เรื่องที่ 13 ในหนังสือสายแห่งศรัทธา (หงอิ้งหมิง เขียน บุญศักดิ์ แสงระวี แปล ก.ไก่ พิมพ์ พ.ศ.2535) ชื่อเรื่อง ป้องกันก่อนฝนตก ผมอ่านจบแล้วกำลังคิดว่า ควรลอกไปบอกกล่าวให้ ใครพวกไหน? ได้อ่านที่จริง สำนวนป้องกันก่อนฝนตก ฟังเป็นสำนวนธรรมดาๆ ใช้กันเรื่อยมา แต่มีผู้รู้บางท่านกระซิบว่า มาจากคัมภีร์บทกวีบทหนึ่งที่ชื่อ “เหยี่ยวนกเค้าแมว”ตัวเอกในบทกวี ที่เรียกเหยี่ยวนกเค้าแมว แท้จริงกลับไม่ใช่เหยี่ยว...ชนิดที่ดุร้ายแต่เป็นแม่นกที่น่าสงสารตัวหนึ่งแม่นกตัวนี้มีชะตากรรมแบบเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ลูกๆหลายตัวถูกนกดุร้ายกินไปหมดแล้ว รังใหญ่ที่เคยอยู่บนต้นไม้ก็ถูกเด็กผู้ชายซุกซน รุมยิงด้วยกระสุนจนพรุนพังไม่เหลือแต่แทนที่แม่นกจะถอดใจ ยอมแพ้...บทกวีร้อยเรียงด้วยถ้อยคำแสนไพเราะว่า แม่นกยังคงบินไปคาบรากไม้ใบหญ้า ขึ้นมาสร้างรังใหม่ ตั้งใจจะให้ใหญ่โตกว่ารังเก่าอาจมีคำถาม แม่นกเจอชะตากรรมเศร้า สูญเสียลูกนกไปหมด รวงรังก็พังหมดแต่ไฉน แม่นกจึงไม่ยอมท้อ ยังคงทำงานขยันขันแข็งอยู่เช่นนั้น?เวลาผ่านเลย เด็กๆซุกซนถูกพ่อแม่ไล่ให้เลิกยิงหนังสติ๊ก โอกาสเริ่มเป็นใจ ฟ้าก็โปร่งใสเหลือเกิน บรรยากาศนี้แม่นกควรร้องเพลงไพเราะให้เพลิดเพลินดื่มน้ำใสไหลเย็นในลำธารให้ชื่นใจสักอึกสองอึก ไม่ดีกว่าหรือ?แต่แม่นกไม่คิดเช่นนั้น ฟ้าโปร่งเป็นใจ เป็นเวลาที่จะทำงาน เผลอไผล ช้าไป ลมพายุจะพาฝนใหญ่มา จะหาที่หลบซ่อนไม่ทันสำนวนป้องกันก่อนฝนตก เริ่มใช้กันแพร่หลายตั้งแต่วันนั้นเล่าเรื่องเหยี่ยวนกเค้าแมวจบ ภาษิตรากผักจึงเขียนคำสอนใจไว้ต่อไปนี้“เมื่อยามที่มีเวลาว่าง ไม่ควรปล่อยให้เวลาล่วงไปโดยเปล่าประโยชน์ ควรจะทำการตระเตรียมให้เต็มที่ เมื่อถึงคราวมีงานยุ่ง จึงจะสามารถรับมือได้ทันการ”เมื่ออยู่ในยามสงบ ไม่ควรปล่อยกายปล่อยใจไปตามใจชอบ ต้องคอยสะสมพลังกายพลังใจไว้ถึงเวลาเผชิญหน้ากะทันหันกับงานหนัก ก็จะไม่ใจคอวุ่นวาย สับสนอลหม่านประการสำคัญ ขณะอยู่ในที่ลับตา ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น ไม่หลอกลวงคนอื่น ไม่ปกปิดความผิดตัวเอง ไม่พลั้งเผลอทำความชั่วร้ายเมื่อถึงเวลาที่ออกสู่ที่สว่าง ก็ไม่อับอายขายหน้าผู้คน เงยหน้าไม่อายฟ้า ก้มหน้าไม่อายดินอ่านมาถึงตอนนี้ ผมแน่ใจแล้ว บทกวีเรื่อง “เหยี่ยวนกเค้าแมว” บทนี้ ควรให้คนพวกที่กำลังเผลอใจกับชัยชนะได้ส่งต่อกันอ่านจงจดจำไว้...คนพวกที่ดำรงไว้ซึ่งศีลธรรม อาจจะเหงาเศร้าบ้าง ก็แค่ชั่วเวลาหนึ่งส่วนคนพวกที่ชอบถืออำนาจบาตรใหญ่...เขาจะต้องโศกสลดรันทดใจไปชั่วกัปชั่วกัลป์.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม