ผมเจอเรื่อง แผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวง “กาญจนาคพันธุ์” เขียน ในหนังสือสนุก (ส.ศิวรักษ์ รวบรวม มหาวิทยาลัยสมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ.2511) อดใจไว้ไม่ไหว ขอเลือกคัดตัดตอนบางเรื่องให้อ่านกันต่อในแม่น้ำลำคลองมีเรือและคนมากกว่ารถ และคนบนถนน เรือที่ฝรั่งอยู่เวลานั้น เรียกเรือไฟ เคยนั่งไปทอดกฐินดูเหมือนจะทุกปี เคยเห็นเรือรบในแม่น้ำ เรียกว่า เรือเสือ ดูใหญ่โตมากจนน่าพิศวงผู้ใหญ่เล่าให้ฟังว่า คนไทยที่เคยเห็นเรือรบอย่างฝรั่ง มาเล่าให้คนไทยที่ไม่เคยเห็นฟังว่า เรือรบทำด้วยเหล็กทั้งแท่งมันใหญ่โตพิลึกละ คนที่ไม่เคยเห็นไม่เชื่อ หาว่าคนเล่าโกหก เพราะเรือไทยทำด้วยไม้ เหล็กทั้งแท่งลอยน้ำได้มีอย่างที่ไหน เลยเถียงกันถึงขั้นต้องไปหาท่านเจ้าอาวาสองค์หนึ่งให้ตัดสินท่านหยิบเอาบาตรเหล็กของท่านมาวางลงในอ่างใหญ่ที่มีน้ำ ...บาตรลอยปร๋อเคยเห็นสายตะแล้บแก๊ปตามถนน ผู้ใหญ่ก็เล่าให้ฟังอีกว่า สายตะแล้บแก๊ปนั้นเป็นเหตุเกือบจะเตะปากกันคนหนึ่งเป็นบ่าว ท่านราชทูตที่ยุโรปกลับมาบ้าน มาเล่าเรื่องเมืองนอก มาจนถึงเรื่องสายตะแล้บแก๊ป บ่าวท่านราชทูตว่า อ้ายสายที่แปลกมาก คนพูดพูดอยู่่ที่หัวสายเมืองนี้ คนที่อยู่หางสายเมืองโน้นได้ยินรู้เรื่องหมดคนฟังถามว่า สายมันโตสักเท่าแขนได้ไหม เล็กเท่าเส้นลวดนิดเดียว คนฟังแย้งว่า เล็กเท่าเส้นลวดมันจะมีรูกลวงได้อย่างไร คนเล่าบอกว่า ไม่มีรูกลวง เส้นลวดตัน คนฟังว่า โกหก เมื่อลวดตันไม่มีรูกลวง แล้วมันจะได้ยินได้ยังไงเรื่องที่ผู้เขียนยังจำได้แม่นยำยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด คือรถไอ รถไอก็คือรถราง เมื่อเริ่มมีรถไอผู้ใหญ่เล่าให้ฟังว่า ใช้ม้าลาก ตั้งต้นจากวังหลวงไปถึงท่าถนนตก ต่อมาเปลี่ยนเป็นใช้ไฟฟ้าแทนม้าเมื่อเปลี่ยนใหม่ๆ ผู้คนพลเมืองพากันพิศวง มันเดินไปได้ยังไง ทั้งๆที่ไม่มีม้าฉุดหรือคนดันเลยลงความเห็นกันว่า เดินได้ด้วยฤทธิ์ผี ต่างคุกเข่าลงกราบผีที่หมุนราวจักรผันนั้นครั้นเมื่อเห็นว่าเป็นผีก็เลยเกิดความเกรงกลัว ไม่มีใครกล้าอาจเอื้อมไปนั่งรถไอฝรั่งว่า อยู่มาวันหนึ่ง สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง กับสมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จออกจากพระบรมมหาราชวัง มาขึ้นรถไอที่หลักเมือง ประพาสไปตามถนน ตั้งแต่นั้นมาคนขึ้นรถไอกันแน่นกาญจนาคพันธุ์ สันนิษฐานเอาว่า เรื่องสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จขึ้นรถไอที่หลักเมืองไปถนนตก เห็นจะจริง คือเสด็จเปิดทาง แต่เรื่องคนกลัวผีรถไฟ ไม่กล้านั่ง ต้องรอให้พระเจ้าแผ่นดินนำเสียก่อน เห็นจะไม่จริงกาญจนาคพันธุ์ สมัยเด็กเป็นนักเกาะรถไอ (นั่งฟรี) จึงพอจำได้ ดูเหมือนรถยนต์มีแล้ว เคยเห็นฝรั่งนั่ง และจำมาจากไหนก็ไม่ทราบว่า เวลานั้นรถยนต์มีชื่อทุกคันเช่น ฟ่องฟ้า ไอราพต จรดจักรวาล วิมานลอย จำปาห้อยหู ชมภูห้อยบ่า ฯลฯ ชื่ออาสน์พระยมก็มี เป็นของเจ้าพระยายมราช ของหลวงก็มี แต่ผู้เขียนยังเด็กนัก ไม่ได้สังเกตอะไรเลย คงจะทรงนั่งรถยนต์ รถไอ รถม้า ทุกอย่างในวัยเด็กที่ได้เห็นพระองค์นั้น เห็นทรงพระราชยานเป็นครั้งสุดท้าย ผ่านถนนราชดำเนินในเวลามืดขมุกขมัวของคืนวันที่ 23 ตุลาคม พุทธศักราช 2453วันนั้นผู้เขียนไม่รู้จักพระองค์ แต่วันนี้ ผู้เขียนรู้จักพระองค์แล้ววันนั้น ที่กาญจนาคพันธุ์เขียน วันที่ 15 ตุลาคม 2492 ครับ บ้านเมืองก็พัฒนาศิวิไลซ์ไปมากโข หากกาญจนาคพันธุ์มีชีวิตมาถึงวันที่มีเอไอเขียนบทละครบรอดเวย์ได้ นักคิดนักเขียนตกงานกันระนาว ท่านคงมีเรื่องสงสัยไม่เชื่อ เหมือนที่คนสมัยที่กราบรถไอ เพราะเชื่อว่ามันวิ่งได้ด้วยฤทธิ์ผีโลกก้าวหน้ามาขั้นนี้ เราคงไม่แปลกใจใช่ไหมครับ! ถ้าได้ข่าว บางบ้านเมืองเบื่อนายกฯขี้โกง ตั้งเอไอเป็นนายกรัฐมนตรี.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม