“อักษรศัพท์พินิจฉัย” (สถาพรบุ๊คส์ พิมพ์ พ.ศ.2567) ศัพท์ที่ 7 เกาเหลาเส้นอะไร? อาจารย์ปรัชญา ปานเกตุ ตั้งใจให้ความรู้สารพัดสารพัน เรื่อง “เส้น”“เส้น” หนึ่งหมายถึงสิ่งที่มีลักษณะเป็นสาย เช่น เส้นด้าย เส้นลวด “เส้น” หนึ่งหมายถึงรอยที่ปรากฏเป็นทางบนพื้นเป็นแนว เช่น เส้นขอบฟ้า “เส้น” หนึ่งหมายถึงชื่อมาตราวัด 20 วา เป็น 1 เส้น“เส้น” หนึ่งหมายถึงสิ่งที่มีแต่ความยาว ไม่มีความกว้างและความหนา เช่น เส้นตรง เส้นโค้ง“เส้นสาย” หนึ่งหมายถึงเส้นต่างๆในร่างกาย ตัวอย่างในนิราศเมืองแกลง “ลงอาบน้ำลำห้วยพอเหนื่อยหาย แต่เส้นสายรุมรึงให้ขึงแข็ง...”โดยปริยาย หมายความว่า พวกพ้องหรือผู้ช่วยเหลือที่สามารถอำนวยประโยชน์ให้ได้“เส้น” ก็ว่า เช่น เขาได้งานเพราะใช้เส้น เขามีเส้นดี ใช้ “มีเส้นมีสาย” หรือ “เล่นเส้นเล่นสาย” ก็มีภาษาปากเรียกผู้ได้เข้าเรียน ทำงาน หรือตำแหน่ง เพราะมีผู้มีอำนาจช่วยเหลือ ว่า“เด็กเส้น”“เส้นสาย” หนึ่งหมายถึงลวดลาย ตัวอย่างจากกาพย์ห่อโคลงพระศรีมโหสถ “ตัวพี่นี้กล่าวสาร คือเหล็กจารลานแผ่นผา เส้นสายลายเลขา เป็นปรากฏสรดฤาหาย...” “เส้นชัย” หมายถึงเส้นที่กำหนดไว้ ผู้เข้าแข่งขันที่ไปถึงก่อน เป็นผู้ชนะ โดยปริยาย หมายถึงจุดที่ประสบความสำเร็จ “เส้นตาย” หมายถึงวันเวลาที่กำหนดเป็นชั้นเด็ดขาด มักใช้ว่า “ขีดเส้นตาย” หมายถึงกำหนดเวลาสุดท้ายให้“ขีดเส้นแดง” หมายถึงขีดเส้นสีแดงลงในสมุด ลงลายมือชื่อทำงานตามเวลาที่กำหนด มีนัยความหมายว่า กำหนดเวลาทำงาน เช่น ต้องรีบมาแต่เช้า เดี๋ยวไม่ทันขีดเส้นแดง“คาบเส้น” หมายถึงอยู่ตรงเกณฑ์ที่กำหนดพอดี“เส้นแข็ง” หมายถึงอาการที่กล้ามเนื้อตึงจนแข็ง ทำให้เลือดลมเดินไม่สะดวก ภาษาปาก หมายถึงมีผู้มีอำนาจสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง“เส้นจม” หมายถึงอาการที่เส้นเลือดถูกกล้ามเนื้อที่ตึงแข็งกดให้อยู่ลึกลงไปกว่าปกติ“เส้นตึง” หมายถึงอาการที่กล้ามเนื้อตึง เพราะเลือดลมเดินไม่สะดวก เป็นต้น “เส้นยึด” หมายถึงอาการที่กล้ามเนื้อตึง หรือแข็งยึด ทำให้เคลื่อนไหวไม่สะดวก“เส้นลึก” หนึ่งหมายถึงรู้สึกขัน หรือหัวเราะได้ยาก เช่น เขาเป็นคนเส้นลึก ให้เรื่องขำอย่างไรก็ไม่หัวเราะ“จับเส้น” หมายถึงบีบนวดเพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัว โดยปริยายหมายถึงรู้จักเอาใจผู้ที่จะให้ประโยชน์แก่ตน “รู้เส้น” หมายถึงรู้ใจ “เสียเส้น” หมายถึงเสียจังหวะ พลาดโอกาส “กินเส้น” หมายถึงชอบกัน เข้ากันได้ มักใช้ในความปฏิเสธว่า ไม่กินเส้นกันคำว่า “เส้น” อาจทำให้นึกถึง “เส้นก๋วยเตี๋ยว” บางคนจึงแผลงสำนวน “ไม่กินเส้น” เป็น “เกาเหลา” เกาเหลา คือก๋วยเตี๋ยวที่ไม่ใส่เส้น “เกาเหลา” หรือ “กินเกาเหลา” จึงหมายความว่า ไม่ถูกกันวรรคสุดท้าย ตามสไตล์อาจารย์ปรัชญา ปานเกตุ ตั้งใจใช้เป็น “มุก” เรียกรอยยิ้มที่ร้าน “คนรักเส้น” ป้ายบอกราคาบนฝาผนังชวนให้เด็กชายสงสัย“ทำไมเกาเหลาจึงแพงกว่าก๋วยเตี๋ยวล่ะพ่อ” “ไม่มีเส้น ก็ต้องใช้เงินเยอะหน่อยน่ะ...เรื่องธรรมดา”พ่อตอบขำๆ แล้วก้มหน้าซดน้ำต่อไปอาจารย์ปรัชญาเขียนเรื่องนี้ 12 พ.ย.2565 ผมเดาว่า การเมืองตอนนั้นคงมีเรื่อง “เส้นทับเส้น” เป็นกระแสใหญ่ผมจงใจลอกของอาจารย์มาใช้กับการเมืองร้อนตอนนี้ ปลัดกระทรวงคนที่เดินตามหลังนายกฯไม่ห่าง แม้เจอคลิปแซะแต่ไม่ระคาย... นี่กระมังที่ภาษาปากเรียกว่า “เส้นก๋วยจั๊บ”อาจารย์ปรัชญา อธิบายว่าหมายถึงแป้งข้าวเจ้าหั่นเป็นชิ้นใหญ่ๆ ต้มสุกใช้ทำก๋วยจั๊บ ภาษาปากหมายถึงผู้มีอำนาจมาก ซึ่งสามารถช่วยเหลือให้สำเร็จผลได้.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม