รวบหนุ่มอดีตพนักงานบริษัทไฟแนนซ์ หลังร่วมกับเพื่อนยึดรถแบ็กโฮของผู้เสียหายที่ขาดส่งค่างวดขึ้นรถสไลด์ขนไปขายนายทุนที่ จ.สมุทรสาคร เจ้าตัวอ้างชี้เป้าให้เพื่อนนำรถไปขายแต่ไม่ได้ร่วมขโมยด้วย ขณะที่ตำรวจแจงเป็นกลุ่มมิจฉาชีพ “แก๊งสวมรอยยึดรถเพื่อส่งขายตลาดมืด” ทำเป็นขบวนการส่งขายนายทุนเพื่อดัดแปลง สวมทะเบียน หรือแยกชิ้นส่วนขายเพื่อทำลายหลักฐานทันทีรวบอดีตหนุ่มไฟแนนซ์ร่วมกับเพื่อนขโมยรถแบ็กโฮไปขาย เปิดเผยช่วงเช้าวันที่ 19 ก.ค. พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ.และกำลังตำรวจบก.ปพ. จับกุมนายสมชาย หรือเปี๊ยก โพธิ์นันทวิกุล อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดลพบุรีในคดีร่วมกันลักทรัพย์ของผู้อื่น ขณะผู้ต้องหาเดินบนสะพานลอยคนข้ามฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (นวนคร) ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานีคดีนี้ผู้เสียหายมีอาชีพเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างเช่าซื้อรถแบ็กโฮกับบริษัทไฟแนนซ์ ภายหลังมีปัญหาเรื่องการเงินขาดส่งค่างวด เมื่อมีการทวงถามเกิดขึ้น ด้วยความที่ผู้เสียหายยังจำเป็นต้องใช้รถคันนี้ในการทำมาหากินและต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีเจตนาจะบิดพลิ้วหนี้ พยายามรวบรวมเงินเท่าที่พอจะหาได้ทยอยจ่ายชำระเพียงบางส่วนในลักษณะ “จ่ายหยอด” ครั้งละ 5,000 บาท หรือ 10,000 บาท เพื่อหวังจะประคองบัญชีไว้และป้องกันไม่ให้รถถูกยึด กระทั่งสภาวะเศรษฐกิจและงานรับเหมาเริ่มซบเซาลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถหาเงินมาส่งค่างวดรถต่อได้อีก รถแบ็กโฮจอดทิ้งไม่ได้นำออกไปใช้งานต่อมาผู้ต้องหาอ้างเป็นตัวแทนของบริษัทไฟแนนซ์เข้าตรวจยึดรถแบ็กโฮ โดยผู้เสียหายเป็นผู้เช่าซื้อไม่รับรู้และไม่ได้เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้องของบริษัทไฟแนนซ์ต้นสังกัด จ้างรถสไลด์เคลื่อนย้ายรถแบ็กโฮเพื่อนำไปขายให้กับนายทุนใน จ.สมุทรสาคร ไม่มีการทำสัญญาใดๆ และเป็นการขายในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 600,000 บาท ผู้เสียหายรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลพบุรีแนวทางการสืบสวนทราบว่า มิจฉาชีพกลุ่มนี้จะทำงานเป็นขบวนการในลักษณะ “แก๊งสวมรอยยึดรถเพื่อส่งขายตลาดมืด” จะเริ่มจากการออกตระเวนสืบหาพิกัด หรือชี้เป้ารถที่ขาดส่งค่างวดและถูกจอดทิ้งไว้นาน เมื่อสบโอกาสไม่มีคนเฝ้าจะสวมรอยอ้างตัวเป็นพนักงานบริษัทไฟแนนซ์ยึดรถ นำรถสไลด์มาลากยกเพื่อนำไปขาย โดยไม่แจ้งให้เจ้าของรถรู้และไม่รายงานกลับไปยังบริษัทไฟแนนซ์ต้นสังกัด หลังจากได้รถมาแล้วจะรีบติดต่อผ่านนายหน้าเพื่อเสนอขายต่อให้กับนายทุนรับซื้อของเถื่อนในราคาถูกกว่าท้องตลาดทันที จากนั้นนายทุนปลายทางจะรีบนำรถเข้าโกดังปิดเพื่อดัดแปลง สวมทะเบียนหรือแยกชิ้นส่วนขายเพื่อทำลายหลักฐานทันทีสอบสวนผู้ต้องหาอ้างว่า เมื่อช่วงปี 2568 ตนทำงานเป็นพนักงานของบริษัทไฟแนนซ์ทำหน้าที่ติดตามยึดรถ เห็นรถแบ็กโฮของผู้เสียหายจอดอยู่เป็นเวลานาน รู้ว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถที่ค้างชำระค่างวดหลายงวด ไม่มีคนดู คุยกับเพื่อนว่าให้เอารถไปขาย แต่ตนไม่ได้ไปร่วมขโมยและขายรถแต่อย่างใด ช่วงนี้ลาออกจากงานแล้ว อยู่ระหว่างหางานใหม่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่