บทอาขยานบทหนึ่ง ที่เด็ก ป.4 รุ่นผมท่อง...มาจะกล่าวบทไป ถึงท้าวสหัสนัยย์ไตรตรึงษา ทิพยอาสน์เคยอ่อนแต่ก่อนมา กระด้างดังศิลาประหลาดใจ....แม้มิไปช่วยต้องม้วยมอด ด้วยสังข์ทองไม่ถอดรูปเงาะป่าท่องถึงตรงนี้ก็รู้กัน ที่คือเรื่องพระสังข์ทอง ตอนพระอินทร์ต้องแปลงลงมาท้าท้าวสามนต์ตีคลีตอนโตขึ้นมา ผมอ่านเรื่องฝนแล้งสามปี พระฤาษีกไลโกฏิ...บำเพ็ญตบะ พระราชาต้องส่งลูกสาวสวย ไปทำลายตบะ ฝนจึงตกพรูลงมาได้มาตอนแก่เหลาเหย่เต็มทีนี่เอง อ่านหนังสือสุเมรุจักรวาล ถอดรหัสจักรวาลในงานศิลป์ไทย (ศรัณย์ ทองปาน เขียน เมืองโบราณพิมพ์ในนามบริษัทวิริยะธุรกิจจำกัด มี.ค.2569) เพิ่งรู้ว่า มีอีกเหตุให้พระอินทร์อาสน์แข็ง คุณศรัณย์ ทองปาน เล่าว่า เมื่ออดีตมฆมาณพ นำคณะ คสส.(คณะสามสิบสามคน) ยึดอำนาจกวาดล้างเหล่าเทพคนดีชุดเดิม จากยอดเขาพระสุเมรุ เสียจนตกสวรรค์กลายเป็นอสูรเรียบร้อยความคิดหนึ่งพระอินทร์องค์ใหม่ติดตามหลอกหลอนเสมอ คือกลัวว่าอสูรจะยกทัพมารบชิงวิมานคืนอีกข้อหนึ่ง เกรงว่าอาจมีผู้สั่งสมบุญบารมีรายใหม่ขึ้นสวรรค์มาแย่งชิงตำแหน่ง เหมือนที่ตนเองเคยทำ จึงต้องหมั่นตรวจเช็กระดับบุญ ของใครต่อใครวุ่นไปหมดกาลครั้งนั้น มีดาบสรูปหนึ่ง ชื่ออิสิสิงคดาบส (ผู้มีมวยผมบนศีรษะสองมวยเหมือนเขากวาง) บำเพ็ญพรตอยู่ ณ ป่าหิมพานต์ ศีลตบะล้ำเลิศยิ่งนักหนา ความสั่นสะเทือนรับรู้ได้ถึงดาวดึงส์พระอินทร์เล็งเห็นว่า หากปล่อยไว้ต่อไป สุดท้ายคงมาเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จะได้เป็นพระอินทร์ อาตมาก็จะเคลื่อนออกจากยศ เป็นเหตุให้ต้องวางแผนกำจัด แผนนารีพิฆาตจึงต้องเกิดพระอินทร์มีนางฟ้ารับใช้อยู่ 25 ล้านองค์ องค์หนึ่งชื่ออลัมพุสา รูปร่างก็ดี หน้าตาก็สะสวยพิเศษ ทั้งรู้ว่าจริตมายาเหนือกว่านางฟ้าองค์ใดๆ จึงเรียกมาใช้อิสิสิงคดาบส องค์นี้อยู่กับกัสสปดาบส ผู้บิดาในป่าหิมพานต์ มาตั้งแต่แรกรู้ความ ไม่เคยพบปะหรือรู้จักมนุษย์อื่นใดที่ไหนอีกวันหนึ่ง บิดาอยากพาไปสอนบทเรียนใหม่ ให้รู้จักมนุษย์ผู้หญิงแต่ผู้หญิงในป่าหิมพานต์ไม่มี มีแต่ “นารีผล” บิดาจึงพาไปถึงโคนต้นนารีผล ชี้ให้ดูรูปร่างหน้าตานารีผล แล้วสอนว่า ต่อไปภายหน้า ถ้าเจอสัตว์ชนิดที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนให้รีบหลีกไปให้ไกลแสนไกล เพราะนั่นคืออันตรายต่อมากัสสปดาบส ผู้บิดาก็ล่วงลับไปเช้าวันนั้นอิสิสิงคดาบส กำลังยืนกวาดศาลาโรงบูชาไฟเพลินๆ จู่ๆนางฟ้าอลัมพุสาก็ปรากฏตัวแว้บตรงหน้า ดาบสหนุ่มระลึกได้ว่า นี่คือผู้หญิงที่บิดาเคยสอนให้หนีแต่ธรรมชาติของผู้ชาย ดาบสหนุ่มกลับยับยั้งสติไว้ไม่ได้ เดินตาลอยเข้าหานางฟ้านางฟ้าใช้มายา เล่นบทขยับออกห่างทำท่าจะก้าวหนี ดาบสรีบจ้ำตาม จังหวะนั้นนางฟ้าก็หันหน้าขวับ ตรงเข้ากอดดาบสเต็มไม้เต็มมือ ผล...แต้มบุญที่สั่งสมมาทั้งชีวิตก็หายวับ อิสิสิงคดาบสถึงแก่เป็นลมล้มสลบลืมตาอีกครั้ง เวลาผ่านไปสามปี ดาบสหนุ่่มลุกยืนเหลียวซ้ายแลขวา เห็นเถาวัลย์ไม้เลื้อยปกคลุมศาลาที่เคยกองไฟบูชา ทางเดินจงกรมที่เคยกวาดเตียนโล่งกลับเป็นป่าดง เกิดสลดรันทดใจ น้ำตาไหลพรากนาทีนั้น นางฟ้าอลัมพุสาก็ปรากฏตัว สารภาพกับดาบสว่า นางจำใจรับงานพระอินทร์มาทำลายตบะ อิสิสิงคดาบสระลึกคำสอนบิดาแล้วตั้งจิตมั่นว่า จะเริ่มบำเพ็ญพรตใหม่ ไม่ข้องแวะกับสตรีใดต่อไปอีกแผนนารีพิฆาตครั้งนี้ไม่รุนแรงถึงบทอัศจรรย์ ฝนตกฟ้าร้องครืนๆนะครับ...แต่แค่แตะเนื้อต้องตัว ศีลฤาษีก็ขาดผึง เรื่องจบลงด้วยฤาษีหนุ่มตั้งสตินับหนึ่งบำเพ็ญพรตใหม่นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า บนสวรรค์มีการต่ออายุให้พระอินทร์ได้นั่งทิพย์อาสน์ต่อไปอีก แต่จะนานแค่ไหน ก็เหมือนการเมืองทั่วไป ที่ใช้กติกา ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร เอาแน่เอานอนไม่ได้เลย?กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม