เรื่องเล่าเหตุที่แผ่นดินไหวก็เพราะปลาอานนท์พลิกตัว เด็กๆรุ่นผมฟังจากปากผู้ใหญ่ ทั้งระทึกทั้งแปลกใจ...แต่ไม่เคยถาม ทำไม? ปลาอานนท์จึงรับงานหนุนแผ่นดิน แล้วที่ขยับตัว เพราะเบื่อหรือเมื่อยในหนังสือสุเมรุจักรวาล ถอดรหัสจักรวาลในงานพุทธศิลป์ไทย (เมืองโบราณพิมพ์ในนามบริษัท วิริยะ ธุรกิจ จำกัด เมื่อ มี.ค.2569 นี่เอง) ศรัณย์ ทองปาน เล่าเรื่องปลาอานนท์พลิกตัว ภาคพิสดารผมเพิ่งอ่าน อ่านแล้วก็อดใจไม่ไหวคุณศรัณย์เริ่มต้นว่า คัมภีร์โลกศาสตร์บอกว่าชมพูทวีปแดนมนุษย์เป็นเกาะในมหาสมุทร ไม่ได้วางบนหลังปลาอานนท์สักหน่อยเลย ปลาอานนท์ตัวที่มีในคัมภีร์ก็มีตัวใหญ่ยาวพันโยชน์ ว่ายน้ำไปมาในมหาสมุทรเพราะความตัวยาวพันโยชน์นีละ มวลประชามหาปลาทั้งหลายจึงยอมยกให้เป็น “ท่านผู้นำ”คัมภีร์เล่าว่า ตอนนั้นปลาทั้งหลายกินจอกแหนและสาหร่าย เป็นอาหาร ธรรมเนียมปลาใหญ่กินปลาเล็กยังไม่เกิด จนกระทั่ง ปลาอานนท์อ้าปากใหญ่ฮุบเอาสาหร่ายเข้าไปกินทั้งกอตอนเคี้ยวๆแล้วรู้สึกว่าแปลกลิ้น จึงคายออกมาดู จึงรู้ว่า เป็นเนื้อปลาพญาปลารำพึง “รสปลานี้อร่อยหนักหนา แต่ก่อนไม่รู้ว่าจะอร่อยถึงเพียงนี้ ทำอย่างไรจะได้กินปลาทุกวัน”พญาปลารู้ดี หากเที่ยวไล่จับบริวารมากิน ฝูงปลาก็จะแตกตื่นหนีหาย คิดอุบายได้แล้วก็อดใจรอนับแต่นั้นมา...เมื่อฝูงปลามาเข้าเฝ้าท่านผู้นำแล้วว่ายกลับ...แรกๆ ไม่มีปลาใดสงสัย ปลาตัวท้ายสุดในฝูงหายตัวไปไร้ร่องรอยแต่ยิ่งนานวัน จำนวนปลาในฝูงก็เริ่มน้อยลง ปลาทั้งหลายก็เริ่มเอะใจ ปลาฉลาดบางตัวเริ่มสังเกตอาการพิรุธท่านผู้นำ ปลาน้อยไหวพริบดีตัวหนึ่งอาสาเป็นปลาสายลับถึงเวลาเข้าเฝ้าท่านผู้นำวันนั้น มันก็อาศัยจังหวะว่ายโฉบแว่บเข้าไปซ่อนในรูหู (หูปลาอยู่ตรงไหน ศรัณย์ ทองปาน เผลอสงสัย ใครรู้ช่วยบอกที)ปลาสายลับจึงเป็นประจักษ์พยานปากสำคัญให้มวลมหาประชาปลารู้ว่า เมนูปลาตัวสุดท้าย ทำไมจึงหายไปจากฝูงเมื่อตระหนักถึงความฉ้อฉลของปลาผู้เป็นใหญ่ ฝูงปลาทั้งหลายก็หลีกเร้นหนีหายไม่เข้าเฝ้า พญาปลาอดทนรออยู่พักใหญ่จนทนต่อไม่ไหว ก็ตัดสินเปิดหน้ากากออกว่ายน้ำ ตั้งใจจะไล่จับปลากินเองไม่นาน...พญาปลาก็เจอเกาะน้อยแห่งหนึ่ง...ด้านหน้ามองไม่เห็นปลาสักตัว พญาปลาคิดว่าปลาเล็กปลาน้อยก็แอบซ่อนอยู่หลังเกาะ จึงใช้ความยาวพันโยชน์เป็นประโยชน์ ก็แค่เอาหางอ้อมวนตวัดรอบเกาะจากนั้นก็ค่อยๆวาดหางโอบเข้าทีละน้อยๆเหมือนคนล้อมวงตีอวนจับปลา ในอารมณ์ที่ปลาอานนท์หิวหนักประกอบโลภเจตนา พอเหลือบเห็นบางสิ่งกระดิกไหวๆ เข้าใจว่าเป็นปลา จึงอ้าปากงับเต็มที่ที่แท้...สิ่งที่กระดิกไหวๆคือหางปลาอานนท์เองความแรงของปากที่งับทำให้หางมันขาดกระจุย เลือดพญาปลาทะลักทลาย น้ำทะเลกลายเป็นสีแดงฉาน ปลาทั้งหลายได้กลิ่นคาวเลือดก็พากันออกมากัดกินเนื้อพญาปลาอานนท์ชั่วเวลาไม่นาน...ปลาอานนท์ก็เหลือแต่ก้าง กองอยู่ก้นทะเลศรัณย์ ทองปาน จบเรื่องปลาอานนท์พลิกตัวด้วยการโยงไปหาเรื่องบทอัศจรรย์จากพระอภัยมณีครับแต่ผมขออนุญาตจบให้เข้าเรื่องการเมืองว่า เมื่อปลาเล็กปลาน้อยกินเนื้อพญาปลาอานนท์ปนคาวเลือดแล้ว ก็เพิ่งรู้ว่าเนื้อปลารสชาติโอชะกว่าจอกแหนและสาหร่ายเป็นไหนๆบรรดาปลาจึงเริ่มไล่จับปลาด้วยกันกิน เริ่มธรรมเนียมปลาใหญ่กินปลาเล็ก...จนมนุษย์ โดยเฉพาะผู้นำหลายบ้านเมือง เอาอย่าง ใช้ในการปกครอง...มานับแต่นั้น.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม