“ชัชชาติ” นำคณะร่วมกับ “รอง หวาน” ลุยตรวจผับย่านทองหล่อ งัดบทเรียน 10 ข้อ จากเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว สแกนเข้มทางหนีไฟทั่วกรุง 1,100 แห่ง เผยสุ่มตรวจเขตวัฒนา เจอไร้ใบอนุญาตสั่งปิดทันที 3 ร้าน จ่อปิดเพิ่มอีก 1 พร้อมสั่งจับตา “ซอยคาวบอย” เขตแออัดเสี่ยงภัยสูง ด้านเหยื่อสาววัย 20 ปี เสียชีวิตเป็นศพที่ 34 หลังรักษาตัวนาน 1 สัปดาห์ สอดคล้องกับผลสำรวจสวนดุสิตโพล ที่ชี้ชัดว่าประชาชนกว่าร้อยละ 42 กังวลขั้นสุดเรื่องความปลอดภัยในสถานบันเทิง จี้รัฐเร่งตรวจระบบป้องกันไฟไหม้และบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดด่วน มีเกินกว่าครึ่งหนึ่ง ยอมรับไม่เชื่อมั่นว่ารัฐจะยกระดับมาตรฐานได้จริง จากโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ช่วงดึกวันที่ 12-13 ก.ค. ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึงขณะนี้ 33 คน บาดเจ็บ 79 คน รักษาตัวตามโรงพยาบาลต่างๆทั่วกรุงเทพมหานคร ขณะที่ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เรียกประชุมพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธินและ บก.น.2 จ่อแจ้งข้อหาเจ้าของร้านหลายกระทง แต่ต้องรอรับอนุญาตจากทีมแพทย์ เนื่องจากอาการยังสาหัส ตามที่เสนอข่าวไปนั้นล่าสุดสาววัย 20 ปี เสียชีวิตเป็นศพที่ 34 เมื่อ เวลา 13.00 น. วันที่ 19 ก.ค. พ.ต.ต.ปภาวิน ดอนมูลไพร สว. (สอบสวน) สน.พญาไท รับแจ้งจากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าว่า ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซึ่งมารักษาตัวครบ 1 อาทิตย์ได้เสียชีวิตเพิ่มอีกรายเป็นรายที่ 34 ไปตรวจสอบ ทราบชื่อ น.ส.อภิญญา สุขทองสา อายุ 20 ปี สภาพถูกไฟคลอกทั้งตัว แพทย์ระบุสาเหตุเสียชีวิตเกิดจากภาวะช็อกจากบาดแผลไฟไหม้ เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ผ่านมา มอบศพให้กับอาสาฯ มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ผ่าพิสูจน์อย่างละเอียดต่อไปมีรายงานว่า จากการสรุปข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น.วันเดียวกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บสะสมรวมทั้งหมด 77 คน แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว 47 คน ยังคงต้องพักรักษาตัวอยู่ในสถานพยาบาลอีก 23 คน แบ่งเป็นผู้ป่วยที่ต้องดูแลใกล้ชิดในหอผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) 13 คน พักรักษาตัวในหอผู้ป่วยปกติ (Ward) อีก 10 คนต่อมาเวลา 18.30 น. พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 เปิดเผยถึงการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและผู้เกี่ยวข้องว่า นายสุวิชา ไศลบาท อายุ 45 ปี เจ้าของร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ยังมีอาการหนักรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู รพ.เปาโลฯเกษตร แพทย์ยังไม่อนุญาตให้เข้าพบหรือสอบสวน ยังไม่มีการแจ้งข้อหาเจ้าของและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่นหนามากที่สุด ส่วนผู้เสียชีวิตรายที่ 34 ยังไม่ทราบแน่ชัดเกี่ยวกับอาชีพทราบแค่ว่าเป็นนักเที่ยว อยู่ระหว่างรอญาติมาให้ข้อมูล ต่อมาเวลา 19.30 น. ที่ สน.ทองหล่อ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. นายณรงค์ เรืองศรี ปลัด กทม. พ.ต.อ.รัฐธนนท์ เอกฐิติกุลพัทธ์ ผกก.สน.ทองหล่อ พร้อมกำลัง 50 นาย สำนักงานเขตวัฒนา พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ตรวจสถานบริการ เพื่อยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยและการบังคับใช้กฎหมาย หลังเกิดเหตุสลดไฟไหม้ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ทำให้มีผู้เสียชีวิต 34 ราย บาดเจ็บจำนวนมากพล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร.เผยว่า การลงพื้นที่ตรวจครั้งนี้ ได้นำบทเรียน 10 ข้อ ที่กรุงเทพมหานครถอดบทเรียนจากการตรวจสอบเหตุไฟไหม้ร้านอาหารย่านลาดพร้าวเข้ามาร่วมตรวจสอบ สถานประกอบการและสถานบริการในพื้นที่เขตวัฒนา เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีสถานประกอบการและสถานบริการหลายแห่งที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น จะมุ่งเน้นการตรวจสอบไปที่ความปลอดภัยของอาคารสถานที่ โดยเฉพาะทางหนีไฟและทางเข้าออกสามารถที่ใช้งานได้จริงไม่มีสิ่งกีดขวาง รวมถึงต้องมีป้ายบอกทางที่ชัดเจนมีไฟฉุกเฉิน มีอุปกรณ์ระงับอัคคีภัยตามที่กฎหมายกำหนด อุปกรณ์ทุกชนิดต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและมีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง หากพบมีจุดบกพร่องผู้ประกอบการเร่งดำเนินการแก้ไขโดยทันทีขณะที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เผยว่า ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีสถานบริการที่ต้องตรวจสอบประมาณ 1,100 แห่ง แต่เนื่องจากขณะนี้เป็นมาตรการเร่งด่วน จำเป็นต้องเลือกตรวจสอบสถานประกอบการที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่นเนื่องจากมีความเสี่ยงสูง จะเร่งตรวจสอบให้แล้วเสร็จใน 14 วัน ส่วนที่เหลือจะให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน สำหรับพื้นที่เขตวัฒนา มีสถานบริการที่ได้รับใบอนุญาตเปิดจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล 19 แห่ง และมี 74 แห่ง ที่ได้รับใบอนุญาตเปิดเป็นสถานประกอบการคล้ายสถานบริการจากสำนักงานเขตวัฒนา ในจำนวนนี้ สำนักงานเขตตรวจสอบแล้ว 34 แห่ง พบว่าไม่มีใบอนุญาต 3 แห่งมีคำสั่งให้ปิดสถานบริการ และเตรียมจะพิจารณาปิดเพิ่มอีก 1 แห่ง นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าระวังในพื้นที่ซอยคาวบอยเนื่องจากเป็นพื้นที่เสี่ยงที่พบว่าอาคารบริเวณนั้นได้ก่อสร้างมานานและมีกายภาพเป็นพื้นที่แออัดมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อสำนักงานเขตวัฒนา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจร้านนั่งเล่น ซอยเอกมัย 5 ตรวจสอบเรื่องการป้องกันเหตุไฟไหม้ พบประตูหนีไฟด้านหลัง ไม่มีป้ายบอก ส่วนถังดับเพลิงมีวางบางจุด แต่ไม่ติดตั้งให้เห็นชัด โดยรวมพบว่ายังไม่ได้มาตรฐานบางจุด ให้หยุดดำเนินการปรับปรุง เมื่อปรับปรุงเรียบร้อยให้แจ้งเจ้าหน้าที่จะกลับมาตรวจซ้ำถ้าผ่านมาตรฐานจะให้เปิดดำเนินการต่อไปขณะที่สวนดุสิตโพลสำรวจความคิดเห็น ประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,121 คน เรื่อง “ไฟไหม้สถานบันเทิง” ระหว่างวันที่ 14-17 ก.ค. พบว่า กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 42.64 มีความกังวลในระดับมากต่อความปลอดภัยของสถานบันเทิงในประเทศไทย ร้อยละ 36.93 ค่อนข้างกังวล และร้อยละ 15.97 กังวลเล็กน้อย ขณะที่เมื่อเข้าใช้บริการสถานบันเทิงร้อยละ 37.73 จะสังเกตทางหนีไฟหรืออุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยเป็นบางครั้ง ร้อยละ 31.04 สังเกตทุกครั้งและร้อยละ 24.44 ไม่ค่อยสังเกต ส่วนสาเหตุสำคัญของเหตุไฟไหม้สถานบันเทิง ร้อยละ 79.05 ระบุว่า มาจากระบบป้องกันอัคคีภัยที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทางหนีไฟไม่เพียงพอหรือใช้งานไม่ได้ การบังคับใช้กฎหมายไม่เข้มงวด ทั้งนี้ ร้อยละ 80.63 เห็นว่าภาครัฐควรเร่งตรวจสอบสถานบันเทิงทั่วประเทศ ร้อยละ 77.25 บังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดและร้อยละ 72.88 ปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยของสถานบันเทิงต่างๆ อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 50.94 ค่อนข้างไม่เชื่อมั่นว่าภาครัฐจะสามารถยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสถานบันเทิงได้ ในขณะที่ร้อยละ 23.37 ค่อนข้างเชื่อมั่นและร้อยละ 22.39 ไม่เชื่อมั่นเลยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่