นและจากกรณีผู้ต้องหาเคยต้องโทษแล้วกลับมาก่อเหตุซ้ำจนมีผู้เสียชีวิตถึง 5 ราย คนที่ทำต้องได้รับโทษหนักที่สุดตามที่กฎหมายกำหนด สนับสนุนจุดยืนนายกฯที่ไม่สนับสนุนการลดโทษคดีอุกฉกรรจ์ และการทบทวนมาตรการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ก่อเหตุซ้ำอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม