“อนุทิน” นำทีมไทยแลนด์โรดโชว์เฉิงตูปิดดีล 4 บิ๊กเทค-อีวีระดับโลก “ฉางอาน-อินโนไลท์-อีออปโตลิงก์-เสียวหมี่” ปักหมุด ขยายฐานผลิตในไทย ทุ่มทุนกว่า 7 หมื่นล้านภายในสิ้นปี 69 เผยนักลงทุนจีนปลื้มไทยไม่มีใต้โต๊ะ “เอกนิติ” แย้มทีเด็ดดึงต่างชาติเข้าตลาดหุ้นไทย ดึงเม็ดเงินมหาศาลรับกระแสเทคโนโลยีโลก ชี้คลื่นลงทุนลูกใหม่ดันเศรษฐกิจทะยานเทียบชั้นยุคโชติช่วงชัชวาล “ซีพี” แนะสร้างความไว้วางใจดึงทุนยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจ “นรเศรษฐ์” บี้รัฐบาลวางโรดแม็ป รธน.ใหม่ เล็งปลุกกระแสกดดันแก้กติกาสมัยประชุมหน้า ค่ายส้มขู่ฟ่อยกระดับตรวจสอบนายกฯปมปลาหมอคางดำระบาดหนักท่ามกลางวิกฤติศรัทธารัฐบาลอนุทิน 2 ถูกมรสุมหลายลูกถาโถมถล่มจนไม่สามารถโชว์ผลงานโบแดงในรอบบริหารราชการแผ่นดินครบรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา ล่าสุดเริ่มตั้งหลักได้ เมื่อทีมไทยแลนด์ นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย จับเข่าหารือกับ 4 บริษัทยักษ์ใหญ่จีนทุ่มลงทุนกว่า 7 หมื่นล้านบาทในประเทศไทยภายในปี 69“อนุทิน” เตรียมหารือ “หลี่ เฉียง”เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจการเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นวันที่สี่ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย นำคณะเดินทางไปศูนย์อนุรักษ์แพนด้าและเพาะพันธุ์ ที่เมืองเฉิงตู เข้าชมแพนด้ายักษ์ ณ อาคารจัดแสดง Starry Giant Panda Pavilion เยี่ยมชมศูนย์อนุบาลลูกแพนด้า จากนั้นเดินทางต่อไปยังศาลเจ้าสามก๊ก ก่อนเข้าสู่จุดหมายถัดไปที่วัดต้าฉือ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เยี่ยมชมความสวยงามวัดเก่าแก่ โดยได้ลูบตัวอักษรจีนที่แปลว่า โชคลาภ ความสุข ความสมหวัง ต่อมาคณะออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติซวงหลิว มุ่งหน้าสู่กรุงปักกิ่ง ร่วมขับเคลื่อนนโยบายสำคัญที่จะหารือกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันที่ 20 ก.ค. โดยมี ครม.จากไทยเข้าร่วมคณะเพิ่มได้แก่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ และนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ผนึกกำลังกับคณะเดิมที่ร่วมเดินทางมาตั้งแต่วันแรกปลื้มปิดดีล 4 บิ๊กเทคทุ่มลงทุนไทยต่อมาเวลา 15.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงปักกิ่ง เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์บนเครื่องบินโดยสารระหว่างเดินทางจากเมืองเฉิงตูมายังกรุงปักกิ่ง ถึงความสำเร็จภายหลังการนำคณะทีมไทยแลนด์หารือกับผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในประเทศจีน 4 บริษัท เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ว่า กลุ่มนักลงทุนจีนโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง มีความมั่นใจอย่างยิ่งเลือกไทยเป็นฐานผลิตสินค้าเป้าหมายและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ การหารือกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทชั้นนำ 4 แห่ง ได้รับการยืนยันว่ามีแผนลงทุนในไทยมูลค่ารวมกว่า 70,000 ล้านบาท ภายในปี 69 มุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมที่ต้องใช้ความแม่นยำและเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น อุปกรณ์รับส่งสัญญาณทางแสง รองรับธุรกิจ Data Center เซมิคอนดักเตอร์ และ ไมโครชิป สำหรับการสื่อสารความเร็วสูง รวมถึงขยายกำลังการผลิตในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าต่อเนื่อง การลงทุนมหาศาลครั้งนี้คาดทำให้เกิดการจ้างงานคนไทยเพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่นคน โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะ ที่แรงงานไทยจะได้รับถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่เพิ่มมูลค่าให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาวนักลงทุนจีนชมไทยไม่มีจ่ายใต้โต๊ะนายอนุทินกล่าวว่า สาเหตุสำคัญที่นักลงทุนจีนเลือกไทยเป็นลำดับต้นๆ เนื่องจากความเชื่อมั่นในโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบขนส่งและสาธารณูปโภคที่เอื้อต่อการเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ รวมถึงการรับมือกับความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งนี้รัฐบาลไทยได้ให้ความมั่นใจ ปัจจุบันมีนโยบาย “Thailand FastPass” ของ BOI เป็นจุดบริการเบ็ดเสร็จ (One-stop Service) เพื่อเร่งรัดกระบวนการอนุมัติและอนุญาตให้รวดเร็วขึ้น นักลงทุนชื่นชมในความสะดวกและโปร่งใส โดยเฉพาะที่ไม่มีปัญหาเรียกรับผลประโยชน์หรือค่าน้ำร้อนน้ำชาเหมือนในอดีต เมื่อถามว่านักธุรกิจไทยที่มาลงทุนในจีน มีข้อเสนอที่ฝากนายกฯไปหารือกับนายกฯของจีนในวันที่ 20 ก.ค.หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ส่วนใหญ่ธุรกิจไทยที่มาประกอบกิจการในจีนอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร อาหาร โรงไฟฟ้า และธุรกิจบริการ เช่น เครือโรงแรมต่างๆ จากการพบปะกับผู้บริหารและเจ้าของกิจการหลายสิบรายที่เป็นเจ้าของกิจการในจีน ต่างยืนยันได้รับความสะดวกในการดำเนินธุรกิจจากรัฐบาลจีนเป็นอย่างดี รัฐบาลพร้อมสนับสนุนและปรับปรุงเงื่อนไขต่างๆให้สอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุน เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตเทคโนโลยีแห่งอนาคตของภูมิภาคอย่างเต็มรูปแบบเยือน สนง. Huawei–ผู้บริหารซีพีกระทั่งเวลา 16.10 น. นายอนุทินและคณะเดินทางถึงกรุงปักกิ่ง เข้าเยี่ยมชมสำนักงาน Huawei Beijing Executive Briefing Center (EBC) และสำนักงาน CP Center นายอนุทินได้พูดคุยกับคณะผู้บริหารบริษัท Huawei และชื่นชม Huawei ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านโครงสร้างพื้นฐาน ICT เอไอ และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล พร้อมยินดีที่ความร่วมมือระหว่างไทยกับ Huawei เติบโตต่อเนื่อง ผ่านการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ทั้งนี้ นายกฯชื่นชมบทบาทของ Huawei ที่พัฒนากำลังคนดิจิทัลของไทย ผ่านโครงการ Huawei ICT Academy Thailand ความร่วมมือด้านคลาวด์และ AI กับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยของไทย พร้อมเชิญชวน Huawei ขยายการพัฒนาทักษะเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลและทุนมนุษย์ของไทยในระยะยาว พร้อมกันนี้นายอนุทินได้พูดคุยกับคณะผู้บริหารบริษัท CP ที่ถือเป็นความภาคภูมิใจของไทยในฐานะนักลงทุนต่างชาติรายแรกของจีน เป็นต้นแบบความสำเร็จของธุรกิจไทยในตลาดจีน จากการสร้างความเชื่อมั่น ปรับตัวเข้ากับบริบทท้องถิ่น และลงทุนระยะยาวที่สร้างคุณค่าร่วมกันระหว่าง 2 ประเทศ รัฐบาลไทยขอชื่นชมบทบาทของซีพีที่เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย-จีน และหวังว่าจะถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้แก่ผู้ประกอบการไทยรัฐบาลมั่นใจศักยภาพเอกชนไทยน.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย พร้อมคณะ เยี่ยมชมสำนักงาน CP Center ว่า ได้พบหารือกับผู้บริหารกลุ่มบริษัทและบริษัทในเครือ โดยซีพีเป็นต้นแบบความสำเร็จของธุรกิจไทยในตลาดจีน เน้นลงทุนระยะยาวที่สร้างคุณค่าร่วมกันระหว่างสองประเทศ หวังว่าจะถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการไทย ทั้งนี้นายกฯยังกล่าวถึงการเป็นประธานเปิดงาน Thailand-China (Sichuan) Investment and Economic Forum 2026 และร่วมพิธีเปิดฝ่ายการลงทุนประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู พร้อมรับประทานอาหารร่วมกับเจ้าของกิจการและผู้บริหารมืออาชีพของภาคเอกชนไทยกว่า 140 คน ในกิจกรรม Prime Minister-Thai Private Sector Luncheon มั่นใจในศักยภาพของภาคเอกชนที่สามารถทำธุรกิจในต่างประเทศ ขอยืนยันรัฐบาลพร้อมสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชนไทยขยายการลงทุนในจีน เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป“เอกนิติ” ปลื้มไทยโรดโชว์สำเร็จด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์กรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย นำทีมประเทศไทยเดินสายโรดโชว์ดึงดูดการลงทุน ณ เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีนว่า มีการเปิดโต๊ะเจรจาเจาะลึกแบบตัวต่อตัวกับ 4 บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับท็อปของจีนในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีขั้นสูง ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม คาดจะกวาดเม็ดเงินลงทุนเข้าไทยได้สูงถึง 70,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการต่อยอดฐานลงทุนเดิม 50,000 ล้านบาท และเตรียมอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนใหม่อีกกว่า 20,000 ล้านบาท ทั้งนี้เกิดจากปัจจัยสำคัญมาจากปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เปรียบเสมือนลมใต้ปีก เร่งให้กลุ่มทุนต้องย้ายฐานการผลิตออกจากจีนมายังอาเซียน โดยมีไทยเป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ ปรากฏการณ์นี้ถือเป็นคลื่นการลงทุนลูกใหม่ ที่สามารถเทียบชั้นได้กับยุคทศวรรษที่ 1980 ที่กลุ่มทุนญี่ปุ่นแห่เข้ามาตั้งฐานผลิตในพื้นที่อีสเทิร์นซีบอร์ดจนเกิดเป็นยุคโชติช่วงชัชวาล แต่ในรอบนี้คือการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งเทคโนโลยี AI ยานยนต์ไฟฟ้า หุ่นยนต์อัจฉริยะ สอดคล้องกับรายงานของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ที่ประเมินว่าไทยกำลังผงาดเป็นดาวรุ่งด้านเทคโนโลยีระดับโลกปักธงฮับผลิตรถไฟฟ้าส่งออกนายเอกนิติกล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการเจรจา 4 บิ๊กคอร์ปอเรชั่น แม้รายละเอียดเม็ดเงินในเชิงลึกยังเป็นความลับทางธุรกิจ แต่มีภาพรวมยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน นำโดยบริษัท ฉางอาน ออโตโมบิล ค่ายรถ EV ระดับท็อปเทียร์ของจีน ที่ฟันธงเลือกไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาแห่งแรกนอกประเทศ โดยตั้งโรงงานที่ จ.ระยอง เป็นฮับส่งออกไปยังกลุ่มประเทศที่ไทยมีเอฟทีเอ พร้อมเตรียมขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็น 200,000 คันต่อปี และดึง SME ไทยเข้าสู่ซัพพลายเชนได้แล้วถึง 40 แห่ง ส่วนกลุ่มนวัตกรรมประมวลผลข้อมูล AI อย่างบริษัท อินโนไลท์ เทคโนโลยี ที่เป็นเบอร์ 1 ของโลกด้านอุปกรณ์ส่งข้อมูลทางแสง เตรียมขยายฐานผลิตในไทย สร้างการจ้างงานกว่า 20,000 อัตรา พร้อมผนึกกำลังกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยร่วมวิจัยและพัฒนากับวิศวกรไทยกว่า 1,500 คนรวมถึงบริษัทยักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของโลกในอุตสาหกรรมเดียวกัน อย่างบริษัท อีออปโตลิงก์ เทคโนโลยี ได้เดินหน้าเปิดโรงงานแห่งแรกที่ระยองและกำลังลุยขยายโรงงานแห่งที่ 2 อย่างต่อเนื่อง รวมถึงบริษัท เสียวหมี่ คอร์ปอเรชัน บิ๊กเทคฯ ที่ครองส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนอันดับ 3 ในไทย ที่รัฐบาลได้เจรจาดึงดูดให้เข้ามาใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ (IoT) โดยชูจุดแข็งด้านความพร้อมของซัพพลายเชนกลุ่มสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ของไทยจีบบริษัทข้ามชาติจดทะเบียนตลาดหุ้นนายเอกนิติกล่าวว่า ขอย้ำถึงยุทธศาสตร์ใหม่ที่จะมาช่วยติดปีกการลงทุน คือโครงการ “BOI to IPO” เพื่ออำนวยความสะดวกแบบ Fast Track ให้บริษัทเทคโนโลยีต่างชาติที่เติบโตเร็วเหล่านี้ เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นอกจากจะเพิ่มเสน่ห์ให้กับตลาดหุ้นไทยแล้ว ยังเป็นการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาลจากกระแสหุ้นเทคโนโลยีที่กำลังร้อนแรงไปทั่วโลกอีกด้วย“ศุภชัย” มั่นใจนักลงทุนจีนแห่ซบไทยขณะที่นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ หนึ่งในคณะนักธุรกิจที่ร่วมคณะของนายกฯ เปิดเผยในโอกาสร่วมคณะนักธุรกิจพบปะกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ที่เมืองเฉิงตูว่า นายกฯโรดโชว์ครั้งนี้ จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากภูมิภาคสำคัญอย่าง ฉงชิ่ง และเสฉวนที่เป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงที่สำคัญของจีน จากข้อมูลที่น่าสนใจในปี 68 ไทยมีเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่คู่แข่งสำคัญอย่างเวียดนาม สามารถดึงเม็ดเงินไปได้สูงถึง 22,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเติบโตผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ทำให้ไทยต้องเร่งบทบาทเป็นฐานการผลิตและส่งออก โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ ที่ปัจจุบันกลุ่มทุนตะวันตกยังเข้ามาลงทุนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น แม้มีสัญญาณที่ดีในด้าน Data Center จากทางตะวันตกบ้างแล้วก็ตาม หัวใจสำคัญดึงดูดทุนจีนในครั้งนี้ คือสร้างความไว้วางใจและการแสดงออกถึงความเป็นมิตรประเทศ ที่นักลงทุนจีนให้ความสำคัญอย่างมากกับความพร้อมของประเทศที่จะไปลงทุนปูทางยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจ“การเยือนครั้งนี้มีนิมิตหมายที่ดี เนื่องจากนายกฯเข้าใจลึกซึ้งทั้งในมิติภาครัฐ การเมือง และกลไกของภาคเอกชน ที่เป็นปัจจัยสำคัญสร้างความเชื่อมั่นและธรรมาภิบาลในการลงทุนระหว่างกัน ทำให้ผู้นำระดับสูงของจีนให้ความเกรงใจและพร้อมรับฟังข้อเสนอ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนจีนที่กำลังมองหาศูนย์กลางการผลิตในอาเซียน การรุกคืบทางเศรษฐกิจในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญทำให้ไทยกลับมาเป็นจุดหมายปลายทางหลักของเม็ดเงินลงทุนจากฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะจากอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่อยู่ในฉงชิ่งและเสฉวน เพื่อยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้มั่นคงในระยะยาว” นายศุภชัยกล่าวบี้รัฐบาลวางโรดแม็ป รธน.ใหม่ส่วนความเคลื่อนไหวการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อเปิดประตูร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น วันเดียวกัน นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดประตูสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามผลประชามติกว่า 21 ล้านเสียงว่า ล่าสุดผลการหารือระหว่างวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน ยังรอร่างภาคประชาชนที่อยู่ระหว่างการลงชื่อให้ครบ 5 หมื่นชื่อ ขณะนี้มีเพียงร่างพรรคประชาชนและร่างพรรคภูมิใจไทยที่ได้ยื่นต่อประธานรัฐสภาเรียบร้อย ยังเหลือร่างพรรคเพื่อไทยที่ สส.พรรคภูมิใจไทยถอนชื่อ ทำให้รายชื่อยังไม่ครบ และร่างพรรคประชาธิปัตย์ ที่กำลังให้ สส.ต่างพรรคร่วมลงชื่อ ส่วนร่าง สว. ที่มีตนเป็นแกนนำ รอ สส.พรรคประชาชนร่วมลงชื่อ แต่จะขอดูรายละเอียดในช่วงใกล้เปิดสมัยประชุมรัฐสภา เมื่อถามว่าดูพฤติการณ์ที่ผ่านมาเหมือนรัฐบาลไม่ต้องการให้ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามผลประชามติ นายนรเศรษฐ์ตอบว่า เห็นตั้งแต่ในวันที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาที่ไม่มีการพูดถึง รัฐบาลไม่มีโรดแม็ปเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดูพฤติกรรมเหมือนไม่อยากผลักดันร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่“นรเศรษฐ์” เล็งปลุกกระแสกดดัน“สมัยประชุมรัฐสภาครั้งต่อไปคงขับเคลื่อนเรื่องนี้ เริ่มตั้งแต่ปิดสมัยประชุมจะนัดหารือกับภาคประชาชนเคลื่อนไหว เพื่อกดดันให้ สส.ส่วนใหญ่ รวมถึง สว.ส่วนใหญ่ที่ถูกมองว่าเป็นกลุ่มเดียวกับพรรคการเมืองใหญ่ ให้เอาจริงเอาจังผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 สมัยต่อไปที่ประชุมรัฐสภาต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้ไข มาตรา 256 เพื่อทำประชามติ คำถามที่ 2 ทั้งหมดเป็นไปตามผลประชามติครั้งแรกกว่า 21 ล้านเสียง มีผลผูกพันทางการเมือง พรรคการเมืองที่ไม่ผลักดันตามนี้ต้องรับผิดหรือรับชอบตามไปด้วย”“เท้ง” เกาะติดปัญหาปลาหมอคางดำวันเดียวกัน ช่วงบ่ายที่ห้องประชุมตลาดทะเลไทย อ.เมืองสมุทรสาคร นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ผู้นำฝ่ายค้าน นำทีม สส.พรรค ปชน. อาทิ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ร่วมเวทีเสวนาผนึกกำลังแก้ปมปลาหมอคางดำจากเสียงชาวบ้าน สู่มาตรการแก้ปัญหา นายณัฐพงษ์กล่าวถึงกรณีรัฐปิดหูปิดตาหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหานี้หรือไม่ นอกจากแผนที่ชัดแล้ว เรื่องของงบฯประมาณและการจัดสรรกำลังคนก็เป็นสิ่งสำคัญ หากเจาะลึกลงดูงบประมาณปี 70 ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ (กมธ.) พิจารณาพบว่ามีหน่วยงาน เช่น กรมประมงยืนยันและยอมรับว่าไม่ได้เตรียมแผนจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ไว้ ที่สำคัญสุดท้ายรัฐบาลจะเอาจริงมากน้อยแค่ไหนบี้รัฐบาลฟ้องเอกชนนำเข้าสายพันธุ์นายณัฐพงษ์กล่าวว่า วันนี้มีสภาทนายความมาให้ความเห็นถึงความคืบหน้าคดีนี้ ชี้ให้เห็นถึงบริษัทเอกชนที่นำเข้าสายพันธุ์เป็นต้นเหตุปัญหาที่แท้จริง ถ้ารัฐบาลอยากพิสูจน์ดำเนินการตรงไปตรงมา ต้องเดินหน้าดำเนินคดีคนที่ทำให้เกิดผลกระทบในประเทศ บริษัทเอกชนเป็นใครต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ควรนำภาษีของประชาชนไปแก้ไข ดังนั้นขอย้ำว่าให้รัฐบาลเดินหน้าจริงจัง ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าขู่ยกระดับตรวจสอบพุ่งเป้านายกฯด้านนายณัฐชากล่าวว่า นี่คือหนังสือเตือนฉบับสุดท้าย เพราะได้เสนอแนวทางแก้ไขไว้ครบแล้วทั้งการประกาศเขตภัยพิบัติ การจ่ายเงินช่วยเหลือฉุกเฉิน และการกำหนดระดับพื้นที่เฝ้าระวังให้หน่วยงานรัฐเร่งนำไปดำเนินการ หากรัฐบาลยังเพิกเฉยและไม่ดำเนินการใดๆ ในสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรหน้าจะยกระดับตรวจสอบในการเปิดสมัยประชุมหน้า โดยตั้งกระทู้ถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทยโดยตรง ไม่ใช่เพียงรัฐมนตรี 4 กระทรวง ขอฝากให้ช่วยสอบถามนายกฯว่าได้ติดตามสถานการณ์ปลาหมอคางดำหรือไม่ เพราะขณะนี้สถานการณ์รุนแรงกว่าช่วง 2 ปีที่ผ่านมาถึง 2-3 เท่า ประชาชนจำนวนมากต้องเปลี่ยนอาชีพ แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับความชัดเจนจากรัฐบาล“วรชัย” ยุ “อนุทิน” ถอยห่างบุรีรัมย์นายวรชัย เหมะ อดีต สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการทำงานของรัฐบาลว่า กระแสนิยมของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล แม้ผุดโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยพลัสออกมา แต่ยังไม่เป็นที่ชื่นชมของประชาชนได้เท่ากับการมาบริหารงานครั้งแรก ที่ใช้ปัญหาชายแดนเรียกคะแนนนิยมให้กับพรรคภูมิใจไทยจนชนะเลือกตั้ง เนื่องจากวันนี้รัฐบาลยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้การลงทุนในประเทศสูงขึ้นมาได้ การท่องเที่ยวยังไม่กระเตื้อง การทุจริตคอร์รัปชันออกมาไม่หยุด ปัญหาทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นที่ยังสาวไม่จบ ประชาชนไม่เชื่อมั่นระบบข้าราชการ พร้อมทั้งยาเสพติด ที่ทะลักเข้ามาจนจับกันไม่หวาดไม่ไหว ภาพลักษณ์ของประเทศตกต่ำลงเรื่อยๆ ภาพลักษณ์รัฐบาลมีบุรีรัมย์เป็นกองหนุนใหญ่คอยชักใยรัฐบาล ขอให้นายอนุทิน ถอยออกมาจากบ้านบุรีรัมย์ แล้วลุยทำงานอย่างเอาจริง เอาจัง เพื่อให้ประชาชนเห็นถึงความตั้งใจต้องการพัฒนา ประเทศ ไม่ใช่เอื้อหนุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นพิเศษ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ความเป็นนายกฯของคนทั้งประเทศ เชื่อว่าหากนายอนุทินตั้งใจจริง สลัดภาพบุรีรัมย์ออกจากตัวได้ รัฐบาลจะได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนเพิ่มขึ้น“อดุลย์” แจงหลักนิรโทษคดีการเมืองนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และอดีตกรรมการศึกษาแนวทางสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงกรณีที่ยังมีคนคาใจไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ฉบับที่กำลังรอกระบวนการทูลเกล้าฯ หลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไขเนื้อหาเพิ่มเติมจากในชั้นสภาผู้แทนราษฎร ไม่ให้นิรโทษกรรมความผิดตาม มาตรา 112 แก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ว่า ขอบคุณสมาชิกรัฐสภาที่ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในเนื้อหากฎหมายฉบับนี้ ทั้งนี้ อยากชี้แจงถึงหลักการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ประกอบด้วย อำนาจ 3 ส่วน คือ 1.อำนาจของรัฐสภา 2.อำนาจของพระมหากษัตริย์ 3. อำนาจตามกฎหมายอาญาปกติ ทั้งนี้ อำนาจของแต่ละสถาบันมีความแตกต่างกัน อำนาจของรัฐสภาที่ผ่านกฎหมายดังกล่าวเป็นสิ่งที่ชอบด้วยหลักการ และไม่มีอำนาจออกกฎหมายล้างคดีความผิดตามมาตรา 112 ได้ เพราะเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ หากรัฐสภาจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมคดี ม.112 จะขัดแย้งกับอำนาจของพระมหากษัตริย์ ดังนั้นผู้ใดที่โดนข้อหาความผิดตามมาตรา 112 จึงต้องเข้าสู่กระบวนการขอพระราชทานอภัยโทษถึงถูกต้องกระตุกเสื้อทุกสีร่วมพลังฝ่าวิกฤติชาติ“ในที่ประชุมสภาฯมีบางคนอยากให้นิรโทษคดี ม.112 ด้วย แต่ทำไม่ได้ เพราะขัดกับหลักการ ส่วนผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีส่วนใหญ่ก็เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูตามกระบวนการของศาลเยาวชนและครอบครัวจนเกือบหมดแล้ว ส่วนผู้ใดที่ยังโดนคดี ม.112 ยังสามารถ ขอพระราชทานอภัยโทษเป็นรายบุคคลได้ พระองค์ทรงมีพระเมตตากับพสกนิกรอยู่แล้ว แต่ความเห็นต่างแล้วไม่ยอมรับหรือคว่ำร่างกฎหมายทั้งฉบับเท่ากับปล่อยให้ผู้ที่มีคดีความกว่า 6 พันคนทุกเสื้อสีถูกพันธนาการไว้อีก ทิ้งเชื้อความขัดแย้งไว้เหมือนเดิม ทั้งที่เราพยายามผลักดันนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองและได้รับการเห็นพ้องจากเสียงส่วนใหญ่แล้ว เสียงส่วนน้อยก็ต้องยอมรับเสียงส่วนใหญ่ ตามกระบวนการประชาธิปไตยไม่มีใครได้ใครเสียทั้งหมด เพราะประเทศ กำลังประสบวิกฤติอย่างหนัก ต่อจากนี้ทุกฝ่ายต้อง รู้รักสามัคคี ร่วมกันเดินหน้าสร้างเสริมสังคมให้เกิดสันติสุขตามเจตนารมณ์กฎหมายต่อไป” นายอดุลย์กล่าวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่