“สิงโตคำราม” อังกฤษ ระเบิดฟอร์มสุดโหดบดเอาชนะ “ตราไก่” ฝรั่งเศส ไปอย่างสนุก 6-4 คว้าอันดับ 3 ปลอบใจ ในศึกฟุตบอลโลก 2026 ด้านดิดิเยร์ เดส์ชองส์ กุนซือเลือดน้ำหอม ขอขอบคุณทีมงาน นักเตะ และแฟนบอล “ตราไก่” ที่ให้การสนับสนุนมาตลอด 14 ปีที่คุมทีม หลังเจ้าตัวประกาศแยกทางกับ “เลอ เบลอส์” หลังจบศึก “เวิลด์คัพ” หนนี้ ส่วนโธมัส ทูเคิล เฮดโค้ชชาวเยอรมันของอังกฤษ ออกมาชื่นชมลูกทีม “สิงโตคำราม” ยกใหญ่หลังจากระเบิดฟอร์มสุดยอดในเกมนัดส่งท้ายจนคว้าอันดับ 3 มาครองได้สำเร็จ ยันตอนนี้ “ทรีไลออนส์” เดินมาถูกทางแล้ว ขณะที่ “ฟีฟ่า” ประกาศทำรายได้ในศึกฟุตบอลโลก 2026 สูงถึง 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 504,000 ล้านบาท มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ตอนแรกถึง 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 134,519 ล้านบาทการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้ายเกมนัดชิงอันดับ 3 เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 19 ก.ค.ตามเวลาประเทศไทย “ตราไก่” ฝรั่งเศส รองแชมป์เก่าพบกับ “สิงโตคำราม” อังกฤษ รองแชมป์ยูโร 2024 ฟาดแข้งกันที่ไมอามี สเตเดียม สหรัฐอเมริกา เปิดฉากมาเป็นอังกฤษที่ออกสตาร์ตได้อย่างร้อนแรงยิง 4 ประตูรวดจากเดแคลน ไรซ์ นาทีที่ 3 เอซรี คอนซา นาทีที่ 18 บูกาโย ซากา นาทีที่ 37 และ 45 (+1) จบครึ่งแรก อังกฤษ นำหายห่วง 4-0 เริ่มครึ่งหลัง ฝรั่งเศสเครื่องเริ่มร้อนไล่ยิงตามมา 3 เม็ดรวดจากคีเลียน เอ็มบัปเป นาทีที่ 48, 66 และแบรดลีย์ บาร์คอลา นาทีที่ 54 ไล่ตามมาเป็น 3-4 แต่ในนาทีที่ 87 “สิงโตคำราม” มาได้จุดโทษ ก่อน ซากาจะซัดพาอังกฤษฉีกหนีไปเป็น 3-5 จากนั้นช่วงทดเจ็บนาทีที่ 6 เอ็มบัปเปส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายให้ฝรั่งเศสตามมาเป็น 4-5 เกมไม่จบจนช่วงทดเจ็บนาทีที่ 8 จู๊ด เบลลิงแฮม มาซัดประตูปิดกล่องให้อังกฤษ เอาชนะฝรั่งเศส ไปอย่างสุดมัน 6-4 คว้าอันดับ 3 มาครองเป็นการปลอบใจ ส่วนฝรั่งเศสจบอันดับ 4หลังจากคีเลียน เอ็มบัปเป กัปตันทีมชาติฝรั่งเศส ซัดเพิ่มไป 2 ประตูจากเกมล่าสุดทำให้เจ้าตัวแซงหน้าลิโอเนล เมสซี กองหน้ากัปตันทีมชาติอาร์เจนตินา ขึ้นไปเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลกที่จำนวน 22 ประตู และยังขึ้นไปนำตำแหน่งดาวซัลโวของ “เวิลด์ คัพ 2026” ที่ 10 ประตู ส่วนไมเคิล โอลิเซ แนวรุกทีมชาติฝรั่งเศสที่ทำ 2 แอสซิสต์เพิ่มสถิติในทัวร์นาเมนต์นี้เป็น 7 แอสซิสต์ แซงหน้าเปเล่ ที่เคยทำไว้ 6 แอสซิสต์ ขึ้นไปเป็นนักเตะที่ทำแอสซิสต์มากที่สุดในฟุตบอลโลกสมัยเดียว อย่างไรก็ตาม สถิติดังกล่าวยังต้องลุ้นเกมนัดชิงชนะเลิศระหว่างทีมชาติสเปนกับอาร์เจนตินา ขณะที่ผลการแข่งขันที่อังกฤษชนะ ฝรั่งเศส 6-4 ทำให้เกมนี้กลายเป็นนัดชิงอันดับ 3 ที่ยิงประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์แซงหน้าเวิลด์คัพ ในปี 1958 ที่ฝรั่งเศสชนะเยอรมันตะวันตก 6-3 ขณะเดียวกัน บูกาโย ซากา ปีกทีมชาติอังกฤษ กลายเป็นผู้เล่นอังกฤษคนที่ 4 ที่ทำแฮตทริกในศึกฟุตบอลโลกได้สำเร็จต่อจากเซอร์เจฟฟ์ เฮิร์สท์ (ปี 1966) แกรี ลินิเกอร์ (ปี 1986) และแฮร์รี เคน (ปี 2018)ด้านดิดิเยร์ เดส์ชองส์ กุนซือเลือดน้ำหอมออกมาขอบคุณทุกคนที่เกี่ยวข้องตลอด 14 ปีที่ผ่านมาในการคุมทีมชาติฝรั่งเศส หลังจากคุมเกมนัดสุดท้ายไปเป็นที่เรียบร้อย ก่อนจะอำลาทีมหลังจบเวิลด์ คัพ 2026 “ผมได้ยินคำว่าขอบคุณมากมาย และผมเองก็ขอบคุณหลายๆคนเช่นกัน เพราะผมไม่ได้ตัวคนเดียว มีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญอยู่ด้วยตลอด 14 ปีที่ผ่านมา ในฟุตบอลโลกหนนี้เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมที่ได้อยู่ร่วมกับทุกคนตลอด 8 สัปดาห์ เราได้สร้างอารมณ์ความรู้สึกร่วมกับชาวฝรั่งเศสหลายสิบล้านคน ต้องขอบคุณมากๆ แน่นอนเราผิดหวัง (ผลแข่งขัน) แต่นั่นแหละคือฟุตบอลโลก มันวิเศษมาก ไม่มีอะไรสวยงามไปมากกว่านี้” เดเด้เปิดใจคีเลียน เอ็มบัปเป กองหน้ากัปตันทีมชาติฝรั่งเศส ลั่นขอแลกว่าที่ตำแหน่งดาวซัลโวของตัวเองกับการให้ฝรั่งเศสได้เข้ารอบชิงชนะเลิศมากกว่า “ผมพูดตามตรง ผมยอมที่จะไม่ได้เป็นดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์ หากแลกได้กับการได้พาทีมชาติฝรั่งเศสลงเล่นรอบชิงชนะเลิศในศึกฟุตบอลโลก 2026 แทน” เอ็มบัปเปเผยส่วนโธมัส ทูเคิล นายใหญ่ทีมชาติอังกฤษ ออกมาชื่นชมลูกทีม “สิงโตคำราม” ยกใหญ่หลังจากโชว์ฟอร์มสุดแกร่ง มั่นใจว่า “ทรี ไลออนส์” เดินมาถูกทางในการพัฒนาขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกับยักษ์ใหญ่ชาติต่างๆ “เราเล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยมในครึ่งแรก และครึ่งหลังที่วุ่นวาย คุณจะเห็นความแตกต่างกันอย่างมาก ผมต้องขอชื่นชมจิตใจของพวกเราที่แสดงออกมา การผ่านพ้นความยากลำบากทั้งหมดมันยอดเยี่ยมมาก ครึ่งหลังเราเจออาการตะคริวและความเหนื่อยล้าเล่นงาน แต่ผมไม่เคยกังวลเรื่องสภาพจิตใจของพวกเขาเลย ผมเคยพูดว่าทีมนี้สร้างบางสิ่งที่พิเศษ และพวกเขาก็แสดงให้เห็นอีกครั้ง ตอนนี้เรามีความสามารถในการลดช่องว่างกับบรรดาชาติยักษ์ใหญ่ได้บ้างแล้ว วันนี้เป็นก้าวแรกด้วยการเอาชนะพวกเขา (ฝรั่งเศส) ต่อไปจะเป็นสเปน ในเนชันส์ ลีก” ทูเคิลเผยขณะที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้ออกมาเปิดเผยตัวเลขรายได้จากการแข่งขันศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้ายที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก เป็นเจ้าภาพร่วมกัน ผลปรากฏว่าสามารถทำรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 504,000 ล้านบาท)“เดอะ การ์เดียน” สื่อชื่อดังของอังกฤษรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ฟีฟ่าคาดการณ์ว่าจะทำรายได้อยู่ที่ราวๆ 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 369,929 ล้านบาท) มากกว่าที่ “ฟีฟ่า” ประมาณการเอาไว้ถึง 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 134,519 ล้านบาท) รายได้ส่วนใหญ่ของการแข่งขันมาจากการขายตั๋ว โดยเฉพาะการนำระบบการตั้งราคารูปแบบใหม่มาใช้ และการขายตั๋วผ่านตัวแทนที่ทำให้ราคาพุ่งสูงกว่าปกติ โดยฟีฟ่าจะได้ส่วนแบ่งค่าตั๋วจากผู้ซื้อ 15 เปอร์เซ็นต์ และได้อีก 15 เปอร์เซ็นต์ จากตัวแทนจำหน่ายนอกจากนั้นสื่อดังกล่าวยังระบุว่า “ฟีฟ่า” มีแผนที่จะนำรายได้จากการแข่งขันส่วนหนึ่งมาอุดหนุนสมาคมฟุตบอลประเทศต่างๆ ซึ่งภาพรวมรายได้ที่เพิ่มขึ้นอาจจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ฐานคะแนนเสียงของจานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่าคนปัจจุบัน มั่นคงมากขึ้น และได้รับการสนับสนุนให้ทำหน้าที่ต่อไปในการลงสมัครรับเลือกตั้งประธานฟีฟ่าคนใหม่ในเดือนมีนาคมปีหน้า แม้ว่าตัวเขาจะโดนวิพากษ์ วิจารณ์อย่างหนักเรื่องความสนิทสนมกับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จนทำให้อีกฝ่ายมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ โดยเฉพาะเรื่องการระงับโทษแบนของโฟลาริน บาโลกัน กองหน้าทีมชาติสหรัฐอเมริกา จากแบนทันทีเป็นคาดโทษ 1 ปีแทนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่