รัฐบาลเตรียมรื้อใหญ่มาตรการค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการ สั่งการกรมบัญชีกลางปรับปรุงกฎหมายสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาล ปิดช่องป้องกันการรั่วไหลของงบประมาณ โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นข้าราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันที่ 10 ก.ค.–8 ส.ค. 2569 ก่อนเสนอที่ประชุม ครม.สาเหตุหลักในการยกเครื่องใหญ่เรื่องสิทธิค่ารักษาพยาบาล เพื่อให้การใช้งบประมาณแผ่นดินเกิดประโยชน์คุ้มค่ามากที่สุด เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ได้รับสิทธิเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล 4.98 ล้านคน มีวงเงินค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล ต่อปีมหาศาล 90,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มพุ่งแตะ 1 แสนล้านบาท ในเร็ววันนี้เดิมทีระบบราชการในอดีตมีเงินเดือนน้อย จึงใช้วิธีจูงใจให้คนเก่งเข้าสู่ระบบราชการ ด้วยสวัสดิการรักษาพยาบาล พ่อ แม่ คู่สมรส และลูก ไม่เกิน 3 คน มีสิทธิเบิกค่ารักษาได้เต็ม และลูกเบิกค่าเล่าเรียนได้บางส่วน แต่ปัจจุบันคนอายุยืน โรคต่างๆ มีความซับซ้อน ค่ารักษาแพงขึ้น การปรับหลักเกณฑ์ค่ารักษาจึงต้องดูทั้งระบบเบื้องต้น 4 มาตรการ ที่กรมบัญชีกลางวางหลักเกณฑ์ปรับปรุงค่ารักษา พยาบาลราชการ คือ 1.กำหนดให้โรงพยาบาลใช้ระบบเบิกจ่ายตรงกับกรมบัญชีกลาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบและควบคุมงบประมาณ 2.ให้สมาชิกในครอบครัวข้าราชการ เลือกใช้สิทธิอื่นๆ เช่น บัตรทอง ประกันสังคม ได้ตามความเหมาะสม3.เพิ่มบทลงโทษกรณีทุจริต หากบุคคลในครอบครัวข้าราชการตระเวนรับยาหลายแห่ง เพื่อนำไปขายต่อ จะถูกลงโทษขั้นเด็ดขาด ตัดสิทธิการรักษาพยาบาลทั้งครอบครัว รวมถึงตัวข้าราชการด้วย 4.เพิ่มมาตรการให้แพทย์สั่งยาอย่างโปร่งใส และคุ้มค่า โดยควบคุมการสั่งยาให้ใช้ยาไทยที่ผลิตในประเทศแทนยานอกที่มีราคาแพงกว่าถือเป็นอีกกลไกสำคัญในการปฏิรูประบบราชการ ที่จะเน้นบังคับใช้กับข้าราชการที่บรรจุใหม่เป็นหลัก ไม่เกี่ยวกับข้าราชการปัจจุบัน และนอกจากนี้ ยังมีแนวคิดปรับระบบสิทธิสวัสดิการแบบเดิม ไปสู่ระบบประกันสุขภาพที่บริหารโดยเอกชน ในลักษณะแพ็กเกจประกันสุขภาพ โดยกำหนดเพดานค่ารักษาพยาบาลต่อปีที่ชัดเจนการรื้อระบบครั้งนี้ จึงเป็นจุดเปลี่ยนสร้างความยั่งยืนทางการคลังของประเทศ เป็นการปลดล็อกภาระสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลแบบไม่จำกัด ไปสู่รัฐสวัสดิการแบบมีเพดานจำกัด ควบคู่ไปกับการยกระดับความโปร่งใสการใช้เงินภาษีประชาชน สร้างระบบที่มั่นคงทางการคลัง ไม่ทิ้งหนี้ก้อนโตเป็นภาระให้คนรุ่นหลังต้องแบกรับ.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม